ไลฟ์สไตล์

พิพิธภัณฑ์ของ ‘หลวงตาพวน’

พิพิธภัณฑ์ของ ‘หลวงตาพวน’

27 ส.ค. 2559

คอลัมน์ บ้านไม่บาน กับอาจารย์เชี่ยว

 

         สวัสดีครับแฟนๆ ชาว “คนรักบ้าน” สาระน่ารู้ในสัปดาห์นี้เป็นผลงานที่ผมภาคภูมิใจนำเสนอ ถือเป็นผลงานหนึ่งที่ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมสืบสานเนื่องจาก “หลวงตาพวน” หรือ “พระพิมลพัฒนาทร” (พวน วรมงฺคโล) (นามเดิมของท่านคือ “พวน” นามสกุล “แก้วหล่อ”) ที่ท่านได้ละสังขารไปตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2559 ด้วยอาการสงบที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่ง “หลวงตาพวน” เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทั้งยังมีจริยวัตรที่งดงามได้รับการเคารพนับถือจากพุทธศาสนิกชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากชาว “อีสานใต้” ที่มีพรมแดนติดกับ “กัมพูชา” 

         ท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดมงคลรัตน์ ต.คอโค อ.เมืองสุรินทร์ ซึ่งท่านได้สร้างงานสาธารณูปการมากมาย เช่น ก่อสร้าง “พระปรางค์กุญชรมณีศรีไตรยอดเพชร” วัดมงคลคชาราม หมู่ 14 บ้านช้างหมอบ ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์, ก่อตั้งโรงเรียน “อุปัชฌาย์พวนอุทิศ” ตั้งอยู่หมู่ 8 บ้านตะโก ต.ตระแสง อ.เมืองสุรินทร์ และอื่นๆ อีกมาก นอกจากนั้น ท่านยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานตั้งสมณศักดิ์เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญยก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2549 โดยมีราชทินนามตามสัญญาบัตรประกอบพัดยศสมณศักดิ์ว่า “พระพิมลพัฒนาทร”

 

พิพิธภัณฑ์ของหลวงตาพวน

 

         หนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ลูกหาของท่านคือ “บุพการี” ของผม เพราะทั้งคุณพ่อและคุณแม่เริ่มเข้ารับราชการที่ “สุรินทร์” จนกระทั่งท่านเกษียณอายุ “หลวงตาพวน” ท่านก็รับกิจนิมนต์มาที่บ้านอยู่เนืองๆ ถึงแม้ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ของผมท่านได้ละสังขารไปแล้ว แต่ “หลวงตาพวน” ท่านเมตตามาฉันเพลที่บ้านทั้งยังทำบุญกรวดน้ำให้เป็นประจำมิได้ขาด จึงเป็นความผูกพันที่มีอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ปี ที่ “บุพการี” ของผมได้เป็นลูกศิษย์ของ “หลวงตาพวน” และแน่นอนครับผมเองก็เป็นหลานศิษย์ของหลวงตาเช่นกัน 

         เมื่อ “หลวงตาพวน” ได้ละสังขาร เป็นไปตามกฎของ “ไตรลักษณ์” ที่ เกิดขึ้น คงอยู่ และแตกดับ ไม่มีใครสามารถหลุดพ้นจากกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่แสนจะเรียบง่ายและยุติธรรมดังกล่าวไปได้ ทางสมาชิกในบ้านผมได้มีโอกาสเข้าร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่หลวงตา เลยทำให้ผมได้รับรู้รับทราบจากบรรดาลูกศิษย์ลูกหาว่า “หลวงตาพวน” ครั้งยังมีชีวิตอยู่ท่านมีดำริว่าจะทำพิพิธภัณฑ์ไว้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนา ถือได้ว่าเป็นดำริที่บรรดาลูกศิษย์, หลานศิษย์จะต้องช่วยกันสานฝันให้ความตั้งใจของหลวงตาเป็นจริง

 

พิพิธภัณฑ์ของหลวงตาพวน

 

         ผมได้รับแบบร่างลายเส้นจากลูกศิษย์ท่านหนึ่งของหลวงตา ซึ่งว่ากันว่าเป็นลายเส้นของหลวงตาที่ร่างเอาไว้ก่อนจะละสังขาร ผมพยายามแกะลายเส้นของท่านด้วยความตั้งใจครับ โดยให้ผิดเพี้ยนน้อยที่สุด แกะกันอยู่กว่า 2 เดือนครับ ก็ทำได้เท่าที่เห็น ซึ่งยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าไหร่ คงต้องทำให้ดีกว่านี้อีก แต่อย่างน้อยก็ได้เดินตามทางที่หลวงตาได้วางเอาไว้และสานฝันของหลวงตาให้สำเร็จให้จงได้

         สารภาพตามตรงครับว่าพอผมได้เห็นภาพ “Perspective” แบบ “3 มิติ” ของอาคารพิพิธภัณฑ์ของ “หลวงตาพวน”  ผมรู้สึกดีใจ, ชื่นใจ และอิ่มเอิบใจเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะ “หลวงตาพวน” ท่านเป็นเสมือนพระอาจารย์ประจำบ้านของผมมายาวนาน ทั้งคุณพ่อคุณแม่ผมก็เป็นลูกศิษย์ของท่าน ผมเลยถือได้ว่าเป็นหลานศิษย์ จึงตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องลงมือทำให้สุดฝีมือและสุดความสามารถครับ ส่วนความคืบหน้าของพิพิธภัณฑ์ “หลวงตาพวน” ผมก็จะรายงานให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไปครับ สำหรับสัปดาห์นี้ก็มาชื่นชมความงามกับการสานฝันพิพิธภัณฑ์ของ “หลวงตาพวน” กันครับ

 

พิพิธภัณฑ์ของหลวงตาพวน