
อาคาร7ชั้นสไตล์‘นิโอ-ชิโนโปรตุกีส’ข้างวัดเล่งเน่ยยี่
คอลัมน์ ตึกแถว+อพาร์เมนต์ไม่บาน กับ อาจารย์เชี่ยว
สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” ความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงการฟื้นคืนชีวิตใหม่ให้กับอาคารเก่า 7 ชั้น อายุ 80 ปี ที่เดิมเคยประกอบกิจการเป็น “โรงน้ำชา” ติด “วัดเล่งเน่ยยี่” ย่าน “เยาวราช” ให้กลับฟื้นคืนชีวิตในปัจจุบัน สามารถใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่พาณิชกรรมและพักอาศัยที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่าน “เยาวราช” บนถนน “เจริญกรุง” ครับ พอได้เผยแพร่ผลงานออกแบบชิ้นนี้ของผมออกไปสู่สาธารณะ มีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศต่างก็แสดงความชื่นชมกันมามากมายครับ
หลายท่านบอกกับผมว่ากระบวนการ “Revitalization” หรือ “การฟื้นคืนชีวิต” ให้กับอาคารบ้านเรือนที่ถูกทิ้งร้างที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้น เป็นเรื่องที่น่าทำ เพราะจะนำไปสู่กระบวนการ “บ้านสวยเมืองงาม” ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารที่ถูกทิ้งร้าง ตกอยู่ในทัศนะอุจจาด เป็นที่ทิ้งขยะ เป็นที่พักของคนเร่ร่อนจรจัด รวมไปถึงเป็นแหล่งมั่วสุมของมิจฉาชีพและยาเสพติด จึงเป็นพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของคนในย่านนั้น และไม่สมศักดิ์ศรีของย่าน “ถนนเจริญกรุง” หรือ “New Road”
ถนนเส้นนี้ได้ถูกตัดขึ้นเพื่อรองรับความเจริญในรูปแบบใหม่ๆ สมัย “ล้นเกล้ารัชกาลที่ 5” จะว่าไปแล้ว “ถนนเจริญกรุง” ในอดีตถือว่าเป็นย่าน “ไฮโซ” มากครับ ทั้ง รถจักรยาน,รถจักรยานยนต์,รถเจ๊ก,รถลาก, รถราง, รถยนต์ ฯลฯ วิ่งกันขวักไขว่เป็นที่คึกคักคึกครื้น ถือได้ว่าเป็นย่านธุรกิจธุรกรรมที่สำคัญของประเทศจวบจนถึงปัจจุบัน จะว่าไปแล้วย่านนี้ ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมายาวนานครับ ผ่านทั้งยุครุ่งเรืองและยุคเสื่อมโทรม พอผ่านยุคต่ำสุดก็จะเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เป็น “วัฏจักร” ครับ ปัจจุบันอีกไม่นานก็จะมีรถไฟฟ้าใต้ดิน “สถานีวัดมังกรฯ” ความเจริญใหม่ๆ จะหลั่งไหลเข้ามาอีกรอบครับ
สำหรับการออกแบบผมได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบเดิมที่เป็นแบบ “โมเดิร์น” เมื่อ 80 ปีที่แล้วให้เป็นสไตล์ย้อนยุคแบบ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ที่ไม่เคร่งครัดมากนัก รวมทั้งไม่เน้นการอนุรักษ์แบบสุดโต่ง เพราะวิถีการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปจากอดีตไปมากแล้วครับ การออกแบบในสไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ของผมจึงเป็นแนวคิดในลักษณะ “เดินสายกลาง” แบบ “มัชฌิมาปฏิปทา” เพราะในความเห็นส่วนตัวผมไม่มีอะไรถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์หรือผิดไปหมดร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกครับ มีแต่ใช้ได้ใช้ไม่ได้เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม เพราะโลกปัจจุบันทุกสิ่งอย่างทั้งเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ เปลี่ยนแปลงไปเร็วเหลือเกิน ในบางครั้งเพียงแค่พริบตาเท่านั้น บางครั้ง “หลักการ” และ “เหตุผล” ที่เชื่อว่าถูกเพียงไม่กี่ปีก็อาจจะกลายเป็นผิดก็ได้ครับ
เหมือนกับ “โรงน้ำชา 7 ชั้น” ซึ่งในอดีตเป็นแหล่งการขายบริการทางเพศอยู่ติดกำแพง “วัดเล่งเน่ยยี่” ก็ไม่มีใครคัดค้าน แต่ปัจจุบันไม่เหมาะสมครับ สำหรับสไตล์ดั้งเดิมของอาคารหลังนี้เป็นแบบ “โมเดิร์น” ในยุคเก่า ซึ่งในอดีตเคยเป็นสไตล์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง แต่ปัจจุบันถือว่าเชยล้าสมัยเป็นอย่างสูงใช้การไม่ได้แล้ว ในบางอารมณ์ก็ทำให้ผมเริ่มสับสนครับ ที่ว่าถูกในอดีตก็กลับกลายมาผิด ที่ว่าผิดก็กลับมาถูก
มีนักวิจารณ์หลายคนบอกว่าไม่ควรเรียกว่าสไตล์ “ชิโนโปรตุกีส” ก็ไม่เป็นไรครับ ผมขอเลี่ยงบาลีเรียกว่าสไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” หมายถึง “ชิโนโปรตุกีสใหม่” แล้วกัน เพราะในความเห็นส่วนตัวผมสังคมไทยในปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยนักวิชาการและนักวิจารณ์ที่ไม่ค่อยจะลงมือทำอะไรกันครับ จะว่าไปแล้วคนไทยส่วนใหญ่ชอบพูดมากกว่าทำ ก็เลยอยากให้ท่านลองลงมือทำมากกว่าพูด เพราะเทคนิคและกรรมวิธีในการซ่อมอาคารเก่าที่มีอายุกว่า 80 ปีนั้นยากมากถึงยากที่สุดครับ
ต้องใช้ทุก “ศาสตร์” ทุก “ศิลป์” ที่ร่ำเรียนมารวมถึงใช้ความรู้และประสบการณ์ที่ได้เคยลงมือทำมา จนสามารถก่อเกิดผลออกมาได้จนถึงขนาดนี้ อย่างน้อยที่สุดผมก็มีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมของเมืองสวยขึ้น ทำให้ “โรงน้ำชา 7 ชั้น” ซึ่งเดิมเป็นแหล่งขายบริการทางเพศในอดีตที่ได้ถูกทิ้งร้างกลับฟื้นขึ้นมาใหม่ ก็พอใจและภูมิใจเป็นอย่างยิ่งครับ จึงเป็นการป่วยการที่จะมานั่งถกกันว่าเป็นสไตล์ไหนขอบัญญัติศัพท์ขึ้นใหม่ก็เรียกกันใหม่ว่า สไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ก็แล้วกันครับ
สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้ขอพูดกันด้วยภาพมาดูภาพ “Before” และ “After” และภาพตอนที่อาคารก่อนและหลังตอนที่แล้วเสร็จ ที่ผมได้ออกแบบไว้คงต้องร้องว่า “ยูเรก้า” ที่แปลว่า “ฉันพบแล้ว” หรือ “ฉันโง่มานานแล้ว” กับสไตล์ “นิโอ-ชิโนโปรตุกีส” ที่สุดเจ๋ง ข้าง “วัดเล่งเน่ยยี่” ซึ่งถ้าไม่เจ๋งจริง แน่จริงร้านกาแฟระดับโลกอย่าง “สตาร์บัคส์” ก็คงไม่มาเปิดสาขาที่นี่หรอกครับ แล้วพบกันใหม่อีกสองสัปดาห์หน้าครับ



