
คุ้นลิ้นปารีเซียง @ ลาดูเร่ ซาลอน เดอ เต
สัมผัสกลิ่นอายปารีเซียงขนานแท้ กับรายการความอร่อยหลายหลาย ปรุงแต่งอย่างตั้งใจจรที่ยากจะวางช้อน...
หลังจากนำเข้าต้นตำรับมาการองสุดหรูจากฝรั่งเศสแบรนด์ “ลาดูเร่” มาให้คนไทยได้ลิ้มรส จนเป็นที่รู้จักในวงการร้านขนมหวานอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ล่าสุด “นุ่น” ณิชยา ธรรมาวรานุคุปต์ เอครพานิช ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการเปิดตัวร้าน "ลาดูเร่ ซาลอน เดอ เต" ใจกลางห้างสยามพารากอน พร้อมเสิร์ฟทั้งของหวานและอาหารรสเลิศในแบบฉบับปารีเซียงแท้ๆ โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงปารีส
แวบแรกทีี่ก้าวเข้าไปในร้านหรูก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายปารีเซียงขนานแท้ กับการตกแต่งและสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ภายในร้านแบ่งย่อยออกเป็น 3 โซน โซนเทอร์เรสเป็นสีเขียวพาสเทล ผสานกับสีทอง เสริมความหรูหราน่าเยี่ยมชมผสานกับความอ่อนช้อยของลวดลายโครงสร้างที่ชวนให้นึกถึงบรรยากาศร้านชาสุดหรูแห่งถนนชองป์เอลิเซ่ในปารีส ถัดไปเป็นซาลอนที่จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศความอบอุ่นจากโทนสีฟ้า สีน้ำเงินเข้ม และสีเทาพาสเทล ส่วนโซนด้านในสุดเป็นสีชมพูแซลมอน ส่วนเฟอร์นิเจอร์คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าคนสำคัญเป็นเก้าอี้หลุยส์หรูหราโอ่อ่าสั่งผลิตจากช่างฝีมือชาวฝรั่งเศส เช่นเดียวกับโคมระย้าหรูส่องประกายวิบวับบนเพดาน เสริมด้วยวอลล์เปเปอร์ลายดอกไม้มองแล้วสบายตา
สลัดลาดูเร่
หลังจากอิ่มเอมกับบรรยากาศงดงามภายในร้านแล้ว ก็ได้เวลาชิมเมนูเด็ดๆ ที่รังสรรค์โดยเชฟมากความสามารถส่งตรงจากฝรั่งเศส ประเดิมจานแรกด้วยเมนูรองท้องเบาๆ สำหรับคนรักสุขภาพ อย่าง สลัดลาดูเร่ ประกอบด้วยผัดสลัดนานาชนิด อาทิ อาร์ติโชค ถั่วสแนป ฯลฯ มีมิซูน่ารองอยู่ด้านล่าง ความพิเศษอยู่ตรงนี้ล่ะเพราะมิซูน่าเป็นผักสลัดที่อุ้มน้ำได้ดี กินแล้วรู้สึกได้ถึงความสดชื่นโดยไม่ต้องปรุงรสมากนัก แต่จานนี้คงไม่ครบสูตรหากขาดซอสที่มีส่วนผสมจากเสาวรส น้ำมันมะกอก และเลมอน รสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ กินพร้อมมอสซาเรลล่าชีสที่วางเรียงมาด้านข้างจาน ลงตัวมากๆ ขอบอก
บูราต้า
ดั๊กฟัวกราส์
เมนูถัดมายังคงเน้นไปที่หนุ่มสาวรักสุขภาพอีกเช่นกัน กับ บูราต้า มีส่วนประกอบหลักเป็นมะเขือเทศ 2 แบบทั้งแบบธรรมดาลูกโต กับมะเขือเทศเชอร์รี่รสนุ่ม กินพร้อมกับชีสสีขาวข้นหอมมันที่จัดวางตรงกลางรสชาติจะอร่อยแตกต่างกันออกไป บนเนื้อชีสยังเพิ่มความน่ารับประทานด้วยสีสันสวยๆ จากลูกฟิกและใบโหระพาด้วย ต่อกันที่ ดั๊กฟัวกราส์ เชฟนำมาการองรสพิตาชิโอ้ไปทำเป็นไส้ตรงกลางของฟัวกราส์ กินคู่กับซอสมะม่วง และขนมปังลูกเกดอบกรอบสไตล์ฝรั่งเศส
โรสบีฟเทนเดอร์ลอยด์
รองท้องจนน้ำย่อยทำงานเต็มที่ ถึงเวลาจัดหนักกับเมนคอร์ส เมนูแรกที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอบอกเลยว่าคนชอบกินเนื้อวัวไม่ควรพลาด เพราะ โรสบีฟเทนเดอร์ลอยด์ จานนี้เชฟเลือกใช้เนื้อสันส่วนที่นุ่มเป็นพิเศษ นำไปกริลล์จนได้ที่ไม่สุกจนเกินไป จัดวางมาบนมันบดปรุงรส แล้วแต่งจานให้สวยงามด้วยซอสวาซาบิ พร้อมรับประทานได้ทันที แค่คำแรกก็การันตีได้เลยว่านุ่มจนแทบละลายในปากทีเดียว แต่หากใครไม่กินเนื้อแนะนำให้ลอง แซลมอน ทันดูรี่ รับรองไม่ผิดหวัง ทางร้านเลือกใช้แซลมอนชั้นดีนำไปชุบไข่ขาวแล้วโรยด้วยเครื่องเทศจากอินเดีย รสชาติออกเผ็ดนิดๆ แล้วนำไปกริลล์ด้วยเวลาพอเหมาะ จะได้ปลาแซลมอนเนื้อนุ่มกำลังดีแถมกลิ่นยังหอมหวนชวนให้ลิ้มลองด้วย
โวลูวองท์
อีกเมนูที่มาร้านนี้แล้วต้องลอง คือ โวลูวองท์ เป็นพัฟฟ์เพสตรี้ทำเป็นรูปถ้วยแบบไม่มีฝาปิด เพื่อรองรับน้ำซอสรสกลมกล่อมที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อไก่ชิ้นโต และเห็ด 2 ชนิด คือ เห็ดเซ็พ และเห็ดโมะเรลอิมพอร์ตจากต่างแดนมาให้อร่อยกันแบบเต็มปากเต็มคำ กิมมิคอยู่ที่ช่วงก่อนกิน พนักงานจะยกหม้อน้ำซอสที่มาตักราดบนพัฟฟ์เพสตรี้กรอบๆ กินขณะยังร้อนๆ ได้ฟีลล์แบบกรอบนอกนุ่มใน รังรองว่าอร่อยจนวางช้อนไม่ลงเลยล่ะ
ลาดูเร่ เฟรนช์โทสต์
ชิมไปหลายเมนูจนท้องเริ่มอิ่ม แต่ยังไม่ครบครันมื้ออร่อยหากยังไม่ได้ชิมของหวานเลื่องชื่อของลาดูเร่ ที่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อิสปาออง มาการองรสกุหลาบที่ประกบกันสองชิ้นแทรกด้วยครีมกลิ่นกุหลาบและลิ้นจี่ สอดไส้ราสเบอร์รี่ลูกโต, มงบล็อง ขนมหวานสัญชาติฝรั่งเศสทรงภูเขาตกแต่งด้วยครีมเชสนัทและวิปครีมเนื้อเนียน, เฆอลิจิเออส ครีมพัฟฟ์ชิ้นโตตกแต่งด้วยครีมและไอซิ่ง และพลาดไม่ได้กับแซงตอนอเร่รสกุหลาบ-ราสเบอร์รี่ ครีมพัฟฟ์ที่ผสานความหอมหวานของครีมกลิ่นกุหลาบตัดกับรสเปรี้ยวของราสเบอร์รี่ มิลเฟอยวานิลลา ขนมหวานกรอบนอกนุ่มในด้วยรสชาติครีมวานิลลาแท้จากมาดากัสการ์ ร่วมด้วยเพสตรี้ และขนมปังทั้งเฟรนช์โทสต์ ทั้งครัวซองต์ เอแคลร์ และเค้กตามฤดูกาลต่างๆ สั่งมากินคู่กับเครื่องดื่มที่มีให้เลือกสรรหลายรายการ แต่ที่เป็นซิกเนเจอร์คงต้องยกให้ชาผลไม้ กลิ่นดอกไม้อย่าง ลาดูเร่ เบลนด์
ลาดูเร่ เบลนด์
สัมผัสประสบการณ์ที่สุดแห่งความหรูหราของตำนานขนมหวานและอาหารสไตล์ปารีสแท้ๆ ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 09.30-21.30 น. บนชั้นเอ็ม โซนนอร์ธ สยามพารากอน หรือจะยกหูไปสอบถามก่อนก็ได้ที่ 0-2129-4771
++++++++++++++



