
สุดทนรัฐอุ้มค่าน้ำ-ไฟ 40 บาทร.ร.แบกหนี้ปีละกว่า 100 ล้าน
สพฐ.สุดทนได้งบค่าน้ำ-ไฟหัวละ 40 บาทต่อปี แต่จ่ายจริงมากกว่าหลายเท่า เล็งเสนอรัฐบาลของบค่าสาธารณูปโภคให้ ร.ร.เพิ่ม เพื่อปลดแอก ร.ร.เป็นหนี้ค่าไฟฟ้าปีละหลายร้อยล้าน
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2552 คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า โรงเรียนในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รับงบประมาณค่าสาธารณูปโภคไม่เพียงพอมาโดยตลอด และต้องการหาดัชนีบริโภคน้ำ-ไฟที่เหมาะสำหรับโรงเรียนแต่ละขนาด จึงลงไปทำวิจัยศึกษาปริมาณการบริโภคน้ำ-ไฟในโรงเรียน 400 แห่ง ที่จัดการสิ่งแวดล้อมได้ดีเด่น เริ่มทำวิจัยตั้งแต่ปีการศึกษา 2550-2551
ทั้งนี้ผลการศึกษาซึ่งแบ่งโรงเรียนออกเป็น 7 ประเภทตามขนาด พบว่าโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน โรงเรียนที่มีนักเรียน 121-200 คน โรงเรียนที่มีนักเรียน 201-300 คน และโรงเรียนที่มีนักเรียน 301-400 คน ค่าไฟเฉลี่ยหัวละ 125 บาทต่อปี ส่วนโรงเรียนที่มีนักเรียน 501-1,000 คน โรงเรียนที่มีนักเรียน1,001-2,500 คน ค่าไฟเฉลี่ยหัวละ 240 บาทต่อปี และโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีนักเรียนเกิน 2,500 คนขึ้นไป ใช้ไฟเฉลี่ยหัวละ 400 บาทต่อปี
ส่วนการบริโภคน้ำนั้น โรงเรียนทั้ง 7 ขนาด ใช้น้ำเฉลี่ยหัวละ 80 บาทเท่ากัน แต่ได้รับงบค่าสาธารณูปโภค 40 บาทต่อปี ซึ่งรวมอยู่ในเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับอัตราการใช้น้ำ-ไฟของโรงเรียนที่จัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างยอดเยี่ยมแล้วยังห่างไกลกันอยู่มาก ทำให้โรงเรียนส่วนใหญ่ในสังกัด สพฐ.เป็นหนี้ค่าไฟเพราะงบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ ดังนั้น สพฐ.จะนำตัวเลขจากการวิจัย ทำข้อมูลเสนอรัฐบาลให้จัดสรรงบประมาณค่าสาธารณูปโภคให้โรงเรียนเพิ่มเติม
ดร.อรทัย มูลคำ ผอ.สำนักนวัตกรรมการจัดการศึกษา สพฐ. กล่าวว่า โรงเรียนในสังกัด สพฐ.เป็นหนี้ไฟรวมกันปีละหลายร้อยล้านบาท เพราะค่าใช้จ่ายจริงมากกว่างบประมาณค่าสาธารณูปโภคที่ได้รับมาก เช่น โรงเรียนขนาดกลางเสียค่าไฟเป็นหลักแสนบาท โรงเรียนขนาดใหญ่หลักล้านบาท



