
การศึกษา"สร้างคน"คน"สร้างชาติ"(4)
การบริหารมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพนั้น คงต้องมีผู้บริหารที่มีคุณภาพ เพื่อรับนโยบายจากสภามหาวิทยาลัยมาบริหารกิจการภายในของมหาวิทยาลัย "ระบบการสรรหา" คนดี มีฝีมือ และเหมาะสม จึงนำมาใช้กับอธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยสำนักที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ
เพื่อป้องกันระบบอุปถัมภ์ นับเป็นระบบที่เหมาะสมกับภาวะปัจจุบัน แม้ว่าบางประเทศ เช่น อเมริกา จะถูกกำหนดโดยผู้ว่าการรัฐเขาได้ผู้เต็มใจทำงานจริงจังและสามารถระดมทุนได้เป็นเงื่อนไขก็ตาม แต่ประเทศไทยคงยังเข้าสู่ระบบนั้นไม่ได้ในขณะนี้
การเปิดกว้างในรูปแบบประชาธิปไตยเช่นนี้ ทำให้มีการสรรหา ด้วยวิธีเสนอชื่อหรือรับสมัคร ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารระดับใดก็ตาม ต่างประชาสัมพันธ์ตนเองในเชิงหาเสียง แบ่งกลุ่มสนับสนุน รวมถึงการสร้างเครือข่ายกับ "กรรมการสรรหา" หรือ "กรรมการสภามหาวิทยาลัย" ที่จะเป็นผู้ชี้ขาด การสรรหาอาจมีทั้ง "การหยั่งเสียง" หรือลงคะแนนเสียงแบบ "เลือกตั้ง" ก็มีให้เห็น หรือจากการประเมินของกรรมการสรรหา ล้วนแล้วแต่เป็นระบบที่ดี หากความเป็นผู้ใหญ่ (Mature) ของผู้ใช้สิทธิลงคะแนน ในบริบทของนักประชาธิปไตยจะพึงมี
แต่ท้ายสุด ปัญหาและอุปสรรคจะเกิดขึ้น เมื่อได้ผู้บริหารของกลุ่มที่ตนเองไม่สนับสนุนตั้งแต่ต้น เจตนารมณ์ที่จะให้เกิดมีส่วนร่วมในการพัฒนา กลับกลายเป็น ไม่ร่วมมือ ไม่สนับสนุน ไม่เต็มใจ ต่อนโยบาย หรือการบริหารจัดการของผู้บริหารใหม่ เปรียบเสมือนเป็น "ฝ่ายค้าน" จ้องจับผิด จึงยากต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างเป็นเอกภาพ
ประเด็นนี้ จึงเป็นประเด็นที่แต่ละมหาวิทยาลัยจะพัฒนาระบบการสรรหา หรือ "เลือกตั้ง" ให้โอกาสนักจัดการศึกษาที่มีประสบการณ์ในวิชาชีพภาคเอกชนที่ประสบผลสำเร็จเข้ารับเป็นผู้ถูกสรรหาให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดมุมมองในมิติทุกด้าน แน่นอนที่สุด ผู้ที่ได้รับการสรรหา จำเป็นต้องแสดงวิสัยทัศน์ในการเปลี่ยนแปลงให้มหาวิทยาลัยพัฒนาก้าวหน้า ด้วยผลงานให้ปรากฏ ตามแผนยุทธศาสตร์หรือแผนกลยุทธ์ที่นำเสนอในวาระของตนเอง คงจะลบล้างความไม่มั่นใจของบรรดาบุคลากรในมหาวิทยาลัยลงไปได้
ด้าน ศักยภาพของอาจารย์ ข้อกำหนดมาตรฐานสัดส่วนของอาจารย์กับนักศึกษา มาตรฐานคุณวุฒิและตำแหน่งวิชาการ รวมถึงมาตรฐานหลักสูตร การบริหารจัดการการศึกษาและกรอบคุณวุฒิอุดมศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ สกอ.ได้กำหนดไว้แล้วทั้งสิ้น ถือว่าเป็นกรอบที่ทุกสถาบันอุดมศึกษาพึงปฏิบัติให้เกิดมาตรฐานนำไปสู่คุณภาพในที่สุด
นอกจากนี้ยังมีประเด็นการประเมินทั้งการประเมินตนเองของ สกอ.สมศ. ก.พ.ร.ทั้ง 3 หน่วยงาน ต่างมีองค์ประกอบและตัวชี้วัดต่างกัน ถึงขั้นต้องจัดทำทุกปี แยกจากกัน เป็นภาระอันหนักหน่วงของอาจารย์ในคณะที่มีบทบาท การผลิตบัณฑิตต้องมุ่งมั่นต่อเอกสารการประเมินตลอดปี หากจะยุบรวมกันให้มีองค์ประกอบร่วมบูรณาการให้ได้เพียงฉบับเดียว ย่อมส่งผลให้ภาระงานอาจารย์น้อยลง ทุ่มเทกับการสอน การวิจัยได้มากขึ้น
อนาคตมหาวิทยาลัยของรัฐ คงต้องปรับเปลี่ยนไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับแทน เพราะอัตรากำลังอาจารย์ที่เป็นข้าราชการถูกปรับเปลี่ยนมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยแทนทั้งหมด แม้ว่าจะเพิ่มรายได้ทดแทนสวัสดิการของรัฐในอดีต ให้เป็น 1.5 - 1.7 เท่า โดยให้รับผิดชอบสวัสดิการอื่นเอาเอง คงต้องเร่งสร้างข้อบังคับ ระเบียบว่าด้วยพนักงานมหาวิทยาลัย ให้มีสิทธิประโยชน์เทียบเท่ากับข้าราชการครูในอดีต เช่น ตำแหน่งทางวิชาการ การเป็นผู้บริหารและหรือสิทธิอันพึงได้ จะช่วยให้มหาวิทยาลัยช่วงชิงคนเก่งจากภาคเอกชนที่รายได้มากกว่าได้บ้าง
อัตรากำลังอาจารย์สายผู้สอน ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาเป็นอย่างมาก อัตรากำลังสำหรับมหาวิทยาลัยใหม่ของรัฐ เช่น ราชมงคล หรือราชภัฏ รัฐบาลพึงให้ความสำคัญ ในอัตราอาจารย์เป็นประจำทุกปีให้เหมาะสมกับสัดส่วนของนักศึกษา หากถูกจำกัดด้วยงบประมาณของรัฐ มหาวิทยาลัยพึงต้องใช้เงินสะสมรายได้ของตนเองมาจ้างแทน แต่ขอได้มีศักดิ์ศรีเช่น พนักงานมหาวิทยาลัยเทียบเท่าอาจารย์ที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน เพราะพันธกิจของทุกมหาวิทยาลัยถูกกำหนดให้มีภาระมากมายหลายด้าน ทั้งงานสอน งานวิจัย งานบริการวิชาการ งานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม หากอัตรากำลังไม่พอ อย่าได้หวังว่างานวิจัยจะเกิดได้มากมาย
ประเด็นวิจัยนี้ ข่าวว่า สกอ. จัดตั้งกองทุนวิจัยให้มหาวิทยาลัยนับเป็นเรื่องอนุโมทนา แต่อาหารถวายพระมีแล้ว หากพระมารับบิณฑบาตยาก หรือพระมีน้อย ก็อาจเข้าตำราเดิม คือ ขาดนักวิจัย ทุกมหาวิทยาลัยพึงใช้อัตราอาจารย์สายวิจัย หรือบรรจุนักวิจัยทำหน้าที่วิจัยให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ โดยเชื่อมโยงกับสถานประกอบการหรือชุมชน น่าจะขับเคลื่อนงานวิจัยของมหาวิทยาลัย ให้เป็นที่พึ่งของสังคมและชุมชนได้มากขึ้น
ที่น่ายินดีกระทรวงศึกษาธิการจะมีงบประมาณให้มหาวิทยาลัยที่ติดอันดับใน 500 แห่งของมหาวิทยาลัยที่มีคุณภาพระดับนานาชาติมากถึง 1.2 หมื่นล้านบาท สนับสนุนให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ ยิ่งเพิ่มพลังขับเคลื่อนได้รวดเร็วต่อการพัฒนาคนและประเทศชาติ
0 ดร.วิชัย พยัคฆโส 0
คณบดีคณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี
[email protected]



