
พระราชทานหนังสือดีที่เด็กคนอ่านศธ.สนอง"ราชินี"เล็งจัดหาประจำห้องสมุดสถานศึกษา
สมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระราชทาน 6 รายชื่อหนังสือดีเด่นที่เยาวชนไทยควรอ่าน มี พระอภัยมณี รามเกียรติ์ นิทานชาดก อิเหนา พระราชพิธีสิบสองเดือน และกาพย์เห่เรือ เจ้าฟ้ากุ้ง ด้าน ศธ.รับสนองพระราชดำริ เตรียมจัดหาประจำห้องสมุดสถานศึกษาทุกระดับ ขณะที่ผลวิจัยภาวะกา
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2552 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แถลงข่าวการจัดงาน “รักการอ่าน เทิดมหาราชินี” ว่า เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยมีนิสัยรักการอ่าน และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะมีขึ้นในวันที่ 14-16 สิงหาคมนี้ ที่สพท.เขต 1 ทุกจังหวัด ส่วนกลางจัดที่เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ จะมาเป็นประธานเปิดงานในวันที่ 14 สิงหาคม เวลา 10.00-11.00 น.
นายจุรินทร์กล่าวต่อไปว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานรายชื่อหนังสือดีเด่น 6 เรื่อง ที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน มายังกระทรวงศึกษาธิการเพื่อส่งเสริมให้มีการอ่านอย่างแพร่หลาย ได้แก่ 1.พระอภัยมณี 2.รามเกียรติ์ 3.นิทานชาดก 4.อิเหนา 5.พระราชพิธีสิบสองเดือน และ 6.กาพย์เห่เรือ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร (เจ้าฟ้ากุ้ง) ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม และกระทรวงศึกษาธิการจะรณรงค์ส่งเสริมให้เยาวชนไทยอ่านหนังสือทั้ง 6 เล่มนี้ และจัดหาหนังสือทั้ง 6 เล่ม ไปประจำอยู่ในห้องสมุดของสถานศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดโรงเรียน ห้องสมุดวิทยาลัย ห้องสมุดมหาวิทยาลัย และห้องสมุดประชาชนด้วย
วันเดียวกัน สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) จัดสัมมนาเรื่องสภาวะการศึกษาไทย ปี 2551/2552 "การศึกษากับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม" โดยมี รศ.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการ สกศ. เป็นประธาน ทั้งนี้ รศ.วิทยากร เชียงกูล คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต กล่าวในการสัมมนาว่า ภาวะการศึกษาไทยไม่สอดคล้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ที่น่าตกใจว่าย้อนไป 5-10 ปีหลายประเทศที่แซงหน้าไทยไป สัดส่วนของผู้เรียนในทุกระดับการศึกษาปี 2552 เพิ่มขึ้นจากปี 2550-2551 เล็กน้อย ระดับขั้นพื้นฐานเพิ่มจาก 79.89% เป็น 81.29% ของประชากรวัยเรียน และพบว่ามีวัย 3-17 ปีที่ไม่ได้เรียนถึง 2.76 ล้านคน ปัญหาที่สำคัญคือการออกกลางคันซึ่งรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ
ดร.เลขา ปิยะอัจฉริยะ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน สกศ. กล่าวว่า การประกันคุณภาพภายในอ่อน ควรปรับระบบบริหารของกระทรวงศึกษาธิการใหม่เหมือนกระทรวงสาธารณสุขที่มีสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ที่มีการวิจัยระบบสาธารณสุข ในขณะที่การปฏิรูปการศึกษาไม่สนใจที่จะวิจัยระบบการศึกษา



