
การดูแลร่างกายในฤดูฝน
ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน ทำความรู้จัก "หวัดเย็น" ในฤดูฝน
เพื่อหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายของสิ่งมีชีวิตตามวัฎจักรของจักรวาล ธรรมชาติจึงมีการผลัดเปลี่ยนฤดูกาลอยู่เสมอ สำหรับบ้านเราใน 1 ปี ฤดูหนาวจะมีบ้างก็แต่ในภาคเหนือและภาคอีสานบางจังหวัดเท่านั้น ส่วนภาคอื่นจะมีแต่ฤดูร้อน ร้อนมากกับฤดูฝนเท่านั้น ฤดูฝนเป็นฤดูที่ต่อมาจากฤดูร้อน จึงมีทั้งร้อนอบอ้าวและฝนคละเคล้ากันไป ความร้อนในฤดูร้อนเผาผลาญความชื้นในผืนดินระเหยสู่ท้องฟ้า บนท้องฟ้าจึงมีความชื้น ก่อเป็นเมฆฝนจำนวนมาก จากนั้นฤดูฝนก็เริ่มขึ้น ฝนเริ่มตกชุก น้ำฝนช่วยให้ผืนดินชุ่มฉ่ำ น้ำไหลไปกักขังตามผืนนา และไหลรวมลงแม่น้ำ ได้กักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้ง การไหลหลากในช่วงหน้าฝนจะช่วยชะเอาซากต่างๆ ลงสู่แม่น้ำเป็นปุ๋ยให้แก่ท้องไร่ท้องนาเป็นอย่างดี ฤดูฝนจึงเป็นฤดูกาลของการเพาะปลูกพืชภัณฑ์ธัญญาหาร เพื่อเลี้ยงชีวิตผู้คนบนพื้นโลก เราจึงไม่ควรกล่าวโทษเวลามีฝนตกแล้วทำให้เราไม่สะดวก และการมีน้ำขังชื้นแฉะมารบกวน ธรรมชาติสร้างมาเช่นนี้ตั้งแต่เรายังไม่เกิด
ปัญหาอยู่ที่ว่า คนเราจะปรับตัวให้เข้ากับฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ร่างกายจึงจะแข็งแรง ไม่เจ็บป่วย โบราณจีนสอนว่าคนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ดังนั้นร่างกายของคนเราจักต้องปรับตัวให้เข้ากับทุกฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ ฤดูฝนอากาศจะร้อนอบอ้าว ความกดอากาศต่ำ จนรู้สึกอึดอัด ขณะเดียวกันก็มีฝนตกชุก เมื่อฝนตกชุก บางครั้งต้องเปียกฝนหรือโดนละอองฝน ต้องลุยน้ำ ดังนั้น ฤดูฝนจึง เป็นฤดูกาลที่เป็นโรคหวัดได้ง่ายฤดูหนึ่ง หวัดที่เกิดขึ้นง่ายในฤดูฝน ส่วนมากแล้วจะเป็น "หวัดเย็น"
พอเปียกฝน หรือโดนละอองฝน ผู้ที่ความต้านทานอ่อนแอจะเป็นหวัดง่าย ผู้ที่ร่างกายหนาวเย็นง่าย จะเริ่มด้วยหวัดเย็นก่อน ช่วงนี้ผ่านไปเร็วมาก ไม่นานกลาย เป็นหวัดร้อน อย่างรวดเร็ว แต่บางคนกว่าจะกลายเป็นหวัดร้อนก็ค่อนข้างช้า หรือรักษาไม่ถูกจนหวัดหายยาก ก็จะกลายเป็นหวัดร้อน
สำหรับผู้ที่โดนแอร์เย็น โดนฝน โดนอากาศหนาวแล้วใส่เสื้อผ้าไม่อุ่น หรือเหนื่อยล้าจากการโหมงาน ความต้านทานของร่างกายอ่อนแอ จะเป็นหวัดได้ง่าย อาการเริ่มแรกของหวัดเย็น คือ รู้สึกเย็นที่แผ่นหลัง บ่าไหล่ตึงเกร็ง หนัก ต้นคอและบ่าไหล่ เนื้อตัวปวดเมื่อยไม่สบาย คันจมูก จาม อ่อนเพลีย อาการที่กล่าวมา หากได้ดื่มน้ำขิงใส่รากต้นหอมพร้อมกับน้ำตาลแดงเล็กน้อยในทันที อาจไม่เป็นหวัดเลย หรือเป็นก็ไม่หนักมากหายไปโดยอาการหวัดหนักขึ้น หรือซดน้ำต้มยำร้อนๆ ให้เหงื่อออก ก็จะดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าไม่รักษาหรือรักษาไม่ถูก หรือเหนื่อยเพลียเกินกว่าร่างกายจะรับไหว อาการดังข้างล่างจะปรากฏตามมา ได้แก่
- กลัวหนาว ครั่นเนื้อครั่นตัว ห่มผ้าหรือเพิ่มเสื้อผ้าไม่รู้สึกอุ่น
- ตัวรุมๆ ไข้ไม่สูง
- ไม่มีเหงื่อ
- ปวดศีรษะ ปวดเนื้อปวดตัว ปวดตามข้อ
- จาม คัดจมูก น้ำมูกใสไหล
- พูดเสียงอู้อี้
- คันคอ ไอ เสมหะใส
- ชอบดื่มร้อนๆ
การป้องกันรักษาหวัดเย็นง่ายๆ คือ หั่นขิงกลางแก่กลางอ่อน 2 แว่น หั่นผักชี 5-6 ต้น เอารากกับก้าน ไม่เอาใบ ต้นหอมติดรากยาว 1 ข้อมือ ใส่น้ำ 2 แก้ว ต้มด้วยกันเดือด 5 นาทีก็พอ ไม่ต้องต้มนาน แล้วใส่น้ำตาลแดงตามใจชอบ ดื่มร้อนๆ ให้เหงื่อซึมๆ
ถ้าแน่ใจว่าตัวเองเป็นหวัดเย็นจริงๆ กินต้มยำร้อนๆ ผัดเผ็ด ให้รูขนเปิด เหงื่อออก จะช่วยขับพิษความหนาวออกไป ได้ผลดีเช่นกัน การป้องไม่ให้เป็นหวัดง่าย อยู่ที่ต้องสร้างภูมิต้านทานร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำ จะด้วยการวิ่ง การเดิน การเล่นกีฬา การว่ายน้ำ ล้วนให้ผลดีต่อร่างกายทั้งนั้น เอาที่ตัวเองสะดวกและชอบ หากรู้ตัวว่าทำงานจนไม่ได้พักผ่อน ก็ต้องหาเวลานอนพักผ่อน หรือหาทางผ่อนคลายทั้งกายและใจ ไม่เช่นนั้นหวัดจะเล่นงานง่าย
การกดจุดทุกวันจะช่วยให้ห่างไกลหวัดได้ เช่น กดจุดเหอกู่ ชวีฉือ หยิงเซียง (อยู่ข้างปีกจมูก 0.1 ซม.ทั้ง 2 ข้าง) ส่วนยาจีน มียายกภูมิต้านทาน กินเป็นประจำ ร่างกายแข็งแรงขึ้น เป็นหวัดน้อยลง การฝังเข็มรักษาหวัด เป็นวิธีการรักษาโรคหวัดที่ดีมากวิธีหนึ่ง เคยมีผู้ป่วยที่ คัดจมูก จาม น้ำมูกใสไหล ไอบ้าง ปวดศีรษะ ผ่านการฝังเข็มแล้ว อาการคัดจมูกลดลง อาการที่กล่าวมาลดลงอย่างเห็นได้ชัด สบายตัวขึ้น หลังจากนั้นค่อยให้กินยาจีนที่ช่วยรักษาหวัดเย็นตาม ไม่กี่วันก็หายโดยไม่ต้องกินยาลดน้ำมูก ยาลดไข้และยาแก้อักเสบ



