
วันแห่งการหยุดเกิด
วันแห่งการหยุดเกิด : บาตรเดียวท่องโลก โดยพระพิทยา ฐานิสสโร
ในวันครบรอบวันถือกำเนิด ๑๘ ปีทางธรรม ลูกศิษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาอยู่ร่วมปฏิบัติภาวนาที่เวอร์มอนท์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมใจกันอดอาหารร่วมกัน ๑ วัน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง แต่ละคนต่างมีประสบการณ์ที่ต่างกันในการอดอาหารครั้งนี้
คนหนึ่งแบ่งปันว่า ได้มีเวลาอยู่นิ่งๆ มากขึ้น ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการคิดเตรียม ทำอาหาร อีกคนแบ่งปันว่า รู้สึกหิวมากๆ เพราะไม่เคยอดอาหารมาก่อน แต่ก็ดีใจที่ได้ทำและเข้าใจความรู้สึกคนยากไร้ที่ไม่มีอาหารประทังชีวิตมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าตั้งใจทำคนเดียวคงทำไม่ได้
ลูกศิษย์ชาวไทยตาบอดที่ร่วมอดอาหารได้ถามว่า เหตุผลใดที่พระอาจารย์ต้องอดอาหารในวันนี้ จึงตอบเขาไปว่าไม่ได้มีเหตุผลยิ่งใหญ่อะไร เพียงแค่ต้องการเห็นความอยากในตัวเอง และฝึกที่จะหยุดอยาก ก็เท่านั้น และอดอาหารแค่เพียงวันเดียวก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยมาก ถ้าเทียบกับสิ่งที่บริโภค อุปโภคจากโลกใบนี้ตั้งแต่ถือกำเนิดมา ถึงแม้ได้กระทำสิ่งนี้หลายปีติดต่อกันมาก็ตาม แต่แทบจะไม่ส่งผลอะไรกับโลกเลย อย่างน้อย ๒ วันในหนึ่งปี ก็ได้ช่วยร่างกายในส่วนที่ต้องย่อยอาหารได้พักผ่อน ถ้าไม่นับตอนเจ็บไข้ได้ป่วย ที่เราจะอดอาหารเกือบทุกครั้ง เมื่อตระหนักว่าร่างกายต้องการทำความสะอาด หยุดการบริโภค สร้างสมดุลใหม่ ได้พักไปพร้อมกันทั้งกายและจิตใจ และปล่อยให้กายเยียวยากายแบบธรรมชาติ จิตใจได้เรียนรู้ปล่อยวาง
เมื่อสำรวจดูในแต่ละวัน เราบริโภคกันมากและในการบริโภคแต่ละครั้ง จะมีกี่ชีวิตที่ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่กำลังบริโภคอยู่ ไม่ต้องกล่าวถึง การเห็นคุณค่า ขอบคุณในสิ่งที่บริโภค มีกี่ร้อยพันชีวิต ที่ต้องจบชีวิตลงในแต่ละมื้ออาหาร
มีกี่สถานเลี้ยงสัตว์ที่ให้ความเคารพในสิทธิ์ของการเลี้ยงสัตว์ ดูแลเอาใจใส่ ไม่ทำให้เขาทุกข์ทรมานด้วยการเลี้ยงในที่แคบๆ หรือให้อยู่รวมกันจำนวนมาก หรือเลี้ยงด้วยอาหารที่ทำให้เติบโตแบบผิดปกติ อีกทั้งการฆ่าเขาเหล่านั้นด้วยความไม่เมตตาปรานี หรือแม้แต่การปลูกพืชผัก ผลไม้ มีเกษตรกรกี่รายที่จะเคารพผืนดิน ที่ทำกิน โดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ยาปราบศัตรูพืช ที่ล้วนแล้วทำลายระบบนิเวศให้เสียระบบความสมดุล และส่งผลกระทบต่อผู้เพาะปลูกเอง
มีแม่ค้ากี่รายที่ไม่ใช้สารฟอร์มาลีน สารเคมีในสินค้าเนื้อสัตว์ พืช ผัก ผลไม้ เพื่อต้องการยืดอายุ มีบริษัทยักษ์ใหญ่กี่แห่งที่ไม่เอาเปรียบ หาผลประโยชน์กับการผูกขาดสินค้า หรือวัตถุดิบ บนความเดือดร้อน ยากแค้น ของเกษตรกร
เราทั้งหลายกำลังฆ่าตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ที่สำคัญเรากำลังฆ่าจิตใจที่เมตตา กรุณาในตัวเองให้หมดไป เพราะเพียงเพื่อสนองความอยาก
เมื่อเราให้ความอยากเป็นผู้นำทางแห่งชีวิต ความสุขสงบในตัวเราก็จะค่อยๆ ลดน้อยลงไป ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ผลประโยชน์ขาดความเห็นอกเห็นใจจะเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อเราไม่เคารพบทบาทหน้าที่ของตน ไม่เห็นคุณค่าในอาชีพที่เป็น ไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายชีวิตที่แท้แห่งการได้เกิดมาเป็นมนุษย์ นั่นคือเรากำลังทำลายความดีงาม คุณค่าในตัวเอง เราต้องการเพียงแค่เงินเพื่อการดำรงอยู่ได้อย่างไม่เดือดร้อนทางวัตถุ มีหน้ามีตา โชว์อวดสิ่งที่ให้ค่าจอมปลอม
เราทำทุกอย่างเพียงได้รับความสุขทางกายที่ไม่แท้จริงและไม่ยั่งยืน บำรุงบำเรอสนองความเพลิดเพลินให้ชีวิตอย่างหาสาระแก่นสารไม่ได้ เราเหนื่อย ทุกข์อย่างไม่รู้จักจบสิ้น เคยรู้สึกไหมว่าเราอาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางวัตถุมากกว่าเดิม แต่เราไม่เคยมีความสุขแท้จริงเลย
“ความอยาก” ยิ่งวิ่งตามยิ่งห่างไกล ไล่ไม่ทัน ยิ่งเติมยิ่งพร่อง ไม่มีความอยากใดบนโลกใบนี้สามารถเติมให้เต็มได้ บุคคลที่เรียนรู้ในการหยุดอยากเท่านั้นที่จะค่อยๆ ค้นพบ เห็นคุณค่าในตัวเอง เคารพ เห็นใจในทุกสรรพสิ่งและสัมผัสความสุขที่แท้ในตัวเอง
เพราะความสุขที่แท้ ไม่สามารถหาได้จากบุคคลหรือสิ่งภายนอกทั้งปวง สิ่งภายนอกเป็นเพียงเครื่องอยู่แห่งชีวิตเท่านั้น แต่ไม่สามารถสร้างความสุขที่แท้จริงได้ จิตใจที่ได้รับการฝึกฝน อดทน เพียรพยายามที่จะเสพแต่น้อย เพียงเพื่อการดำรงอยู่ขึ้นพื้นฐานแห่งชีวิต ลดความหลง ความเพลิน จะมีภาระน้อย มีเวลาสำรวจ ไตร่ตรอง ใคร่ครวญ เพื่อความเข้าใจสาระแก่นสารแห่งชีวิต จนในที่สุดจะประจักษ์แจ้งแก่ใจว่า ไม่มีสิ่งใดเป็นของตน ไม่มีความเป็นตัวตนที่แน่นอนยั่งยืน ทุกสรรพสิ่งย่อมเสื่อมสลายไปตามเหตุปัจจัย ยึดมาก ทุกข์มาก
สิ่งสมมติแห่งโลก ล่อให้เราเพลิน เดินตาม
ยิ่งอยากมาก ยิ่งเร้าร้อน เหนื่อยมาก
หยุดอยาก หยุดเกิด ดับทุกข์ทั้งปวง



