
ยึดอาชีพทำหมูส้มขายกว่า 40 ปี อาหารเลิศรสของไทยพวนบ้านหมี่
เดิมทีคนโบราณมักจะถนอมอาหารหลายรูปแบบโดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นวิธีทำเนื้อเค็ม ตากแห้ง หมัก เพื่อเก็บไว้บริโภคในโอกาสหน้า แต่การถนอมอาหารอันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นเหล่านี้กลายเป็นอาหารยอดนิยมอีกชนิดหนึ่งของคนรุ่นใหม่ อย่าง "หมูส้ม" ถือเป็นการถนอมอาหารอ
คุณยายจำรัสซึ่งเป็นคนไทยพวน บอกว่า หัดทำหมูส้มเพื่อเป็นการถนอมอาหารมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ที่สอนมา เพราะคุณพ่อคุณแม่เวลาล้มหมูมักจะทำหมูส้ม หมูเค็ม ไว้บริโภคกันภายในครอบครัวน สมัยก่อนส่วนใหญ่ทำด้วยเนื้อหมูติดมัน ติดหนังหั่นเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วนำมาหมักด้วยข้าวสุก กระเทียม เกลือ แล้วนำมาใส่โหลแก้วเอาไว้ หลังจาก 2 วัน หมูส้มมีรสเปรี้ยวและสามารถเก็บไว้อีกหลายวัน แต่ปัจจุบันหมูส้มกลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารชนิดหนึ่งที่คุณยายจำรัสทำขายเป็นอาชีพจึงมีการดัดแปลงชนิดของเนื้อหมูคือใช้เนื้อหมูที่เป็นเนื้อแดง มันหมูแข็ง หนังหมูต้มให้สุก นำเนื้อหมูมาบดให้ละเอียด หั่นมันแข็งหมู เป็นชิ้นเล็กๆ หรือสับเป็นชิ้นเล็กๆ หั่นหนังหมูเป็นชิ้นเล็กๆ ยาวประมาณ 1 นิ้ว เวลารับประทานทั้งดิบและสุกคือคั่วหรือทอดก็ได้ โดยมีเครื่องปรุงคือ ขิง ต้นหอม ผักชี ผักกาดหอม ถั่งลิสงคั่ว พริกขี้หนู มะนาว คลุกให้เข้ากันแล้วรับประทานกับข้าวร้อนๆ เป็นต้น
"ทุกวันยายใช้เนื้อหมูเนื้อแดงอย่างน้อยวันละ 12 กก. มันหมูแข็ง 3 กก. หนังหมู 3 กก. ข้าวสุกจะใช้ผสม 150 กรัมต่อเนื้อหมู 1 กก. กระเทียม 100 กรัม เกลือ 1 ช้อนแกง เมื่อรวมกันแล้วจะได้หมูส้มประมาณ 20 กก. แต่บางวันอาจถึง 30 กก. ขายหมดทุกวัน แต่วันหยุดจะเพิ่มอีก 1 เท่าตัว แล้วนำมารหมักในโหลแก้วได้ประมาณ 1-2 วัน พอมีรสเปรี้ยวก็นำออกมาแล้วขายในราคากิโลกรัมละ 120 บาท ในแต่ละวันจะขายได้วันละ 2,400-3,600 บาท หักต้นทุนได้กำไรกว่า 1,000 บาท” คุณยายจำรัส กล่าว
คุณยายจำรัส บอกอีกว่า หมูส้มทั้งหมดเมื่อทำเสร็จแล้วจะขายที่บ้าน ปากทางเข้าวัดบ้านทราย ขายมา 40 ปีแล้ว โดยมีลูกหลานช่วยกันขายบ้าง ทำเท่าไรก็ขายหมด เพราะส่วนหนึ่งมีลูกค้าประจำที่เคยไปมา บางคนอยู่ต่างถิ่นแต่เคยแวะซื้อเวลาผ่านอีกก็จะแวะอีก บางคนซื้อไปฝากกับพรรคพวกคนละ 4-5 กก. แต่เนื่องจากอายุมากถึง 82 ปี จึงทำได้ไม่มากนักทั้งที่ตลาดยังต้องการอีกมาก แต่คุณยายจำรัสยืนยันว่าจะไม่ผลิตในรูปแบบของโรงงานเพราะรสชาติจะเปลี่ยน
"ทำขายวันละ 20-30 กก.พอแล้ว เพราะอายุ 82 ปีเข้ามาแล้ว ทำขายเพียงเลี้ยงชีพก็พอ ไม่ได้หวังร่ำรวยอะไรมากมาย ตอนนี้นอกจากทำหมูส้มขาย ที่บ้านกลายเป็นสถานที่ที่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏมาดูงานการทำหมูส้มเป็นประจำ"
ด้าน จริยาภรณ์ ควบพิมาย อาชีพครูในกรุงเทพฯ บอกว่า เดิมทีเป็นคนบ้านหมี่ แต่ย้ายไปสอนหนังสือย่านดอนเมือง กรุงเทพฯ เวลากลับไปที่บ้านหมี่จะแวะมาซื้อหมูส้มของคุณยายจำรัส เพื่อเป็นของฝากติดไม้ติดมือทุกครั้ง เพราะหมูส้มของคุณยายจำรัสไม่เหมือนหมูส้มที่อื่นๆ สะอาด อร่อย รับประทานได้ทั้งดิบและสุก เวลาผ่านจะซื้อครั้งละ 3-4 กก.เพราะลูกๆ ชอบรับประทานทุกคน ที่สำคัญหมูส้มของคุณยายจำรัสราคาไม่แพงด้วยคือิโลกรัมละ 120 บาท ขณะที่อื่นขายกิโลกรัมละ 160 บาท รสชาติสู้ของคุณยายจำรัสไม่ได้
นับเป็นอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านหมี่อีกชนิดหนึ่งที่ขายมากว่า 40 ปีแล้ว หากใครสนใจสอบถามได้ที่โทร.0-3647-1152
"สรศักดิ์ ทับทิมพราย"



