
สโลว์ไลฟ์ดีต่อหัวใจ แต่คนไทยเป็นโรคหัวใจมากขึ้น
ดูแลสุขภาพ : สโลว์ไลฟ์ดีต่อหัวใจ แต่ทำไมคนไทยเป็นโรคหัวใจกันมากขึ้น
ในปัจจุบัน คาร์ล ฮอโนร์ ได้ให้นิยามของชีวิตสโลว์ไลฟ์เอาไว้ คือ การใช้ชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป “อย่างมีสาระ” กำหนดตัวเองได้ให้ไม่หลงใหลไปแบบไร้ทิศทาง ไปตามกระแสสังคม ทำทุกอย่างด้วยสปีดที่ช้าลง กำหนดสติ และรับรู้ถึงความหมายของการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น ถ้าจะให้สรุปสั้นๆ ง่ายๆ ก็จะหมายถึง “การจัดระเบียบให้กับชีวิต และใช้ชีวิตอย่างพอเพียง” แต่การใช้ชีวิตของคนไทยในปัจจุบันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
ในปัจจุบันโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของคนไทยเป็นลำดับต้นๆ เราควรจะหันมาใส่ใจในสุขภาพของตัวเอง โดยการหันมาใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์มากขึ้น คือจะช่วยให้แต่ละบุคคลนั้น มีการจัดระเบียบและวางแผนชีวิตตัวเองและครอบครัวให้พบกับความสุขที่มีอยู่รอบตัวได้ดีขึ้น
และนอกจากนั้น การจัดระเบียบของชีวิต เราจะมีเวลาให้แก่ตัวเองและคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น ยิ่งเราจัดระเบียบในชีวิตมากขึ้นเท่าไหร่ เท่ากับว่าเราได้มีโอกาสที่จะใส่ใจและดูแลสุขภาพของเรามากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสในการคิด การอ่าน และวิเคราะห์ ก่อนที่จะตัดสินใจลงมือทำสิ่งต่างๆ รอบตัว
ยกตัวอย่างสิ่งง่ายๆ ใกล้ตัวเรา เช่น อาหารการกินในชีวิตประจำวัน การเลือกอาหารที่จะบริโภค ทำให้เราลดปริมาณการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ดหรืออาหารที่ไม่เป็นประโยชน์ได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกันกับการออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายก็ช่วยให้สุขภาพแข็งแรง และช่วยลดน้ำหนักได้ดีมาก รวมถึงการลดความเครียดจากสิ่งเร้าต่างๆ รอบตัวที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต
เพราะเราได้มีการจัดระเบียบวิธีคิดของเรา ให้มีความสนใจในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพมากขึ้น การลดความเครียดจะช่วยให้การทำงานของร่างกายมีความสมดุลที่ดีขึ้น และลดโอกาสเกิดความเจ็บป่วยได้ง่าย แต่ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าวัยรุ่นหรือวัยเริ่มทำงานหลายๆ คนมาจับนิยามของสโลว์ไลฟ์ ที่ผิดเพี้ยนไปจากเมื่อก่อน อาจจะกลายเป็นการนั่งจิบกาแฟในร้านที่มีชื่อเสียงทั้งวัน หรือแม้แต่การใช้ของแบรนด์เนม เพื่อให้มีรูปถ่ายมาแชร์กันในโซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งเร้าให้เป็นที่มาของการทำงานที่หนักมากขึ้น เพื่อให้รายรับนั้นเพียงพอกับรายจ่ายที่เราได้จ่ายออกไป
ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้การใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือแม้แต่การอดนอน มีความเครียดสะสม จนสุขภาพร่างกายทรุดโทรมลง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ตามมา ซึ่งรวมถึงโรคที่เป็นภัยเงียบทั้งหลาย เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ไขมันสะสม และโรคภัยเงียบที่มีความสำคัญมาก คือ โรคหัวใจและหลอดเลือด ที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตลำดับต้นๆ
โดยมีปัจจัยได้หลายสาเหตุ ตั้งแต่กรรมพันธุ์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย จนถึงอาหารการกินและความเครียดเมื่อคราบตะกรันนั้นเกิดแตกในเส้นเลือดร่างกายก็จะพยายามซ่อมแซมบาดแผลเหล่านั้น โดยจะสร้างเกล็ดเลือดมารวมตัวกันเพื่ออุดบาดแผลในหลอดเลือด ซึ่งอาจจะมีผลกระทบไปกีดขวางการไหลเวียนของเลือดในเส้นเลือดหัวใจและทำให้เกิดอาการเส้นเลือดหัวใจตีบเฉียบพลันตามมา ส่งผลให้เป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ในผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจจะมีความดันโลหิตตกลงอย่างรวดเร็ว หัวใจเต้นช้า และมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงมาก ดังนั้นหากใครมีอาการแน่นหน้าอกควรรีบมาโรงพยาบาลให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อโอกาสรอดชีวิตที่สูงขึ้น
นพ.ณัฐพล เก้าเอี้ยน
แพทย์โรคหัวใจ สถาบันหัวใจและหลอดเลือด
โรงพยาบาลพระรามเก้า
------------------



