
ลูกค้าก็ผิดอีก
การที่ธนาคารโทรแจ้งมาว่าโอนเข้าบัญชีให้แล้วโอนต่อให้ผู้รับเหมาได้ ดังเช่นทุกครั้งที่เคยปฏิบัติ จึงหมายความว่าตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว และการที่ผมโอนเงินไปให้ผู้รับเหมาตามคำแนะนำของธนาคารจึงเป็นการกระทำที่สุจริต จะมาบอกว่าผมไม่ตรวจสอบคงไม่ได้
"ส่วนการเบิกจ่ายเงินกู้งวดที่ 7 ที่ร้องเรียนนี้ ธนาคารได้ปฏิบัติถูกต้องตามระเบียบ โดยได้ออกไปตรวจสอบและถ่ายรูปสถานที่ก่อสร้างเช่นเดียวกับงวดก่อนหน้านี้ ซึ่งงานส่วนใหญ่เป็นไปตามเงื่อนไข ธนาคารจึงจ่ายเงินงวดให้"
การตรวจสอบธนาคารก็ได้สร้างความมั่นใจแก่ผมมากในการเบิกจ่ายทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ทำไมในครั้งที่ 7 จึงมีความผิดพลาดร้ายแรงเช่นนี้ เพราะงานก่อสร้างในงวดนี้ยังมีไม่ถึง 20% เลย การตรวจสอบโดยการถ่ายรูปก็ไม่มี
"สำนักสื่อสารและประชาสัมพันธ์ บอกว่า ลูกค้าได้เรียกค่าเสียหายจากการก่อสร้างของงานงวดที่ 7 ธนาคารได้เคยชี้แจงทำความเข้าใจว่า ลูกค้าต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างเอง และเงิน 400 บาทที่ธนาคารเรียกเก็บนั้น เป็นค่าธรรมเนียมในการออกไปตรวจงวดงาน เพื่อจัดทำรายงานในการเบิกจ่ายเงินกู้ให้แก่ลูกค้า มิใช่ค่าใช้จ่ายในการควบคุมการก่อสร้าง"
ธนาคารไม่เคยชี้แจงให้ผมทราบเลย ผมยื่นเรื่องร้องเรียนไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2552 และพยายามสอบถามความคืบหน้ามาโดยตลอด จนวันที่ 21 กรกฎาคม ผมติดต่อไปอีกครั้ง ธนาคารตอบว่า เรื่องได้ตัดสินไปแล้ว เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2552 และได้ส่งจดหมายมาให้ผมแล้ว แต่ผมยังไม่เคยได้รับจดหมายใดๆ จากธนาคารเลย
จนกระทั่งวันที่ 4 สิงหาคม 2552 ผมจึงได้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนอีกครั้ง จนถึงปัจจุบันนี้ผมก็ยังคงไม่ได้รับหนังสือใดๆ จากธนาคารเลย
“ลูกค้าต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลการก่อสร้างเอง”
ถูกต้องครับ แต่ลูกค้าจะมีความสามารถทำได้เชียวหรือ ผมจึงต้องจ้างผู้ที่มีความเชี่ยวชาญมาคอยช่วยเหลือ เช่น ด้านการเงิน คือ เจ้าหน้าที่ของธนาคารโดยจ่ายเงินค่าจ้างเป็นค่าดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนั้นธนาคารต้องมีหน้าที่คอยดูแลผลประโยชน์ให้ลูกค้า
ถ้าธนาคารยอมรับในความผิดพลาด ผมก็จะสบายใจขึ้น แต่นี่คำขอโทษก็ไม่มี มีแต่ตอบว่าไม่ใช่ความผิดของธนาคาร แต่เป็นความผิดของผม
พนักงานการบินไทย



