ไลฟ์สไตล์

 พลิกข่าวร้ายให้เป็นข่าวดี

พลิกข่าวร้ายให้เป็นข่าวดี

08 ส.ค. 2552

แม้จะได้ยินข่าวร้ายแทบทุกวัน จากสื่อต่างๆ ผมก็จะได้ยินข่าวดีมาพร้อมๆ กันด้วยเสมอ โดยจะพยายามให้เกิดความสมดุลให้มากที่สุด ผมจะแสวงหาข้อมูลทุกด้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านดีๆ ที่มีอยู่มากมาย

 ปรกติแล้วคนไทยไม่ค่อยชอบข่าวดี การนำเสนอข่าวร้ายแง่ลบจะบึ่งหูฟังมากที่สุด ข่าวดีกลายเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยชอบฟัง แต่จากสถิติถ้าเมื่อเราได้ยินข่าวร้ายมากๆ อาจจะมีผลต่อความคิด การวิเคราะห์และวินิจฉัย ตอบสนองต่อสถานการณ์ในทางที่ผิดก็เป็นได้ หลายคนถึงขนาดวิตกจริต กังวล หมดหวัง ซึ่งก็มีคนที่รู้จักแยกแยะ และเข้าใจสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงแต่ก็มีไม่มาก การเสนอข่าวสร้างสรรค์และกำลังใจจึงเป็นเสมือนการให้อาหารที่มีคุณภาพผ่านตาผ่านหู เสมือนการดื่มน้ำสะอาดเพื่อล้างพิษ  แทนที่จะดื่มน้ำเน่ามีพิษ การฟังสิ่งดีแง่บวก ชีวิตก็จะเป็นบวกไปด้วยผมเชื่ออย่างนั้นครับ  แต่ก็ไม่ละเลยที่จะฟังข่าวร้ายมาวิเคราะห์เพื่อความไม่ประมาทและสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเอง

 “มีปัญหาก็ต้องมีทางออก จักรวาลนี้ไม่มีทางตันครับ”  ผมได้เจอะเจอแฟนๆ รายการหลายคนซึ่งมีทั้งเจอกับวิกฤติและอีกหลายคน ประสบความสำเร็จมากๆ ในช่วงนี้ครับ  โดยเฉพาะคนที่ได้เตรียมความพร้อมกับสถานการณ์เอาไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เดินทางธุรกิจอย่างไม่ประมาท สะสมความน่าเชื่อถือ  สะสมแบรนด์  เริ่มต้นด้วยความพอเพียงไม่เกินตัว แต่สำคัญอยู่ที่ ความคิดสร้างสรรค์ที่ติดตัวมากับพื้นฐานธุรกิจของเขาเหล่านั้น กลุ่มเหล่านี้รอดครับ

 การเปลี่ยน การบ่น ต่อว่าฟ้าดิน กล่าวโทษผู้อื่นโดยไม่กลับมามองความบกพร่องแล้วแก้ไขก็อาจนำพาสู่ความล้มเหลวลงก็เป็นได้  ความคิดแง่บวกและเชื่อส่วนดีจึงเป็นเสมือนป้อมปราการที่คอยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาร้ายแรงกับองค์กรได้ครับ  โลกแห่งข้อมูลข่าวสารเป็นโลกปัจจุบันที่ทุกคนต้องเรียนรู้มากขึ้น ความไม่รู้ ความไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกจึงอาจทำให้คุณตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบรรยากาศลบ และครอบงำโดยผู้เอาเปรียบและฉลาดกว่าการรู้เท่ากันจึงเป็นเหตุให้เราปกป้องตัวเองได้

 “แต่งร้านให้ได้ล้าน” ขอเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกอบการในช่วงนี้ โดยผมเชื่อว่าช่วงขาลงนี่แหละคือช่วงที่คุณต้องขยันที่สุด โดยไม่จมกับปัญหาแต่จะเชิดคอด้วยปัญญาครับ ข้อได้เปรียบในช่วงวิกฤติมีมากมายจะขอยกตัวอย่างง่ายๆ ดังนี้ครับ

 1. วัสดุราคาถูกต่อรองง่าย ซึ่งถ้าเทียบกับตอนเศรษฐกิจขาขึ้น  วัสดุบางรุ่น บางยี่ห้อขาดตลาด และหาคนทำไม่ได้ด้วย ช่างก็พลอยขาดตลาดไปด้วย เสมือนไปเที่ยวหน้าเทศกาลที่แย่งกันกินแย่งกันใช้ ดังนั้นช่วงนี้ทั้งถูกและเทกแคร์ดีด้วยครับ

 2. ได้เวลาปรับปรุงร้านและรื้อระบบบริหาร  ช่วงขาดีไม่มีเวลาครับ แต่ช่วงขาลงมีเวลามากขึ้น ปรับปรุงร้านซะเลยครับ และยิ่งดีเข้าไปอีก ถ้ามีโอกาสปรับเปลี่ยน โยกย้าย ปรับปรุงระบบบริหารช่วงนี้เหมาะที่สุดครับ

 3. มีบุคลากรให้เลือกแบบคุณภาพมากขึ้น  ซึ่งช่วงนี้คนก็หางานทำกันยากขึ้น เราก็มีสิทธิเลือกคนที่ดีที่สุด  การทำงานของพนักงานก็ทุ่มเทมากขึ้นกว่ายุครุ่งเรือง เพราะมีสมาธิ มีโฟกัสกับองค์กร เพราะไม่มีใครจีบหรือซื้อตัวไปทำงาน มุ่งมั่นทำงานมากที่สุด (กลัวโดนปลด)

 4. สถานการณ์นี้ทำให้โลกปรับสู่ความสมดุล  นี่คือเหตุการณ์ปกติตามธรรมชาติที่ถ้ามีอะไรมากไป ฟองสบู่มากไป สถานการณ์ก็จะปรับสู่ปกติ มีความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นไม่หลอกลวง ไม่เกินจริง ทั้งระบบการเงินที่เข้าสู่ความพอดี ไม่ปั่นให้สูงเกินไป  องค์กรที่ใหญ่แต่กลวงก็จะเกิดสถานการณ์ให้ลดขนาดกะทัดรัดลง ไม่อุ้ยอาย เทอะทะ

 5.เกิดธุรกิจสายพันธุ์ใหม่ ทุกช่วงการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะรอยต่อทางเศรษฐกิจในแต่ละยุค จะก่อเกิดภูมิปัญญาใหม่ๆ เสมอ การออกแบบโครงสร้างทางเศรษฐกิจและระบบธุรกิจใหม่จะเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์จะกดดันทำให้ต้องเปลี่ยนและคิดออก โมเดลธุรกิจใหม่ๆ จะออกมาเชิดหน้าชูตาเร็วๆ นี้ หลายองค์กรแต่อยู่ที่ว่าคุณเป็นผู้เริ่ม หรือคุณจะเป็นผู้ตาม

 6. คนฉลาดขึ้น ชาติพันธุ์มีปัญญามากขึ้น บทเรียนหลังเจอวิกฤติทำให้หลายคนมีประสบการณ์ ประเทศต่างๆ ที่เผชิญวิกฤติก็จะได้ความรู้ใหม่ๆ  บทเรียนจากความล้มเหลวของเศรษฐกิจฟองสบู่อย่างอเมริกา อาจกลายเป็นกรณีศึกษาให้หลายประเทศได้เรียนรู้   ระบบการล่มสลายของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ถึงแม้จะมีผู้เชี่ยวชาญ ความรู้ล้น ฟังมากเพียงใดก็ล้มได้เช่นกัน  ความรู้เพียงอย่างเดียวถ้าไม่ประกอบด้วยจริยธรรม ก็อาจจะใช้ไม่ได้ในยุคนี้ แสวงหาแต่กำไร มูมมามท้องแตกตายได้เช่นกัน

 ธุรกิจขนาดเล็กกะทัดรัด แต่เต็มไปด้วยศักยภาพจะแพร่ขยายในทุกประเทศ การบริหารต้นทุนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ชี้ถึงความสำเร็จมากกว่า ขนาดขององค์กร “ทำน้อยแต่ได้มาก” หรือน้อยคืนมาก “LESS IS MORE”  คือหัวใจของธุรกิจ และการออกแบบยุควิกฤติครับและอาจจะเป็นตัวแปรของธุรกิจในอนาคตนี้อย่างแน่นอนครับ    

 ท่านผู้อ่านที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาที่ทางทีมงานอยู่สบายและแต่งร้านให้ได้ล้านจะจัดขึ้นในวันที่ 12-13  กันยายนนี้  ในงานสัมมนาพิเศษ หัวข้อ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยการออกแบบ” ตอน โรงแรมและรีสอร์ทขนาดเล็กแนวใหม่   ร่วมกับ เนชั่นชาแนล, TTF, และเนชั่นบุ๊ค ณ. ห้อง Multi Purpose  รอยัล พารากอน ฮอลล์  ชั้น 5  สยามพารากอน   ในงาน  Interior  in Trend’ 09 ราคาบัตร 1,888  บาท  โดยทุกท่านจะได้รับหนังสืออยู่สบายฉบับพิเศษพร้อมรับ VCD  “HOTEL DESIGN” สามารถโทรสำรองที่นั่งได้ที่ 0-2984-0091-2  อย่าลืมพบกันนะครับ

อ. เอกพงษ์   ตรีตรง
www.ideal1group.com