เส้นทางพัสตราภรณ์ สู่โขนพระราชทาน “พิเภกสวามิภักดิ์”
ตามไปดูเส้นทางการทำเสื้อผ้าอาภรณ์ กว่าจะมาเป็นชุดสวยๆ บนตัวนักแสดงโขน
นับเป็นเวลานานถึง 1 ทศวรรษที่ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวณีย์ทรงอนุรักษ์และฟื้นฟู “การแสดงโขน” ให้กลับมามีชีวิตและได้รับความนิยมสูงสุดอีกครั้ง ในปีนี้ที่นับเป็นวาระอันเป็นมหามงคล 2 ได้แก่ การครบรอบครองสิริราชสมบัติของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ จึงได้จัดการแสดงโขนพระราชทาน ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” ขึ้นแต่ก่อนจะถึงวันแสดงจริง หนึ่งในไฮไลท์ที่ควรค่าแก่การรับรู้ก่อนเข้าชม คือการนำชมฝีไม้ลายมือการปักเครื่องโขนที่ใช้สำหรับการแสดง รวมถึงการทอผ้ายกทองของสมาชิกศูนย์ ศิลปาชีพสีบัวทอง อ.แสวงหา จ.อ่างทอง
ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ และประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เล่าว่า การแสดงทุกตอนที่ผ่านมาองค์ประกอบต่างๆ ของโขนฯ ล้วนสร้างความประทับใจและความซาบซึ้งในความงดงามของศิลปะไทย ไม่ว่าจะเป็นฉาก แสง สี เสียง พัสตราภรณ์ และเครื่องประดับต่างๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นอย่างประณีต ตามจารีตโบราณ รวมถึงผ้ายกทองที่นักแสดงใช้นุ่งตามบทบาทต่างๆ ที่ได้มีความพยายามในการฟื้นฟูการทอผ้ายกแบบโบราณมาหลายปีจนประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งได้รับการฟื้นฟูในการสืบลายผ้ามาจาก จ.นครศรีธรรมราช แต่ด้วยกระบวนการในการปักเครื่องโขน และการทอผ้า ต้องใช้ระยะเวลาจึงมีการสืบสานงานในส่วนนี้ โดยนำครูจากศูนย์ศิลปาชีพเนินธัมมัง จ.นครศรีธรรมราช มาพัฒนาอาชีพให้กับสมาชิกที่นี่ เพื่อเป็นแรงกำลังสำคัญในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างอาชีพให้กับชาวบ้านแล้ว ยังนับเป็นการฟื้นฟูและอนุรักษ์การปักเครื่องโขน และการทอผ้ายกแบบโบราณให้คงอยู่สืบไป
“ส่วนเครื่องโขนทำทั้งหมด 4 ลาย ได้แก่ ลายราชวัตรดอกลอย ลายพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบ ลายราชวัตรย่อมุมไม้สิบสอง และลายทักษิณาวัตร ซึ่งในแต่ละปีจะมีการปักเพื่อใช้สำหรับพัสตราภรณ์ในการแสดงที่แตกต่างกันออกไป ใช้สำหรับตัวละครที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น พิเภก, ทศกัณฑ์, เสนายักษ์” ผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้า อธิบาย
“เข้ามาทำงานที่นี่ชีวิตเปลี่ยนไปมาก รู้สึกเลยว่าชีวิตมีคุณค่ามากขึ้น ยิ่งได้มาปักเครื่องโขนภูมิใจที่ได้ทำงานสวยๆ ทั้งยังมีโอกาสไปดูการแสดงจริงที่กรุงเทพฯ ด้วย เห็นตัวแสดงสวมใส่ชุดที่เราปักแล้วดีใจ ภูมิใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้สืบสานศิลปะชั้นสูงที่การแสดงที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงฟื้นฟูขึ้นให้คงอยู่สืบไป และจะพยายามทำเต็มที่เท่าที่จะทำได้" วสะวรรณเล่าด้วยแววตาภาคภูมิใจ ขณะกำลังปักลายราชวัตรดอกลอยอย่างตั้งใจ
อีกหนึ่งในสมาชิกจากแผนกปักผ้า นิตยา ศรีเมืองวัย 42 ปี ที่กำลังปักลายพุ่มข้าวบิณฑ์หน้าขบ สำหรับตัวแสดงเป็นเสนายักษ์ บอกถึงความยากง่ายของการปักเครื่องโขนว่า ตัวเองเข้ามาฝึกอาชีพตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ก่อนที่จะมาปักเครื่องโขนปักผ้าซอยมาก่อน ซึ่งการปักแบบนั้นจะต้องเทียบสีให้เหมือนกับแบบที่ให้มา แต่สำหรับการปักลายบนเครื่องโขนไม่ต้องเทียบสีเพราะลายนี้จะใช้สีทองเพียงสีเดียว แต่จะเน้นไปที่ความประณีต จึงต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเสร็จแต่ละส่วน อย่างส่วนหน้าของเสื้อที่ปักอยู่นี้ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ซึ่งนับเป็นความภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงที่ยิ่งใหญ่
สำหรับการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ประจำปี พ.ศ.2559 ตอน “พิเภกสวามิภักดิ์” กำหนดจัดแสดง ระหว่างวันที่ 5 พฤศจิกายน–5 ธันวาคม ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้ ที่ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา



