
คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่30ก.ค.59 : แล่ม จันท์พิศาโล
คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่30ก.ค.59 : แล่ม จันท์พิศาโล
***คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มที่ พระนารายณ์ทรงปืน เป็นชื่อที่วงการพระเครื่องเรียกพระแผง ศิลปะเขมร ที่มีประติมากรรม ๓ องค์ คือ พระนาคปรก องค์กลาง ด้านขวาเป็น พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ๔ กร ประทับยืน ด้านซ้ายเป็น พระโพธิสัตว์ปรัชญาปารมิตา ๒ กร ประทับยืน ประติมากรรมทั้ง ๓ องค์นี้ประทับบนฐานบัว ภายใต้ซุ้มยอดแหลมคล้ายกลีบบัว ประดับด้วยลวดลายกนกแบบศิลปะเขมร…คำว่า พระนารายณ์ทรงปืน นั้น นักวิชาการกล่าวว่า น่าจะมาจาก องค์พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร มีลักษณะ ๔ กร เหมือนกับพระนารายณ์ ที่ทรงถือสายบัวปัทมะ ซึ่งดูคล้ายกับ คันศร คนโบราณจะเรียกอาวุธประเภทนี้ว่า “ปืน”...พระนารายณ์ทรงปืน เป็นพระแผงที่มีขนาดค่อนข้างเขื่อง ขุดพบจากกรุหลายเมือง มีทั้งเนื้อชินและเนื้อดิน องค์ในภาพนี้เป็นพระเนื้อชินเงิน กรุวัดพระศรีฯ จ.ลพบุรี นพ.พรพรหม เมืองแมน โรงพยาบาลศิริราช เจ้าของพระองค์นี้กล่าวว่าพระองค์นี้สวยสมบูรณ์มาก สภาพเดิมๆ ไม่ได้ตัดจากแผงใหญ่ ศิลปะสวยงามแบบ พระตรีกาย เมืองลพบุรี มีผิวปรอท ชินระเบิด สนิมขุม เป็นพระกรุที่มีมนต์เสน่ห์ในเชิงฝีมือช่างหลวงอย่างแท้จริง เนื้อหาน่ารักมากติดที่ ๑ งานศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๙
**หลวงพ่อพัฒน์ วัดพัฒนาราม (วัดใหม่) เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าคาถาอาคม โด่งดังเป็นอันดับต้นๆ ของ จ.สุราษฎร์ธานี ท่านเกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.๒๔๐๕ ในรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๔) ที่บ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี อุปสมบทเมื่ออายุ ๒๕ ปี ณ อุโบสถวัดพระโยค ได้รับฉายาว่า “นารโท” ขณะจำพรรษาที่วัดพระโยค ท่านได้มุ่งมั่นศึกษาปฏิบัติธรรมและสนใจการเดินธุดงค์ รวมทั้งศึกษาวิปัสสนากรรมฐาน จนได้ ญาณกสิณ ต่อมาท่านได้สร้าง พระกสิณ เนื้อดินเผา เมื่อพ.ศ.๒๔๗๕ จนโด่งดังมาก หลวงพ่อได้มรณภาพในท่านั่งสมาธิ เมื่อ พ.ศ.๒๔๘๕ ต่อมาอีก ๖ ปี คณะศิษย์ได้เปิดโลง ปรากฏว่า ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อยแต่ประการใด มีลักษณะแข็งเหมือนหิน สิริรวมอายุ ๘๐ ปีสำหรับ เหรียญพระกสิณ สร้างเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๗ เป็นเหรียญรุ่นแรก มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์หน้าใหญ่ และพิมพ์หน้าเล็ก มี ๒ เนื้อ คือ เนื้ออัลปาก้า และเนื้อฝาบาตร เหรียญในภาพนี้ คือ พิมพ์หน้าใหญ่ เนื้ออัลปาก้า นิยมสุด สนนราคาหลักแสนต้น ของ สันต์ วิวัฒนวาณิชย์ (เสือ ชุมพร) นักสะสมพระเครื่องอาวุโส ที่คนรุ่นเก่ารู้จักกันดี
**พ่อท่านปลอด วัดนาเขลียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีความรู้ทางไสยศาสตร์อย่างลึกซึ้ง เก่งคาถาอาคมขลัง เป็นที่พึ่งพาของชาวบ้านเมื่อยามเดือดร้อน และเป็นที่เคารพนับถือของชาวนครศรีธรรมราช อย่างกว้างขวางท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๑๐ รัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (ร.๔) ณ บ้านเกาะใหญ่ อ.เมือง จ.สงขลา มรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๔๘๒ สิริรวมอายุได้ ๗๒ ปี…สมัยสงครามเอเชียบูรพา วัตถุมงคลของ พ่อท่านปลอด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องราง ผ้ายันต์ ตะกรุด และเหรียญรุ่นแรกปี ๒๔๘๒ เหรียญรุ่นสองปี ๒๔๘๓ สามารถปกป้องคุ้มครองทุกคนให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ เป็นอย่างดี ในภาพนี้ คือ เหรียญพ่อท่านปลอด รุ่น ๒ ปี ๒๔๘๓ สนนราคาหลักแสนต้นของ ติ่ง ทุ่งสง คนรุ่นใหม่สายตาเฉียบขาด
**พระพิมพ์สมเด็จ รุ่นแรก พิมพ์คะแนน หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ วัดประดู่ (พระอารามหลวง) อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นพระเครื่องที่หลวงพ่อได้แกะแม่พิมพ์เอง จากหินมีดโกน สร้างสมัยที่บวชเป็นสามเณรอยู่ที่วัดปทุมคงคาราชวรวิหาร กทม. โดยท่านได้นำ พระสมเด็จ วัดระฆัง ที่ชำรุดแตกหัก จำนวน ๒ องค์ ที่ลูกศิษย์ได้นำมาถวาย เป็นมวลสารหลักในการทำพระพิมพ์สมเด็จนี้ได้ประมาณ ๒๐ กว่าองค์ มีทั้งแบบหลังเรียบและหลังยันต์ เนื้อหามวลสารสีขององค์พระแต่ละองค์มีสีอ่อนบ้าง สีเข้มบ้าง ถือได้ว่าพระพิมพ์สมเด็จนี้สามารถใช้แทน พระสมเด็จ วัดระฆัง ที่มีมูลค่าหลายล้านบาทได้เลย องค์นี้เป็นพระของต่าย เชียงแสน ผู้ชำนาญพระสายนี้ **เมื่อปี ๒๕๕๐ ท่านพ่อ จตุคามรามเทพ ได้มีบัญชาให้คณะกรรมการวิหาร จ.นราธิวาส และลูกหลานไปเสาะหา ไม้ตะเคียนทอง มาแกะเป็น เสาหลักชัย หลังจากแกะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไม้ที่เหลือทางวิหารได้นำมาทำ สร้อยประคำ และ ลูกสะกด ให้ลูกหลานและชาวบ้านได้สักการบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล ในภาพนี้เป็น สร้อยประคำ และ หัวใจประคำ เนื้อไม้ตะเคียนเสาหลักชัย ที่นำออกให้บูชาเมื่อปี ๒๕๕๒ ปัจจุบันอยู่ในความครอบครองของ ผดุงศักดิ์ แซ่หลี (ฮั้ว ยะลา) นักสะสมพระเครื่องสาย หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ และพระเกจิอาจารย์สายใต้ **วางตลาดแล้ว นิตยสาร ลานโพธิ์ ฉบับใหม่ ปก พระกำแพงพลูจีบ กรุวัดพิกุล, แจกฟรีโปสเตอร์ พุทธลีลา มหาเศรษฐี จากเมืองกำแพงเพชร, เหรียญนะอุดทวารัง หลวงพ่ออ่ำ วัดตลุก จ.ชัยนาท, “ปู่เหรียญ” เหรียญปวเรศ พ.ศ.๒๔๓๔ วัดบวรนิเวศวิหาร **พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้ ขอขอบพระคุณ ทุกท่านที่ได้ติดตามอ่านคอลัมน์นี้มาตลอด...นะมัสเต ***



