ไลฟ์สไตล์

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

08 ส.ค. 2559

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต จัดฟังเทศน์ป้องกันตามแนวพระพุทธศาสนา พระพรหมบัณฑิตแนะใช้หลัก ‘สุจริต-ศีล5-หิริ-โอตตัปปะ’ ขจัดสนิมร้ายกัดกินประเทศ 

             8ส.ค.2559 มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ภายใต้การนำของพระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดี มจร ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่มีพลเอกวัชรพล ประสารราชกิจ เป็นประธาน ป.ป.ช. จัดฟัง "การเทศน์การป้องกันการทุจริตตามแนวทางพระพุทธศาสนา" กัณฑ์ "สุจริตกถา" โดยพระพรหมบัณฑิต อีกทั้งมีพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 12 สิงหามหาราชินี ประจำปี 2559   ที่ มจร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา  

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

             ในการนี้พระพรหมบัณฑิต ได้กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการแสดงถึงความกตัญญูต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ทั้ง 2 พระองค์ที่ทรงครองแผ่นดินโดยธรรม โดยมีพระปฐมบรมราชโองการว่า... "เราจะครองแผ่นโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม" คำว่า โดยธรรมหมายถึงสุจริตธรรม ที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมเรื่องสุจริตธรรมครั้งแรกให้พระเจ้าสุทโทธนะ พระราชบิดา  ให้ทรงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต มี 3 ประการคือ 

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

             "1.ไม่บกพร่องต่อหน้าที่ ทำหน้าที่ตนเองให้ดีที่สุด ร้องให้สุดคำ รำให้สุดแขน ทำให้ดีที่สุด ทำอะไรอย่าให้บกพร่อง 2.ไม่ละเว้นต่อหน้าที่ ผู้เป็นบิดามารดาไม่ละทิ้งหน้าที่ในการสั่งสอนบุตรของตน เพราะถ้าบุตรเป็นโจรบิดามารดาย่อมมีส่วนเป็นโจรด้วยเพราะไม่สั่งสอนบุตร 3.ไม่ทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ใช้หน้าที่ของตนในการทำการทุจริต รวมถึงทรัพย์สินเงินทอง ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่า "บุคคลไม่ควรประพฤติหน้าที่ให้ทุจริต อาณาจักรหรือประเทศจะล้มสลายถ้ามีการทุจริต" พระพรหมบัณฑิต กล่าวและว่า  

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

             "สนิมเกิดแต่เหล็ก จะกัดกินเหล็ก" ซึ่งสภาพในสังคมไทยปัจจุบันมีการทุจริตจำนวนมาก เป็นสนิมร้ายต่อประเทศ ลักษณะมือใครยาว สาวได้สาวเอา มีการแย่งอาหารกันกิน แย่งถิ่นกันอยู่ แย่งคู่กันพิศวาส แย่งอำนาจกันเป็นใหญ่ นำไปสู่การขาดความสามัคคีในประเทศชาติ เป็นการละเมิดศีล 5  ในข้อที่ 2  คือ ถือเอาสิ่งของจากเจ้าของท่านไม่ได้ให้ ควรงดเว้นด้วยวิรัติถือว่าเป็นการงดเว้นซึ่งต้องมีหิริ ความละอายแก่ใจ การส่งเสริมในเรื่องศีล 5 ของมหาเถรสมาคมจึงเป็นการต่อต้านการทุจริตนั่นเอง 

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

             สมัยอดีตก็มีการทุจริต อย่างเช่น ทนันชาณิพราหมณ์มีการปล้นพระราชา ฉ้อราษฏร์บังหลวง อ้างพระราชาปล้นประชาชน อ้างว่าจะไปช่วยเหลือประชาชน แต่กลับเอาไปใช้ส่วนตัว อ้างว่าเอาเงินไปเลี้ยงบิดามารดา บุตร และ ณ สวนสัตว์แห่งหนึ่งมีการทุจริตต่อหน้าที่ในการเลี้ยงเสือ ประชาชนมาดูเสือทำไมเสือไม่อ้วน เสือผอม ทำไมเสือผอมเป็นการตั้งคำถามของประชาชน เพราะอาหารเสือโดนเบียดบัง ผู้อำนวยการสวนสัตว์ส่งผู้ตรวจการ 3 คน มาตรวจทุจริตทั้ง 3 คน จึงมีโครงโลกนิติว่าด้วยว่า "เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อมังสา" กล่าวว่า...

             เบิกทรัพย์วันละบาทซื้อ มังสา 
             นายหนึ่งเลี้ยงพยัคฆา ไป่อ้วน
             สองสามสี่นายมา กำกับ กันแฮ 
             บังทรัพย์สี่ส่วนถ้วน บาทสิ้นเสือตาย 

             เสือ หมายถึง ประเทศชาติ รวมถึงประชาชนในชาติ ผู้นำรัฐ ข้าราชการ ต้องประพฤติสุจริตธรรม ประเทศถึงจะอยู่รอด การทุจริตทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นซื้อสิทธิ์ขายเสียง ก็ถือว่าเป็นการทุจริต สหประชาชาติจึงประกาศให้วันที่ 9  ธันวาคมของทุกปี เป็นวันต่อต้านการทุจริตของโลก ประชาชนต้องไม่สนับสนุนการทุจริต 

ป.ป.ช.พึ่ง‘มจร’อบรมพระหลายหมื่นรูปปราบทุจริต

             ธรรมะที่คุ้มครองโลกคือ "หิริและโอตัปปะ" เป็นธรรมะที่ให้มนุษย์ประเสริฐกว่าสัตว์ เป็นธรรมะฝ่ายขาวคุ้มครองโลก หิริ หมายถึง ความละอายต่อบาป ต่อความชั่วทั้งหลาย ไม่นำร่างกายไปเปื้อนกับความสกปรก คำว่า โอตตัปปะ หมายถึง ความเกรงกลัวต่อบาป เปรียบเหมือน ถ่านไฟ อย่าได้ไปเข้าใกล้มันร้อน เมื่อหิริและโอตตัปปะมีอยู่โลกจะสามารถอยู่รอดและปลอดภัย  การงดเว้นการทุจริตก็ต่อเมื่อมีธรรมะ คือ "หิริและโอตตัปปะ" เป็นหลักธรรมป้องกันการทุจริต เพราะเมื่อละอายแก่ใจ ดังคำกล่าวว่า "อดอยากเยี่ยงอย่างเสือ" เหมือนนางขุตชุตราเป็นนางสาวใช้ของพระนางสามวดีเบิกเงินไปซื้อดอกไม้ แต่ซื้อเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เธอได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าทำให้กลับตัวกลับใจ มีความหิริภายในใจ เธอพยามสร้างอริยทรัพย์เป็นทรัพย์ภายใน  และความรู้จักพอเป็นยอดแห่งทรัพย์ ซึ่งเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถือว่าเป็นการป้องกันการทุจริต คือ ให้เรารู้จักพอ เพียงพอ ประมาณตนเอง ในการบริหารชีวิต เพราะถ้าไม่พอก็เกิดความโลภ 

             อธิการบดี มจร กล่าวต่อว่า โอตัปปะเป็นความกลัว กลัวต่อการกฎหมายลงโทษอย่างมีประสิทธิภาพ กลัวต่อการตกนรก คนสมัยโบราณกลัวการทุจริต กลัวต่อผลบาปการทุจริต จึงยึด "ทำได้ดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" เราปฏิบัติสุจริตย่อมมีชีวิตที่มีความสุขในโลกนี้และโลกหน้า มีพราหมณ์คนหนึ่งสมัยพระเจ้าโกศลเขาทดลองว่า ถ้าประพฤติทุจริตจะเป็นอย่างไร? ด้วยการหยิบเหรียญวันละ 1 เหรียญ ทำเรื่อยๆ และหยิบเป็นกำมือ จนคนตะโกนว่าจับโจร พระราชาถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ พราหมณ์ตอบว่า เป็นการทดลองการประพฤติผิดว่าจะเป็นอย่างไร พราหมณ์จึงออกบวชในศาสนาของพระพุทธเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแบบอย่างที่ดีในการประพฤติสุจริตธรรม จึงทำให้ประเทศของเรามีความ "มั่นคง มั่งคั่ง และสันติสุข" สืบไป

             ขณะที่พลเอกวัชรพล กล่าวว่า ประเทศไทยมีการทุจริตเชิงโครงสร้างตามนโยบาย เป็นการฝังรากลึกมากในสังคมไทย จนมีการยอมรับว่า ถ้าตนเองได้รับผลประโยชน์ด้วยก็ทุจริตได้เลย มีคำกล่าวจากนานาชาติว่า "ถ้าประเทศไทยหยุดการทุจริตจะมีความเจริญเท่ากับนานาประเทศเป็นอย่างมาก" สหประชาชาติจึงยกให้วันที่ 9 ธันวาคมเป็นวันต่อต้านการทุจริต มีหน่วยงานต่อต้านการทุจริตมากมาย มิติการปกป้องการทุจริตมีความสำคัญมากกว่ามิติการปราบปรามการทุจริต ในเรื่องการปราบปรามเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่จริงจัง รวดเร็ว ยุติธรรม ทำให้เกิดความเกรงกลัวต่อการทำผิด 

             "ปัจจุบันนี้มีคดีในสำนักงานป.ป.ช. จำนวน 2,000 คดีกว่า ที่เกี่ยวกับการทุจริต คดีที่กล่าวหากันมีจำนวน 10,000 คดี ซึ่งการปราบปรามมีทิศทางที่ชัดเจนขึ้น แต่การแก้ไขปัญหาการทุจริตที่ได้ผล คือการป้องกันและให้การศึกษา ปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้อง...จึงต้องอาศัยภาคศาสนา ภาคการศึกษา ซึ่งมหาจุฬาฯถือว่าเป็นสถาบันที่มีความสำคัญในการให้การศึกษาและศาสนาควบคู่กัน เพราะมหาจุฬาฯมีการบูรณาการพระพุทธศาสนาเข้ากับสังคมเป็นอย่างดี การทุจริตจะหมดไปต้องอาศัยการป้องกันมากกว่าปราบปราม จึงต้องให้การศึกษาที่ถูกต้อง งบประมาณในการต่อต้านการทุจริตมีจำนวนมากแทนที่จะนำมาพัฒนาประเทศ เราจึงสร้างภาคีเครือข่ายโดยมีมหาจุฬาฯเป็นเครือข่ายที่สำคัญยิ่ง เพราะมหาจุฬาฯมีกิจกรรมจำนวนมากในการให้การศึกษาและพัฒนาคนมีหลากหลายโครงการ มหาจุฬาฯจึงเหมาะมากในการส่งเสริมเยาวชนปลูกฝังการไม่ทุจริต เริ่มตั้งแต่เด็กเยาวชน ซึ่งมหาจุฬาฯส่งเสริมมาตลอดและทุกส่วนมีการป้องกันการทุจริตอย่างเป็นระบบ" ประธาน ป.ป.ช. กล่าวและว่า 

             งบประมาณในการขับเคลื่อนเครือข่ายการป้องกันการทุจริตจำนวน 2,000   ล้านบาท เพื่อนำมาส่งเสริมการศึกษา ข้าราชการที่ร่ำรวยผิดปกติ ปีนี้เรายึดมาได้ จำนวน 3,000 ล้านบาท  จะสกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบายต่างๆ การให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐ คนให้สินบนต้องได้รับโทษด้วย ผู้รับสินบนก็รับโทษ ซึ่งต้องลงโทษทั้งผู้รับและผู้ให้ คนชี้แหล่งเบาะแสก็ได้รับการคุ้มครอง เจ้าหน้าที่ของภาครัฐระดับสูง ต้องแจ้งทรัพย์สินของตนเอง เพื่อเป็นการป้องปราม ปัจจุบันคนที่ทำงานปราบปรามการทุจริตยังไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน  ทำอย่างไรจะทำให้การทุจริตหายไปจากสังคมไทย ความคาดหวังของ ป.ป.ช. คือ "การป้องกันเท่านั้น" มหาจุฬาฯมีการฝึกอบรมพระสงฆ์หลายหมื่นรูปในการออกไปให้การศึกษาเยาวชนด้านคุณธรรมจริยธรรม ความหวังของ ป.ป.ช. คือ การป้องกันการทุจริต ขอบคุณมหาจุฬาฯในการที่จะจะร่วมทำงานเป็นเครือข่ายภาคีร่วมกันในครั้งนี้

.............................
(หมายเหตุ : ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊ก Pramote Od ของพระปราโมทย์ วาทโกวิโทนิสิตปริญญาเอก สาขาสันติศึกษา มจร