
แม่ลูกควงแขน เที่ยวชมนวัตศิลป์ไทย
ภูมปัญญาหัตถศิลป์ไทยไม่มีเหือดหาย เพราะคนรุ่นใหม่หันมาต่อยอด
ภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยมักมีเรื่องราวความสัมพันธ์อันอบอุ่บกลมเกลียวของครอบครัวใหญ่ ที่ส่งต่อความรักปรารถนาดีด้วยความรู้อาชีพให้กับลูกหลาน ถูกสืบทอดเป็นงานเอกลักษณ์ประจำบ้านและท้องถิ่นไทยในปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้ยังมีอยู่ ในบ้านช่างศิลป์ที่พร้อมให้เข้ามาพูดคุย ทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ภูมิปัญญากันในงาน “นวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี” ครั้งที่ 4 ที่ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. กำลังจะจัดขึ้นในเดือนของวันแม่ ภายใต้แนวคิด “บอกรักแม่ สวมเสื้อฟ้าพาแม่เที่ยว” มากด้วยกิจกรรมให้ลูกๆ พาแม่ไปเที่ยวชมได้ตลอดวัน โดยมีการแถลงข่าวพร้อมจัดแสดงตัวอย่างงานจากครูช่างศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2559 และการแสดงดอกไม้เรืองแสงสุกอ้อนช้อยสวยงามให้ได้ชมกันก่อน บริเวณ จตุรัสจามจุรีแสควร์
อัมพวัน พิชาลัย
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพฯ เผยว่า งานนวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี จัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา7 รอบ 84 พรรษา และทรงมีพระอัจฉริยภาพในการสร้างอาชีพด้านศิลปหัตถกรรมที่ยั่งยืนให้แก่พสกนิกร อีกทั้งแสดงให้คนไทยเห็นถึงคุณค่าในงานศิลปหัตถกรรมไทย เกิดการอนุรักษ์ สนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
“ภายในงานจะมีการแสดงผลงานของครูช่าง ออกร้านผลิตภัณฑ์ การแสดงศิลปวัฒนธรรม ดนตรีพื้นบ้าน นิทรรศการ 7 รักจากแม่ ถ่ายทอดพระอัจฉริยภาพของสมเด็กพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีต่องานหัถตศิลป์ทั้ง 7 ด้าน ได้แก่ งานโขน งานเครื่องถม งานจักรสาน ผ้าทอมือ งานปักชาวไทยภูเขา งานแกะสลัก และงานเครื่องปั้นดินเผา นอกจากนี้ยังมีการมอบโล่ห์ประกาศเกียรติคุณ ครูศิลป์ของแผ่นดินประจำปี 2559 จำนวน 11 ท่าน และชมการสาธิตสร้างสรรค์ผลงานจากช่างศิลป์ที่ได้รับประกาศเกียรติคุณ เชิดชูครูช่างศิลป์หัตถกรรม ประจำปี 2559 อีก 15 ท่าน ในช่วงเย็นของทุกวันจะมีการแสดงดอกไม้เรืองแสงจากดอกไม้พระนามาภิไธย ดอกไม้พระราชทานนาม และดอกไม้ทรงโปรด รวม 7 ชนิด ได้แก่ ชบาสีฟ้า กุหลาบมอญ คัทลียาควีนสิริกิติ์ ดอนญ่าควีนสิริกิติ์ โมกราชินี มหาพรหมราชินี และ กุหลาบควีนสิริกิติ์ จัดแสดงพร้อมมิวสิคัล อิลลูมิเนชั่นโชว์ ในชื่อชุด “มหัศจรรย์ดอกไม้แห่งราชินี” เป็นโอกาสที่ดีที่ลูกๆ จะพาคุณแม่ไปทำกิจกรรมที่มีทั้งสาระและความสนุก เป็นส่วนในการช่วยส่งเสริมและเป็นกำลังใจให้เหล่าช่างฝีมือไทย และรับฟังเรื่องราวการสืบทอดวิชาหัถตกรรม ความผูกพันธ์ของสายเลือดช่างศิลป์จากรุ่นสู่รุ่น" ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวถึงกิจกรรมในงาน
ครูทองศิริ ปุกแก้ม
หนึ่งของขึ้นชื่อ จ. สกลนคร คือการทำผ้าคราม โดย ครูทองศิริ ปุกแก้ม ครูช่างศิลป์หัตถกรรมผู้เชี่ยวชาญการย้อมผ้าลายคราม สืบทอดวิชาการทอผ้าของชนเผ่าไทโย้ยมาตั้งแต่รุ่นคุณทวด จนปัจจุบันได้รักษาไว้ให้เป็นลายผ้าประจำบ้าน ที่พร้อมสอนต่อแก่ลูกหลาน ด้วยวิธีดั้งเดิมตั้งแต่ปลูกฝ้ายและครามเอง ไปจนถึง ขึ้นตอนสืบ กวัก มัดหมี่ ย้อมคราม และนั่งทอใต้ถุนบ้านเหมือนกับสมัยก่อน โดยตัวแทนเจนใหม่ นิคม ปุกแก้ว ลูกชายของครูทองศิริ เล่าว่า ตอนนี้ผ้าไทยกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง ด้วยลวดลายสวยงามและผ้าที่ใส่สบาย ใช้วิธีธรรมชาติ ถึงไม่ได้ปรับเปลี่ยนลวดลายให้ต่างจากสมัยก่อนมากนัก แต่หลังจากมีโซเชียลมีเดียก็มีกลุ่มลูกค้าเข้ามาสั่งงานและนำไปปรับสวมใส่่ในแบบของตัวเอง ทั้งแบบดั้งเดิม และตัดใหม่ตามแบบสมัย ทำให้คนทำผ้าดีใจมากที่ได้เห็นว่าผ้าไทยๆ ยังไม่หายไปจากสังคมไทย และมีเด็กรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เรียนด้านแฟชั่นมาขอเรียนทอผ้าเพิ่มขึ้นด้วย หลายคนบอกว่าอยากกลับมาเรียนรู้ภูมิปัญญา รู้ที่มาของสิ่งที่สวมใส่ ซึ่งทางคุณแม่ทองศิริและญาติๆ ที่ช่วยกันสืบทอดกรรมวิธีมาก็ยินดีสอนต่อให้เต็มที่เช่่นกัน
สามารถเข้าร่วมงานนวัตศิลป์ไทย เทิดไท้องค์ราชินี ครั้งที่ 4 ได้ในระหว่างวันที่ 3-7 สิงหาคมนี้ บริเวณ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ จ. พระครศรีอยุธยา ในเวลา 10.00- 20.00 น. สอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วย 1289 ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ www.sacict.or.th และในวันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม เวลา 06.00 น. จะมีการจัดกิจกรรม “เดิน-วิ่ง เทิดไท้องค์ราชินี” และกิจกรรมตรวจสุขภาพจากโรงพยาบาลชั้นนำของจังหวัดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ติดต่อร่วมกิจกรรมได้ที่ 083-158-8356 หรือ 089-746-5127



