มหัศจรรย์คุณแม่ตั้งครรภ์
ดูแลสุขภาพ : มหัศจรรย์คุณแม่ตั้งครรภ์
“แม่” คนคนนี้ที่มีความหมายยิ่งใหญ่ ที่รักหมดเต็มหัวใจ ให้ฉันตลอดเวลา จากบทเพลง รักแม่เท่าฟ้า ความรักที่แม่มีให้ลูกทุกคนนั้นมากมายนัก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ลึกซึ้งในคำนี้ หรือบางคนกว่าจะรู้ก็เมื่อตนเองได้กลายเป็นพ่อแม่เองเท่านั้น
สำหรับคุณแม่แล้วการที่จะมีบุตรและการเลี้ยงดูบุตรจนเติบโตได้นั้น มีผลต่อสุขภาพของคุณแม่ตลอดชีวิตก็ว่าได้ เริ่มจากเมื่อผู้หญิงคนหนึ่งตั้งใจที่จะตั้งครรภ์ ก็ต้องไปตรวจเลือด ตรวจความพร้อมของร่างกายก่อนการตั้งครรภ์ บางคนต้องกินยาบำรุงก่อนการตั้งครรภ์นาน 3 เดือน บางคนต้องฉีดวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อลดโอกาสการที่บุตรมีภาวะติดเชื้อโรคดังกล่าวระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่บางรายมีภาวะมีบุตรยากก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีเจริญพันธุ์ต่างๆ ต้องกินยากระตุ้นไข่ ฮอร์โมนต่างๆ ฉีดยา พ่นยา หรือเหน็บยาฮอร์โมน ซึ่งก็จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการใช้ยาฮอร์โมนต่อสุขภาพคุณแม่ด้วย จากนั้นแม่ตั้งครรภ์ ร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตามแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ามหัศจรรย์มากได้แก่
1.การเปลี่ยนแปลงด้านสรีรวิทยา
ตลอดการตั้งครรภ์คุณแม่จะมีน้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยในช่วงต้นของการตั้งครรภ์บางรายมีอาการแพ้ท้องก็จะทำให้น้ำหนักลดได้ จากนั้นเมื่ออาการแพ้ท้องดีขึ้นจะมีการเพิ่มขึ้นของน้ำหนักคุณแม่ซึ่งเป็นผลรวมของน้ำหนักทารกในครรภ์ น้ำหนักรก น้ำคร่ำ และการเพิ่มขึ้นของสารน้ำในร่างกาย โดยเฉลี่ยจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากถึงประมาณ 12-15 กิโลกรัม
2.ความจุของมดลูก
ปกติมดลูกของผู้หญิงมีน้ำหนักประมาณ 70 กรัม มีความจุ 10 กรัม เมื่อมีการตั้งครรภ์มดลูกจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้เมื่อครรภ์ครบกำหนดจะมีน้ำหนักประมาณ 1,100 กรัม มีปริมาตรเฉลี่ย 5 ลิตร แต่สามารถมีความจุได้ถึง 20 ลิตร (เพิ่มขึ้น 500-1,000 เท่า)
3.การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี
ช่องคลอดและปากช่องคลอด มีเลือดมาหล่อเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น มีการหนาตัวของผนังช่องคลอด การขยายตัวของกล้ามเนื้อเรียบ การเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดด่างภายในช่องคลอด ปากมดลูกจะนุ่มลง มีการสร้างมูกเหนียวเพื่อป้องกันการติดเชื้อเข้าไปยังทารก
4.เต้านม
ในช่วงต้นของการตั้งครรภ์อาจมีอาการเจ็บคัดเพิ่มมากขึ้น จากนั้นเต้านมจะมีขนาดใหญ่ขึ้น ลานหัวนมกว้างขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมในการให้นมบุตรหลังคลอด
5.ผิวหนังและผนังหน้าท้อง
ผิวหนังอาจคล้ำขึ้น โดยเฉพาะเส้นแนวกลางท้อง มีการขยายตัวของผนังหน้าท้องตามการเจริญเติบโตของมดลูกและทารกในครรภ์
ปริมาณเลือดในร่างการจะเพิ่มขึ้นโดยในช่วงหลัง 32-34 สัปดาห์ไปแล้วปริมาตรเลือดเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50% เพื่อลำเลียงสารอาหารต่างๆ ให้แก่ทารก รวมถึงเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการเสียเลือดในระหว่างการคลอด
7.ระบบทางเดินหายใจ
มีการยกสูงขึ้นของกระบังลม ทำให้เส้นรอบวงช่วงอกเพิ่มขึ้นประมาณ 6 เซนติเมตร ความจุของปอดขณะหายในเข้าเพิ่มขึ้น 5-10% ความต้องการออกซิเจนในร่างกายเพิ่มขึ้น 20%
8.ระบบทางเดินปัสสาวะ
ไตมีขนาดเพิ่มขึ้น 1.5 เซนติเมตร ร่วมกับขนาดมดลูกที่เพิ่มขึ้นทำให้สตรีตั้งครรภ์มีโอกาสปัสสาวะบ่อยขึ้น 60%
9.ระบบทางเดินอาหาร
เหงือกจะมีเลือดคั่งและนุ่มขึ้น อาจเป็นสาเหตุให้มีเลือดออกง่ายจากเหงือกในสตรีตั้งครรภ์แต่จะหายไปเองหลังคลอด กระเพาะอาหารและลำไส้ถูกมดลูกที่โตขึ้นดันออกด้านข้างอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ง่าย
10.ระบบต่อมไร้ท่อ หรือฮอร์โมน
มีการเปลี่ยนแปลงของสมดุลฮอร์โมนต่างๆ ที่ผลิตจากต่อมใต้สมองเพื่อทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้สมดุลตามช่วงของอายุครรภ์ ได้แก่ ฮอร์โมนการเจริญเติบโตจะเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนโปรแลคตินเพิ่มขึ้นตลอดการตั้งครรภ์ การสร้างไทรอยด์ฮอร์โมนเพิ่มขึ้น เป็นต้น
11.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก
กระดูกหลังโค้งมากขึ้น ข้อต่อต่างๆ มีความยืดหยุ่นมากขึ้นเพิ่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอดบุตร อาจมีการขยายตัวของขนาดอุ้งเชิงกรานได้ เป็นต้น
ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์นี้จะดำเนินไปและมีการปรับสมดุลตามอายุครรภ์ที่เปลี่ยนแปลงไป มากน้อยแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และเมื่อหลังคลอดสมดุลต่างๆ จะปรับสู่สภาวะปกติใช้เวลาประมาณ 6 สัปดาห์จนถึง 3 เดือนหลังคลอด หรือหากสตรีหลังคลอดให้นมบุตรอาจยังคงมีการปรับเปลี่ยนของฮอร์โมนบางชนิดเพื่อผลิตน้ำนมต่อไป
พญ.สุขุมาลย์ สว่างวารี
สูตินรีแพทย์และแพทย์เชี่ยวชาญ
เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวช
โรงพยาบาลพญาไท 1



