ไลฟ์สไตล์

"ไม่รู้ ไม่เห็น"

"ไม่รู้ ไม่เห็น"

10 ส.ค. 2552

วินมอเตอร์ไซค์ปากทางบางกรวยเป็นวินใหญ่ เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2549 มีการจัดประชุมใหญ่ และแต่งตั้งกรรมการวิน หัวหน้าวิน โดยการโหวตเสียงซึ่งในที่ประชุมให้มีวาระทำงาน 1 ปี ต่อมาได้จัดระเบียบใหม่โดยการจัดเบอร์ใหม่ เปลี่ยนเสื้อวินใหม่ทั้งหมดเหลือ 434 เบอร์ จาก

หลังจากนั้น 4-6 เดือน มีการจับตาติดตามการทำงานที่ไม่โปร่งใส เงินที่ได้จัดเก็บก็ไม่เห็นมีการพัฒนาหรือนำไปใช้ประโยชน์เพื่อส่วนรวม และมีการเปลี่ยนตัวผู้ขับขี่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หัวหน้าวินได้นำเสื้อของสมาชิกไปจำหน่าย โดยสวมสิทธิ์ของสมาชิกอื่น และเรียกเงินจากผู้ขับขี่รายใหม่ กรรมการวินก็ลาออกไปหมดเหลือเพียงหัวหน้าวินดูแลอยู่คนเดียว และแต่งตั้งพวกพ้องขึ้นมาเป็นกรรมการแบบไม่ถูกต้อง ซึ่งเมื่อเดือนกันยายน 2550 ควรจะหมดวาระไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ยังอยู่กันครบทีม
 ปัญหาคือ เมื่อปลายปี 2551 หัวหน้าวินได้ไปติดต่อกับบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อโฆษณาให้แก่บริษัท โดยให้ผู้ขับขี่นำฝาขวดเครื่องดื่ม 100 ฝา + เงิน 60 บาท เป็นค่าปักเสื้อ นำมาแลกเสื้อวินแบบใหม่ที่ติดโฆษณาไปใส่ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครสนใจและไม่เห็นด้วย หัวหน้าวินจึงเริ่มบังคับและกดดันให้คนที่ยังไม่ได้ใส่เสื้อโฆษณานี้ และยึดเสื้อวินตัวเก่าที่ทุกคนต้องจ่ายเงินซื้อตัวละ 250 บาทไป ทั้งๆ ที่เสื้อตัวเก่าเป็นเสื้อที่ถูกต้อง มีใบขับขี่สาธารณะมีป้ายเหลือง และข่มขู่ว่าถ้าไม่เปลี่ยนเสื้อจะไม่ให้ขับขี่วินอีกต่อไป
 ต่อมาเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ได้มีผู้ไปแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางกรวย ว่าถูกข่มขู่
 จากพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ ผู้ขับขี่วินปากทางบางกรวย ต้องการให้อำเภอจัดประชุมวิน เพื่อเลือกหัวหน้าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้ถูกต้อง
คนหาเช้ากินค่ำ
ตอบ
 นายสมจิตร์ สาธุการ ปลัดอำเภอบางกรวย ชี้แจงว่า เสื้อวินที่ถูกต้องต้องเป็นไปตามที่กรมการขนส่งกำหนด ใครจะนำไปดัดแปลงไม่ได้ ถือว่าผิดกฎหมาย และปัญหานี้ เคยเรียกหัวหน้าวินและคณะกรรมการวินมาประชุม 2-3 ครั้งแล้ว แต่ก็เป็นเรื่องที่ควบคุมยาก เพราะคณะอนุกรรมการที่ดูแลเรื่องนี้มีหลายฝ่าย ทางอำเภอเป็นประธานอนุกรรมการจริง แต่อำนาจเด็ดขาดอยู่ที่จังหวัด 
 ปัญหาเรื่องเสื้อวิน ทางอำเภอร่วมกับตำรวจบางกรวย ได้จัดการประชุมวินมอเตอร์ไซค์ระดับจังหวัด ทั้งหมด 18 วิน หรือประมาณ 1,000 กว่าคนไปแล้ว ส่วนเรื่องที่มีปัญหาเกิดขึ้นอีกนั้น ไม่สามารถให้ข้อเท็จจริงได้ ต้องไปสอบถามกับตำรวจ
 ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ สร้อยสุวรรณ ผู้กำกับ สภ.บางกรวย ชี้แจงว่า เป็นผู้กำกับอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ปี 2550 ไม่เคยได้รับร้องเรียนเรื่องนี้เลย และไม่สามารถชี้แจงหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงใดๆ ได้ เพราะผู้ร้องไม่ได้มาร้องกับผม
ลุงแจ่ม