
‘อีทไทย คาเฟ่’ เสน่ห์อาหารย้อนยุค
ย้อนเวลาไป 10 ปี พาชิมอาหารสูตรโบราณใน ‘อีทไทย คาเฟ่’
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความโบราณเสมือนย้อนเวลากลับไปหลายสิบปีก่อน ทันทีที่สายตาพลันเหลือบไปเห็นความคลาสสิกของการตกแต่งร้านสไตล์ย้อนยุคของ “อีทไทย คาเฟ่” ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเอ็มบาสซี ที่ได้แรงบันดาลใจจากการนำประตูโครงเหล็กของร้านคาเฟ่โบราณมาเป็นกิมมิก พร้อมจัดวางภาชนะสังกะสี อาทิ แก้วน้ำ ปิ่นโต กาน้ำชา ฯลฯ ทั่วร้าน สื่อให้เห็นถึงอารมณ์ร้านโกปี๋แบบดั้งเดิม
จากการจัดวางโต๊ะแบบวงกลมกลางร้าน และเคาน์เตอร์บาร์ด้านข้าง มองแว่บแรกหลายคนอาจเข้าใจว่าเป็นร้านกาแฟ เพราะบรรยากาศดูชิลมากๆ อีกทั้งยังแวดล้อมไปด้วยการบริการอาหารครบครันกว่า 60 เมนู ไล่เรียงไปตั้งแต่เมนูอาหารเช้า อาหารทานเล่น กับข้าว ของหวาน และเครื่องดื่มนานาชนิดทั้งที่มีแอลกอฮฮล์และโนแอลกอฮอล์ รวมถึงกาแฟโบราณที่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของร้าน ส่วนที่มาแล้วแนะนำให้ต้องลอง คือ อาหารไทยโบราณหาทานยาก รับรองไม่ผิดหวัง เพราะเชฟเขาจัดมาให้รสชาติดีไม่มีตกหล่น ทั้งยังครีเอทจานมาอย่างสวยงาม เพิ่มอรรถรสในการรับประทานขึ้นอีกเป็นกอง
ไข่กระทะและขนมปังกรอบ
เริ่มชิมจานแรกกันเลยกับเมนูอาหารเช้ายอดนิยมของภาคอีสานอย่าง ไข่กระทะ อัดแน่นไปด้วยความอร่อยของกุนเชียง หมูยอ และหมูสับรวน เพิ่มความอิ่มท้องขึ้นอีกนีดด้วยขนมปังหัวกะโหลกพิมพ์เล็กสั่งทำมาเป็นพิเศษ และเนยหอมๆ เสิร์ฟมาคู่กัน สอดรับคอนเซ็ปต์ของเมนูนี้ที่รวมเอามื้อเช้าและมื้อกลางวันเข้าไว้ในจานเดียว แนะนำให้ทานคู่กับกาแฟร้อนสูตรโบราณหอมกรุ่นเข้ากันดี ขยับมาต่อกับจานทานเล่นอย่าง ปีกไก่ยัดไส้กุ้ง ดูสักหน่อย ทางร้านเลือกใช้ปีกไก่อย่างดีเลาะกระดูกออก แล้วแทนที่ด้วยไส้กุ้งสับพอหยาบปรุงรสด้วยเครื่องเทศตามสูตรของร้านยัดเข้าไปด้านใน หมักทิ้งไว้พอควรก่อนนำลงทอดในน้ำมันร้อนๆ จนปีกไก่กลายเป็นสีเหลืองทองแบบกรอบนอกนุ่มใน ใส่ปากเคี้ยวแล้วได้อารมณ์คล้ายกับเวลากินทอดมันกุ้งเนื้อเด้งดึ๋งในปาก หรือจะเพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มสูตรพิเศษรสกลมกล่อมก็ช่วยให้อร่อยไปอีกแบบ
กุ้งซอสมะขาม
รองท้องไปแล้วก็ถึงเวลาของอาหารจานหลักกันบ้าง วันนี้ เชฟเอื้อมพร เยื้อใยผ่อง ปรุงให้ชิมสุดฝีมือกับจาน กุ้งซอสมะขาม ขั้นแรกเลือกใช้กุ้งแม่น้ำตัวโตนำไปทอดจนเหลืองน่ารับประทาน จากนั้นปรุงน้ำราดด้วยมะนาวน้ำตาลปี๊บ น้ำมะนาว เคี่ยวรวมกันจนได้ที่แล้วราดลงบนตัวกุ้งที่นอนรออยู่บนสับปะรดย่างแล้วตุ๋นน้ำมะขามอีกที เป็นการเพิ่มรสชาติออกเปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ ช่วยลดความเลี่ยนได้เป็นอย่างดี อีกทั้งรสชาติของสับปะรดยังช่วยให้น้ำซอสโดดเด่นขึ้นด้วย จานนี้กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ซึ่งมีให้เลือกทั้งข้าวหอมมะลินุ่มๆ และข้าวไรซ์เบอร์รี่สำหรับคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ รับรองจะติดใจไปอีกนาน
แกงเขียวหวานซี่โครงหมู
อีกจานที่ลองแล้วบอกเลยว่าถูกใจจนแทบวางช้อนไม่ลงกับความกลมกล่อมถึงเครื่องแกงของ แกงเขียวหวานซี่โครงหมู เชฟเลือกใช้ช่วงกระดูกอ่อนที่กรุบกรอบกำลังดีมาเคีี่ยวนานถึง 6 ชั่วโมงเพื่อให้กระดูกอ่อนเปื่อยนุ่ม แล้วน้ำมาผัดกับน้ำพริกแกงเขียวหวานรสเข้มข้น หอมกรุ่นด้วยสมุนไพรหลายชนิด ปรุงรสจนได้ที่เติมมะเขือพวงสดกรอบอุดมไปด้วยวิตามินลงไปตักใส่จานพร้อมขึ้นโต๊ะทันที และจานนี้ก็เช่นกัน ลูกค้าสามารถเลือกกินได้ทั้งกับข้าวสวยร้อนๆ หรือจะกินคู่กับขนมจีน
ปีกไก่ยัดไส้กุ้ง
เชฟเอื้อมพร เยื้อใยผ่อง แนะนำผักบุ้งผัดเคยยายวา
ปิดท้ายที่จานอร่อยแบบบ้านๆ ทว่าทางร้านยกให้เป็นซิกเนเจอร์ที่อยากนำเสนอย่าง ผักบุ้งผัดเคยยายวา ถึงจะมีหน้าตาดูเป็นกับข้าวธรรมดา แต่ขอย้ำว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะเป็นสูตรเฉพาะของ “ยายวา” แม่ครัวเก่าแก่ประจำบ้าน “อ้อย” สิริเกศ จิรกิตติ บิ๊กบอสสาวเจ้าของพื้นที่ สูตรเด็ดที่ว่าคือการใส่ “กะปิเคยตาดำ” ส่งตรงมาจากภาคใต้ลงไปในผัดผักบุ้งซึ่งถูกฉีกให้เป็นเส้นเล็กๆ ยาวๆ มีความคล้ายเส้นสปาเก็ตตี้ ผัดกับพริกสดและกุ้งแห้ง รสชาติของเคยจะทำให้ผัดผักบุ้งออกเค็มเล็กๆ แบบนุ่มนวล ทานตอนกำลังร้อนๆ ทั้งหอม ทั้งกรอบ ทุกคนที่ได้ชิมล้วนลงความเห็นว่าอร่อยจนต้องบอกต่อทีเดียว
ข้าวเหนียวใบเตยมะม่วงน้ำดอกไม้
อิ่มคาวแล้วต้องต่อด้วยของหวานให้ครบครันความอร่อย ทางร้านมีให้เลือกหลายรายการ แต่ที่ขึ้นชื่อและมีให้กินตลอดทั้งปีก็ต้องยกให้ ข้าวเหนียวใบเตยมะม่วงน้ำดอกไม้ เพราะเชฟเลือกใช้ข้าวเหนียวมูนเนื้อนุ่ม หอมเบาๆ จากกลิ่นใบเตย ราดหัวกะทิเข้มข้นโรยหน้าด้วยถั่วเขียวซีกทอดกรอบ กินคู่กับมะม่วงน้ำดอกไม้สุกรสหวานอมเปรี้ยวนิดๆ จัดวางมาอย่างสวยงาม เพื่อให้หนุ่มสาวโซเชียลได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกก่อนลงมือลิ้มรสความอร่อย
ยกตัวอย่างมาแค่ไม่กี่เมนูพอให้ต่อมความอยากทำงานกันเต็มที่ หลังจากนี้ใครอยากชิมจานไหนคงต้องไปลุยกันเอง ร้าน “อีทไทย คาเฟ่” ตั้งอยู่ชั้น แอลจี เปิดบริการทุกวันตามเวลาห้าง ตั้งแต่ 10 โมงเช้ายาวไปจนถึง 4 ทุ่ม



