
อภ.เตรียมทำสัญญาซื้อยาซานามีเวียร์กันหวัด11ส.ค.
ปลัดสธ. ชี้ไทยสามารถชะลอการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้ หากทั้งคนป่วยและคนที่ยังไม่ป่วย ปฏิบัติตามคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มแข็ง
(10ส.ค.) นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การดื้อยาโอเซลทามีเวียร์ ภายหลังจากที่มีการรายงานพบผู้ป่วยหวัด 2009 ซึ่งเข้ารักษาตัวที่ รพ.รามาธิบดีก่อนหน้านี้เกิดการดื้อยา ว่า ในกรณีที่ผู้ป่วยดื้อต่อยาโอเซลทามีเวียร์ สามารถใช้ยาซานามีเวียร์ในการรักษาผู้ป่วยได้ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้มอบให้ อภ. เตรียมความพร้อมด้านยาในการรับมือการแพร่ระบาดของโรค รวมถึงยาซานามีเวียร์ที่ใช้รักษาผู้ป่วยหวัด 2009 ที่ดื้อต่อยาโอเซลทามีเวียร์ด้วย โดยให้เป็นตัวแทนจัดซื้อและกระจายยานี้ให้กับ รพ.ภาครัฐทั้งหมด
นพ.วิฑิต กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (11 ส.ค.) เวลา 13.00 น. ทาง อภ.จะลงนามเซ็นสัญญาจัดซื้อยาซานามีเวียร์กับบริษัทแกล็กโซสมิธไคลน์ (GlaxoSmithKline - GSK) เพื่อจัดซื้อยานี้จำนวน 30,000 ชุด โดยมี นายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน ซึ่งเป็นไปตามแผนการจัดซื้อก่อนหน้านี้ ในราคาโดสละ 450 บาท จากเดิมที่ก่อนหน้านี้จำหน่ายในราคาโดสละ 900 บาท ซ อย่างไรก็ตามกรณีที่มีข่าวพบผู้ป่วยดื้อต่อยาโอเซลทามีเวียร์นั้น หากต้องสำรองเพิ่มคงต้องดูตามสถานการณ์ก่อน
ปลัดสธ. ชี้ไทยสามารถชะลอการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ได้
วันนี้(10 สิงหาคม 2552) นายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวทางสื่อต่างๆ พบการดื้อยาต้านไวรัสโอเชลทามีเวียร์ว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฝ่ายวิชาการและยุทธศาสตร์ ซึ่งมีศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ เป็นหัวหน้าคณะฯ จะประชุมหารือร่วมกันในบ่ายวันนี้ ซึ่งฝ่ายวิชาการจะเป็นผู้ให้คำตอบเกี่ยวกับการดื้อยานี้ได้ชัดเจน ว่ามีการดื้อยาจริงหรือไม่ กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการรองรับการดื้อยาแล้ว ซึ่งการป้องกันการดื้อยาที่ดีที่สุด คือผู้ป่วยต้องกินยาให้ครบ 10 เม็ดตามเวลา 5 วันๆละ 2 เม็ด ห้ามหยุดก่อนเวลา โดยวิธีการตรวจสอบการดื้อยามีหลายวิธี ตั้งแต่การตรวจการใช้ยา ตรวจยีนส์ เป็นต้น ส่วนการสำรองยาซานามีเวียร์เพิ่มนั้น เป็นการคาดการณ์ของฝ่ายวิชาการในการเตรียมยาสำรองในประเทศ เพื่อรองรับในกลุ่มที่เกิดปัญหาดื้อยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์
นายแพทย์ปราชญ์ กล่าวต่อไปว่า กรณีที่มีข่าวว่าอาจจะมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯในรอบ 2 นั้น เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนให้ความร่วมมือในการป้องกันโรคอย่างดีมาก ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยกันแพร่กระจายข้อมูล ความรู้ต่างๆ ทำให้ประชาชนเข้าใจโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯมากขึ้น และปฏิบัติตัวให้ร่างกายแข็งแรง ออกกำลังกายทุกวันอย่างต่อเนื่อง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่สูบบุหรี่หรือดื่มสุรา ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่บ่อยๆ ตลอดจนทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาดอยู่เสมอ
“ ขอเตือนประชาชนที่ยังไม่ป่วย ให้ปฏิบัติตัวในการป้องกันตัวเองให้ดีที่สุดตามคำแนะนำกระทรวงสาธารณสุข และไม่ต้องตื่นตระหนก ส่วนผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ทุกราย ขอให้พักอยู่ที่บ้าน 7 วัน อย่าออกนอกบ้านจนกว่าจะหาย หากปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะสามารถชะลอการแพร่ระบาดของโรคในประเทศได้ ” นายแพทย์ปราชญ์ กล่าว



