
เยาวราช 2474 -2520 : สีสันบันเทิงชาวจีนสยาม
เยาวราช 2474 -2520 : สีสันบันเทิงชาวจีนสยาม : อมหมึกเคี้ยวกระดาษ โดยปลวกหวาน
หลายวันก่อน ณ หอศิลป์กรุงไทย สี่แยกราชวงศ์ ได้เปิดพื้นที่ให้กับกาารเสวนาที่น่าสนใจยิ่ง... ‘เยาวราชในสายตาอู๋จี้เยียะ 2474-2520 : แหล่งรวมสีสันบันเทิงชาวจีนสยาม’
ถึงแม้รายการนี้แทบไม่มีการประชาสัมพันธ์ออกสื่อสาธารณะ แต่กลุ่มแฟนนานุแฟนของ ‘จากบูรพาสู่อุษาคเนย์’ หนังสือชุดใหญ่ของ สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2557 ยังได้การตอบรับอย่างเหนียวแน่น
ด้วยคุณค่าของเนื้อหาที่ครอบคลุมมากเรื่องหลายราวของประเทศจีน และของดินแดนอุษาคเนย์ในศตวรรษที่ 20 ปนัดดา เลิศล้ำอำไพ บรรณาธิการเล่ม และเป็นผู้ดำเนินรายการเอง เกริ่นบอกถึงที่มาที่ไปของงานว่า สืบเนื่องมาจากการจัดเสวนาที่งานสัปดาห์หนังสือเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้น เป็นการเสวนาในเรื่อง ‘สามถิ่นต่างภาษาในมณฑลกวางตุ้ง : เหมยโจว แต้จิ๋ว กวางโจว บรรพชนลูกจีนอุษาคเนย์’ โดย สมชัย กวางทองพานิชย์ วิทยากรถิ่นแต้จิ๋ว กูรูผู้รู้เรื่องของถนนเยาวราชอย่างดี บอกว่ายังมีเนื้อหาที่ค้นคว้าได้จากหนังสือ ‘จากบูรพาสู่อุษาคเนย์’ อีกมากที่ยังไม่ได้นำเสนอ จึงเป็นเหตุของการจัดเสวนาอันสนุกสนานในวันนี้
ปนัดดา ผู้เป็นบุตรสาวของผู้ประพันธ์เล่าต่อว่า ท่านอู๋จี้เยียะเดินทางมาทำงานวิชาชีพในวงการหนังสือพิมพ์จีนที่เมืองบางกอกเมื่อ พ.ศ. 2474 โดยเริ่มต้นจากหน้าที่คนตรวจปรู๊ฟ แล้วขยับขึ้นเป็นนักข่าว กระทั่งเป็นบรรณาธิการ และบรรณาธิการใหญ่ของหนังสือพิมพ์จีนรายวัน
“งานถนัดของท่านมีสองสายงาน คือ ข่าวกีฬา และข่าวบันเทิง แต่ในช่วงปลายวิชาชีพ ท่านดูหน้าข่าวระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์จีนในเมืองไทย”
และด้วยความรักความชอบดูละคร-การแสดง และชมภาพยนตร์ ทั้งของตะวันตกและหนังจีน ตั้งแต่ยุคหนังเงียบ จนถึงหนังพากย์ กระทั่งหนังเสียงในฟิล์ม ท่านอู๋ได้เล่าถึงภาพยนตร์ดังในแต่ละยุค และบอกกล่าวถึงโรงงิ้ว โรงหนัง และโรงละครการแสดงต่างๆ บนถนนเยาวราชไว้อย่างละเอียด ซึ่งถือเป็น ‘ลายแทง’ ชั้นเลิศให้นักขุดคุ้ยประวัติศาสตร์อย่างสมชัย สามารถนำภาพถ่ายเก่าๆ ที่มีการบันทึกไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ หลายภาพเป็นภาพปริศนาสำหรับเขา แต่กลับได้พบกับคำว่า “อ๋อ” และให้ปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ได้ชัดขึ้น
การเสวนาที่สนุกและยาวนาน พักเบรกด้วยขนมคาวของ "คนฮากกา” ที่เรียกว่า ‘โหลวเพ็ดเหยี่ยน’ เป็นขนมหัวไชเท้านิ่งในแป้งมัน รสชาติยอดเยี่ยม เป็นที่ติดใจของคนต่างภาษาที่ได้ลิ้มชิมรส
ความสำคัญที่ผู้จัดนำขนมของชาวฮากกามานำเสนอ ก็เพราะท่านอู๋นั้นเป็นชาวฮากกา มาจากเมืองเหมยเซี่ยน หรือเหมยโจวในทุกวันนี้ อันถือเป็น ‘นครหลวง’ ของคนฮากกาที่กระจายตัวไปอยู่กันทั่วโลกในปัจจุบัน
มาถึงรายการในช่วงที่สอง สมชัยได้ขุดคุ้ยคลิปภาพยนตร์จีนเก่าๆ ที่ได้รับการเอ่ยถึงไว้ในหนังสือ ‘จากบูรพาสู่อุษาคเนย์’ รวมถึงดาราภาพยนตร์ชื่อดังนับแต่ยุคหนังเงียบและหนังขาวดำ โดยที่ปนัดดาก็ได้เล่าเสริมเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากชีวิตจริงของท่านอู๋ ดาราที่ท่านอู๋เอ่ยถึงอย่างมาก ก็มี “โจวเสวียน” นางเอกเจ้าบทบาทแห่งยุค 1920 และ 1930 “หลีลี่ฮวา” แห่งยุค 1940-1950 รวมถึง “เซี่ยเมิ่ง” นางเอกร่างสูงโปร่งในยุค 1950 ผู้ทำเกี๊ยวห่อด้วยมือตัวเอง เพื่อเลี้ยงเพื่อนฝูงที่อพาร์ทเม้นต์ในฮ่องกง ซึ่งท่านอู๋ บังเอิญอยู่ฮ่องกงในขณะนั้น ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานปาร์ตี้นั้นด้วย
คลิปภาพยนตร์และดาราจีนยุคเก่า เรียกเสียงฮือฮาในหมู่ผู้ฟังผู้มีประสบการณ์ร่วมสมัยจากวัยเด็กหรือวัยรุ่น ซึ่งปัจจุบันอยู่ในวัยเกิน 50-60 ได้มากทีเดียว
ในวันนั้น ปนัดดาถือโอกาสเปิดตัวรายการเดินทาง ‘ตามรอยร้อยปี..จากบูรพาสู่อุษาคเนย์’ ซึ่งเธอเตรียมการมานานเกือบสองปีที่จะนำผู้สนใจไปดูเส้นทางการเดินทางออกจากบ้านเกิดครั้งแรกของท่านอู๋เมื่อปี 1917 ตามที่ท่านอู๋ได้บรรยายไว้อย่างละเอียดถึงชีวิตบนเรือกระโจม 7 วัน 7 คืน ในช่วงที่ล่องเรือมาบนแม่น้ำเหมยเจียง ผ่านเมืองปิ่งชุน ซ่งโขว่ กระทั่งเข้าสู่แม่น้ำหานเจียง ผ่านเมืองแต้จิ๋ว เถ่งไฮ้ ไปยังปากแม่น้ำที่เมืองซัวเถา เพื่อเปลี่ยนต่อเรือกลไฟเลียบชายฝั่งไปยังเกาะฮ่องกง แล้วเปลี่ยนลงเรือกลไฟข้ามทะเลอีกครั้ง เพื่อไปสู่เกาะชวา ถิ่นพำนักโพ้นทะเลที่ชาวฮากกาไปอยู่กันมาก
ท่านอู๋ใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะชวานานกว่า 10 ปี ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนอาชีพมาสู่วงการวัฒนธรรมที่เมืองบางกอก แห่งสยามประเทศ ผู้สนใจทริปพิเศษครั้งนี้ ติดตามรายละเอียดได้บนเฟสบุกส์ของ ‘ปนัดดา เลิศล้ำอำไพ’
ปนัดดาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในเช้าวันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม ที่กำลังจะถึงนี้ เธอจะจัดเสวนาครั้งใหม่ขึ้นที่โรงพยาบาลมหาชัย โดยมีสมชัย กวางทองพานิชย์ และอาคม จิตตานุพงศ์ เป็นวิทยากรหลัก และจะมีการแสดงเดี่ยวกู่เจิงโดย ‘อาจารย์หลี่หยาง’ ประกอบอีกด้วย ผู้สนใจไม่น่าพลาดด้วยประการทั้งปวง
แต่ตอนนี้นั่งอ่าน “บูรพาสู่อุษาคเนย์” นับวันรอไปพลางๆ กันก่อนนะคะ



