ไลฟ์สไตล์

เจ็บหน้าอกบ่อย เสี่ยงเป็น “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด”

เจ็บหน้าอกบ่อย เสี่ยงเป็น “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด”

19 ส.ค. 2559

ดูแลสุขภาพ : เจ็บหน้าอกบ่อย เสี่ยงเป็น “กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด”

๐ สาเหตุของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
               หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงหัวใจเกิดภาวะแข็งตัว (Ateriosclerosis) ซึ่งเกิดจากการสะสมของสารต่างๆ เกาะบนผนังด้านในของหลอดเลือดส่วนใหญ่ มักจะเป็นผลมาจากไขมันเกาะ ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัว ตีบแคบหรืออุดตัน และความยืดหยุ่นของหลอดเลือดลดลง เลือดไหลผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้น้อยลง หรือไมได้เลย ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตโดยไม่ทันรู้ตัว

๐ ปัจจัยที่ส่งเสริมทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจตีบ
               ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง อายุมากขึ้น

๐ การตรวจวินิจฉัยอย่างไรจึงจะทราบว่ากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
               - พิจารณาจากการซักประวัติโรคประจำตัว ประวัติการรักษาและลักษณะของอาการเจ็บหน้าอก อาการเจ็บสัมพันธ์กับการออกแรงหรือความเครียดหรือไม่ เจ็บนานแค่ไหนและตรวจร่างกายทั่วไป ตรวจความดันโลหิตเพื่อพิจารณาความรุนแรงของโรค
               - การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ขณะเดินออกกำลังกายบนสายพาน (Exercise Stress test) เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ขณะออกกำลังกาย เพราะเป็นช่วงที่หัวใจต้องการเลือดไปเลี้ยงมาก หากกล้ามเนื้อหัวใจตายก็จะพบการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้า
               - การตรวจเลือด ค่าของสารเคมีในเลือดจะบอกได้ว่า มีกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือไม่ จะสามารถวินิจฉัยความรุนแรงของโรคได้
               - การฉีดสีเข้าหลอดเลือดหัวใจ ทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้แน่นอนว่า หลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด

๐ การรักษาด้วยยา
               ให้ยาขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ เช่น ไนโตรกลีเซอลีน (Nitroglycerine) อมใต้ลิ้นทันทีเมื่อเกิดอาการ บางครั้งอาจให้ยาป้องกัน ลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน รับประทานวันละครั้ง
               ในรายที่มีโรคประจำตัวที่เป็นต้นเหตุ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง แพทย์จะต้องให้ยาเพื่อรักษาโรคประจำตัวเหล่านี้ควบคู่กันไป

๐ การผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ (Bypass)
               การพิจารณาผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจ จะทำในกรณีที่หลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรง โดยแพทย์จะพิจารณาจากพยาธิสภาพของหลอดเลือดหัวใจและอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก เป็นการผ่าตัดทำทางเบี่ยงข้ามเพิ่มหลอดเลือดใหม่เข้าไป ต่อข้ามตำแหน่งของหลอดเลือดที่ตีบตัน ทำให้เลือดสามารถไหลผ่านไปเลี้ยงหัวใจด้วยเส้นทางใหม่ ซึ่งโดยปกติจะต่อหลอดเลือดประมาณ 3-5 เส้น หลังผ่าตัดต้องรับประทานยาต่อเพื่อป้องกันการตีบซ้ำของหลอดเลือด

๐ เอาหลอดเลือดใหม่มาจากไหนเพื่อทำบายพาส
               การเลือกหลอดเลือดมาทำบายพาส (Graft) แพทย์จะพิจารณาหลายปัจจัยประกอบ เช่น ความยืดหยุ่นและความหนาบางของผนังหลอดเลือด และสภาพร่างกายของผู้ป่วย ส่วนใหญ่จะนิยมใช้หลอดเลือดแดงบริเวณหน้าอก และหลอดเลือดดำที่ขา
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
               - การรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
               - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และพอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย เน้น ผักผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หลีกเลี่ยงอาหารเค็มจัด งด ชา กาแฟ บุหรี่
               - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น การเดิน เป็นต้น แต่อย่ามากเกินกำลัง
               - การพักผ่อนที่พอเพียง
               - พบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ

๐ การป้องกันโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
               - การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไขมันน้อย มีกากใยมากๆ เช่น ผัก ผลไม้ ปลา เป็นต้น
               - ควรออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อย สัปดาห์ละ 3 วัน
               - หลีกเลี่ยงการสูบหรี่
               - นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
               - รู้จักผ่อนคลายความเครียด
               - ควบคุมน้ำหนัก งดอาหารหวานจัด
               - ควรตรวจสุขภาพประจำปี
               - หากท่านมีโรคประจำตัว ควรพบแพทย์และรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างสม่ำเสมอ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นต้น
               - เมื่อมีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ควรปรึกษาแพทย์

นพ.สุวัฒน์ คงดำรงเกียรติ

แพทย์หัวหน้าศูนย์หัวใจ

โรงพยาบาลพญาไท 3