
หมอตุ๊ด..ชวนฟิน!!!'The Our Story กังหันกับพัดโบก'
หมอตุ๊ด..ชวนฟิน!!!'The Our Story กังหันกับพัดโบก' : อมหมึก เคี้ยวกระดาษ โดยปลวกหวาน
ยามเย็นที่ลมพัด กังหันรักหมุนพลิ้ว..เฮอร์ พับลิชชิ่ง ชวนคนอ่านร่วมฟินเฟอร์!!! ไปกับความรักที่ไร้ข้อจำกัดในเรื่องเพศ ซึ่งเป็นนิยายในกลุ่ม LGBT (lesbian, gay, bisexual, transgender) เล่มแรกจากสำนักพิมพ์ HER ของ นายแพทย์อุเทน บุญอรณะ หรือ หมอแพท เจ้าของแฟนเพจ “หมอตุ๊ด” ที่มีคนติดตามกว่า 1.9 แสนคน เป็นผู้แต่ง โดย “หมอตุ๊ด” เคยฝากผลงานไว้มากมาย อาทิ Wake Up ชะนี, กว่าเจ้จะเป็นหมอ 1 และ กว่าเจ้จะเป็นหมอ 2
ครั้งนี้ “หมอแพท” ขอตีแผ่มุมมองความรักของวัยรุ่นที่กำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ในหนังสือ “The Our Story กังหันกับพัดโบก” เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ร้านหนังสือ บีทูเอส ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดย ดร.อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน รับหน้าที่พิธีกร เจาะลึกถึงนิยายเฉพาะกลุ่มนี้ให้แฟนคลับและแฟนหนังสือของ “หมอตุ๊ด” ได้ร่วมสนุกสนานและเข้าถึงกับนิยายเล่มนี้ไปพร้อมๆ กัน
มาฟังคุณหมอนักเขียนเล่าถึงที่มาที่ไปกันหน่อย...
“เล่มนี้เป็นนิยายเรื่องแรกที่ผมเคยเขียนไว้ตั้งแต่สมัยเรียนแพทย์ปี 6 เป็นสิบปีก่อนได้แล้ว ตอนนั้นคิดว่าเดี๋ยวก็จะจบจากธรรมศาสตร์ จะไม่ได้อยู่ที่ศูนย์รังสิตแล้ว อยากจะเขียนนิยายสักเรื่องที่มีโลเกชั่นเป็นมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต แต่พอเขียนไปแค่ครึ่งเรื่อง ก็ต้องหยุดเขียนไป เพราะประกาศผลสอบใช้ทุนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ จนวันหนึ่งทาง พี่ บก.ของ เฮอร์ พับลิชชิ่ง เขาอยากได้นิยายสักเรื่องหนึ่ง ก็เลยส่งต้นฉบับเล่มนี้ให้ครับ ซึ่งทางพี่ บก. ก็สนใจ”
เรื่องราวเกี่ยวกับอะไร?
“คือต้องเล่าย้อนก่อน เมื่อ 10 กว่าปีก่อน รุ่นของผมก็รู้จักคำว่า คู่จิ้นแล้วนะ (หัวเราะ) ซึ่งเนื้อเรื่องตัวเอกจะเป็นชาย-ชายครับ แต่การเขียนของผม จะเป็นการเขียนแบบเป็นเหตุการณ์เดียวกัน แต่คนสองคนมีมุมมอง ความคิดที่แตกต่างกัน เริ่มต้นจากการที่ทั้งคู่ คือ กังหัน และ พัดโบก ต่างก็ตกอยู่ในภาวะอกหัก-ฟื้นฟูหัวใจ และมาเจอความรักครั้งใหม่ และ การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตอนที่ผมเขียนตอนนั้นก็เป็นช่วงที่กำลังจะเรียนหมอจบพอดี ก็เลยสอดแทรกเรื่องราวของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ลงไปด้วย
เป็นการเปลี่ยนถ่ายจากวัยเด็ก ไปสู่วัยผู้ใหญ่ ซึ่งเรื่องราวต่างๆ เป็นเรื่องรอบๆ ตัวของผม ไม่ใช่เรื่องของผมเลย แต่เป็นเรื่องที่ผมมีส่วนเกี่ยวข้อง บางอย่างได้ไปรับรู้ เข้าไปถึงเหตุการณ์ ก็มีทั้งเรื่องที่จริงบ้าง แต่งบ้างตามสไตล์นิยายครับ แต่ทุกเรื่องราวในเล่ม จะเป็นเรื่องที่อยู่ในความเป็นจริง อย่างนิยายทั่วไป พระเอกต้องหน้าตาดีมากๆ นางเอกเป็นคนที่ซุ่มซาม ไม่น่าสนใจ ซึ่ง The Our Story กังหันกับพัดโบก ไม่มีอย่างนั้นเลย เป็นเรื่องธรรมดาของคนสองคน ที่ตัวเอกของเรื่องเป็นผู้ชาย และมีเรื่องทวิตนิดหนึ่งในประเด็นของครอบครัว ครอบครัวทำอย่างไร ถ้ารู้ว่าลูกตัวเองรักเพศเดียวกัน ความแตกต่างในการรับมือ การก้าวผ่านจากวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่ การรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่เอาแต่จะบ้ารัก เป็นนิยายที่ไม่มีพิษมีภัย ไม่มีฉากล่อแหลมในประเด็นเรื่องเพศ เพราะความรักดีๆ ไม่ต้องมีเรื่องนั้นก็ได้ครับ”
หมอตุ๊ด เล่าเพิ่มถึงความรู้สึกว่า ตื่นเต้นและดีใจมากที่ผลงานเขียนไว้เมื่อ 10 ปีก่อน จะมีโอกาสมาเป็นนิยายจริงๆ ซึ่งตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเขาได้ปรับแต่งสำนวน
“ผมแบ่งเวลาในการทำงานหมอ และงานเขียนอย่างชัดเจน เพราะผมเชื่อว่า การเป็นหมอรักษาคนไข้ คือการรักษาทางกาย ซึ่งการเขียนหนังสือก็เหมือนกัน หนังสือทุกเล่ม พร้อมที่จะให้บทเรียนชีวิตแก่คนอ่านและเยียวยาจิตใจใครบางคนได้เสมอ”
มาที่ ดร.อั๋น พิธีกรและดีเจชื่อดัง เล่าความรู้สึกบ้าง เขาบอกว่าหลังจากได้อ่านเรื่องราวความรักของกลุ่ม LGBT แล้วบอกเลยว่าสนุก
“โดยส่วนตัวไม่ค่อยอ่านนิยายนะ เพราะมันต้องอ่านยาวต่อเนื่อง แต่พอได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ผมก็รู้สึกว่า มันเป็นนิยายรักร่วมสมัย มีความทันสมัยกับยุคปัจจุบัน ที่ไม่ใช่แค่ความรักหวานแหวว ใสๆ สวยๆ ไปเรื่อยๆ แต่มันมีมุมของครอบครัว-สังคม มุมของคนที่เข้าใจกับมัน และผ่านพ้นมันมาได้แล้ว มันน่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวคนที่อยู่ในวัยสับสนเอง คนที่ยังไม่ยอมรับในตัวเอง หรือคนที่ยอมรับในตัวเอง แต่ทำให้คนรอบข้างยอมรับให้ได้...
ไม่ใช่แค่เรื่องความรักเท่านั้น มันมีความกลมกล่อมในหลายๆ เรื่อง ถือว่าเป็นคู่มือในการดำเนินชีวิตได้ดีเล่มหนึ่งเลยนะ ผมชอบวิธีการเล่าเรื่องนะ จริงๆ ก็เป็นความยากของนักเขียนเหมือนกัน คือเขาจะเล่าเรื่องสลับกัน จากมุมมองของพัดโบก และกังหัน เล่าซ้อนกันไปซ้อนกันมา เหมือนมองเรื่องเดียวกัน มองจากเหรียญคนละด้าน มองอีกคนจากตัวเอง และอีกคนที่กำลังค้นพบตัวเองในด้านใหม่ ในเรื่องเดียวกัน มันก็เก๋ดี”
ฟังเสียง จีรวุฒิ บรรณาธิการ สำนักพิมพ์เฮอร์ พับลิชชิ่งหน่อย...
“จริงๆ แล้ว เฮอร์ พับลิชชิ่ง ก็ทำหนังสือหลากหลายนะครับ ทั้งท่องเที่ยว บทความอ่านสนุก การ์ตูน เราก็เลยคิดว่า นิยายเล่มแรก ก็ควรจะเป็นนิยายที่แตกต่างจากท้องตลาดทั่วไป และนิยายในกลุ่มนิยายในกลุ่ม LGBT ค่อนข้างจะมีน้อยในบ้านเรา เราเห็นช่องว่างตรงนี้อยู่ว่าเราน่าจะทำหนังสือนิยายรัก เพศเดียวกัน ที่มีมุมมองหรือมีมิติ ในเรื่องราวที่ดูจับต้องได้จริง คนที่อ่านสามารถนำเรื่องราวข้อคิดบางอย่าง และสถานการณ์บางอย่างที่เจอ คิดบวกกับชีวิต แสดงจุดยืนของตัวเองได้ โดยที่ยังมีความภาคภูมิใจในตัวเองอยู่ แล้วเราก็มาเจอกับนิยายเล่มนี้ครับ”
ความรักน่าเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นรักในรูปแบบใด เมื่อเลือกแล้ว ความรักดีที่สุดเสมอ..



