ไลฟ์สไตล์

 บ้านไทยไกวชิงช้า

บ้านไทยไกวชิงช้า

08 ส.ค. 2552

สวัสดีครับแฟนๆ ชาวบ้านไม่บาน ถือเป็นที่ถูกอกถูกใจของบรรดาแฟนๆ ทั่วประเทศกับ “บ้านสุขภาพดี มีภูมิคุ้มกันไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ 2009”

 ที่ผมรับประกันว่าหากแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานนำเอาแนวคิดบ้านสุขภาพดีของผมไปใช้ในการปรับปรุง ปลูกสร้าง บ้านเรือนของท่านรับรองว่าบรรดาสมาชิกในบ้านของท่านต่างก็จะมีสุขภาพดีกันทั่วถ้วนหน้าแน่ครับ    

 สำหรับในสัปดาห์นี้ตามคำเรียกร้องของแฟนๆ ที่ชื่นชมและชื่นชอบ บ้านไม่บานในรูปแบบที่ผมได้คลี่คลายมาจากบ้านเรือนของคนไทยในอดีต จากการที่ผมได้ทำการศึกษาก็ทำให้ผมยิ่งค้นพบครับ แท้จริงแล้วเหมือนเส้นผมบังภูเขา ที่บรรดามรดกทางวัฒนธรรมนั้น อยู่ใกล้แค่เอื้อมก็ “เรือนไทยพื้นถิ่น” ในภาคต่างๆ ของเรานั่นแหละครับ ล้วนแต่เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สั่งสม ทับถมกันมานานหลายร้อยปี ผ่านกระบวนการลองผิดลองถูกมาจากการใช้ชีวิตจริง จึงเป็น อาคารบ้านเรือนที่ให้เกียรติกับสภาพ “ภูมิบ้าน ภูมิเมือง ภูมิสังคม” จัดได้ว่าเป็นศิลปะของการใช้ชีวิต ไม่ว่าใครเห็นบ้านเรือนรูปแบบนี้ต่างก็ให้เกียรติถือว่าเป็น หนึ่งในสกุลช่างชาวไทย ที่ไม่อายใครในโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายครับ  

 ในฐานะอาจารย์สอนวิชาทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ในมหาวิทยาลัย ทั้งระดับปริญญาตรี โท ไปจนถึงเอก กลับเห็นได้ชัดว่า บางครั้งเราก็หลงใหลได้ปลื้มกับศิลปวัฒนธรรมของต่างชาติ โดยเฉพาะตะวันตก ที่เข้ามาแบบ “แดกด่วน”  ตื่นตาตื่นใจ เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยมาใหม่ทุกๆ วัน มีสีสันและความแปลกแหวกแนว ทำให้คนที่อ่อนไหวหลงไปได้ง่าย ถ้ารู้ไม่เท่าทัน เปรียบเหมือนกับเพลงป๊อป เพลงร็อกที่เล่นได้ง่าย จดจำได้ง่าย เข้าใจง่าย หลงไปได้ง่าย หากนำมาเปรียบกับเพลงไทยเดิมที่เล่นได้ยาก จดจำยาก เข้าใจยาก ฟังได้ยาก อีกทั้งดูไม่ทันสมัย แต่แท้จริงแล้วเหมาะกับวัฒนธรรมแบบไทย

 จึงเป็นหน้าที่ทางจริยธรรมของบรรดานักออกแบบ โดยเฉพาะบรรดาสถาปนิกที่จะต้องพัฒนารูปแบบ “บ้านเรือนไทย” ให้สอดคล้องเข้ากับวิถีชีวิตแบบใหม่ของคนไทยที่ร่วมสมัยให้ได้ อีกทั้งยังต้องไม่หลงลืมและหลงใหลได้ปลื้มกับอารยธรรมตะวันตกมากจนเกินไป ก็จะทำให้วัฒนธรรมในการกิน การอยู่แบบไทย  ใน “บ้านดี  เมืองดี”  ของไทยเราต้องล่มสลายลง  

 ในโลกปัจจุบันที่ทั้งโลกถูกขับเคลื่อนด้วยกระแสโลกาภิวัตน์ที่มาพร้อมกับทุนนิยมและวัตถุนิยม ก็ต้องยอมรับนะครับว่าเป็นเรื่องยากที่จะแสวงหาความสมดุลทั้งทางด้านวัตถุกับทางด้านจิตใจของความเป็นไทยไปพร้อมกัน

 บ้านไม่บานในรูปแบบ “บ้านไทยไกวชิงช้า” หลังนี้ ดูจะเป็นจุดร่วมแห่งความสมดุลโดยแท้จริง ถึงแม้จะดูผิวเผินเป็นบ้านหลังเล็กๆ แต่สำหรับผมแล้วช่างยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน นอกจากนั้น ยังเป็นบ้านหลังที่เรียบง่ายแต่ช่างงดงาม เป็น บ้านที่ให้เกียรติกับสภาพภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ยกพื้นสูงเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเท จุดเด่นที่สำคัญของบ้านหลังนี้คือ  ระบบการระบายอากาศทั้งในระดับพื้นดิน อีกทั้งระบบการระบายอากาศที่หมุนเวียนภายในบ้าน รวมไปถึงการออกแบบทรงหลังคาซ้อนทับกัน 2 ชั้น เพื่อช่วยในการระบายอากาศที่ร้อนอบอ้าวในบริเวณใต้หลังคาจึงจัดได้ว่าบ้านไม่บานหลังนี้เป็นบ้านเย็น เป็นบ้านที่ถูกหลักฮวงจุ้ย ซึ่งคำว่า “ฮวง หมายถึง ลม” ส่วน “จุ้ย หมายถึงน้ำ”  จึงเป็นบ้านที่ไม่ร้อนและไม่ชื้น    

 นอกจากนั้น ยังมีระเบียงหรือชานบ้านในบริเวณทางขึ้น พอพิจารณาบ้านหลังนี้ได้เห็นบริเวณทางขึ้นครั้งใด ก็อดจะนึกถึงพ่อไม่ได้ เพราะที่บ้านผมในต่างจังหวัด ระเบียงบ้านหรือชานบ้านในลักษณะบริเวณทางขึ้นนี้ “พ่อ” มักจะต่อทำเป็นระแนงไม้ ปลูกบรรดาไม้เลื้อย เช่น กระดังงาหรือการะเวก ที่ให้ทั้งร่ม กันแดด และให้ดอกที่หอมเย็น  ในช่วงที่พ่อยังแข็งแรง ยังเป็นนักเลงนกเขาชวา พ่อมักจะเอากรงนกเขาชวาตัวโปรดมาแขวนไว้ในบริเวณระแนงไม้นี้แหละครับ

 ในสังคมทุนนิยมและวัตถุนิยมเต็มรูป บางครั้งเราก็มองข้ามศิลปะในการใช้ชีวิตอันเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น  การเลี้ยงนกเขาชวา การเลี้ยงกล้วยไม้ การทำสวนกระถาง ประเภทบอนไช  ต่างๆ เหล่านี้ เป็นต้น ที่ทำให้คนอยากกลับบ้าน  ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแบบงามง่ายและพอเพียงในบ้าน “อันเป็นทั้งที่รักและที่พัก”

 นอกจากนั้น ที่เป็นจุดเด่นอีกประการหนึ่งของบ้านไม่บานหลังนี้ คือ บริเวณหน้าบ้านที่จัดเอาไว้เป็นพื้นที่สำหรับแขวนชิงช้าไว้นั่งเล่น นอนเอกเขนกเล่น ในวันที่อากาศดีๆ แดดล่มลมตก ก็คงจะเพลิดเพลินเจริญทั้งกายและใจไม่ใช่น้อย ในช่วงชีวิตเยาว์วัยอันแสนสุขของผม ชิงช้าก็เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของบ้านที่ผมชื่นชอบพอๆ กับศาลานั่งเล่นหลังเล็กๆ และชานบ้าน

 หากพิจารณาดูบ้านไม่บานหลังนี้จะเห็นได้ว่าเป็นบ้านที่ “เล็กแต่ใหญ่ ง่ายแต่งาม” โดยแท้จริงครับ ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นถึงศิลปะในการใช้ชีวิต ทั้งในการกินและอยู่แบบไทยร่วมสมัยโดยแท้จริง ซึ่งวิถีไทยนั้นแท้จริงแล้วเป็นวิถีที่เหมาะที่สุดกับคนไทย   เพราะเป็นวิถีชีวิตที่ประหยัด  มัธยัสถ์และพอเพียง   กินง่าย  อยู่ง่าย  

 กลับมาเถอะครับ เลิกหลงใหลได้ปลื้มในวิถีแบบฝรั่ง กลับมาฟื้นฟูวิถีชีวิตในการกิน การอยู่แบบไทยใน “บ้านเรือนไทย” กันเถอะครับ บ้านไม่บานในรูปแบบ “บ้านไทยไกวชิงช้า” หลังนี้ ก็จัดได้ว่าเป็นบ้านไม่บานในฝันอีกหลังหนึ่งของผม  ต้องขอขอบคุณนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ได้ทำหุ่นจำลองของบ้านหลังนี้ให้พวกเราชาวบ้านไม่บานได้ชื่นชมความงามกัน 

 แฟนๆ ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแบบบ้านไม่บานหลังนี้กันได้ฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ที่   www.homeloverthai.com    และยิ่งใกล้วันแม่ บ้านหลังนี้ก็อาจจะเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดที่แฟนๆ ชาวบ้านไม่บานบางท่านคิดจะปลูกให้แม่ก็คงจะไม่ผิดกติกาอะไร     

 บรรดาแฟนๆ ชาวอพาร์ตเมนต์ไม่บาน ที่สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาแบบมาราธอนของผม 4 วันเต็ม ในหัวข้อ “การลงทุนทำอพาร์ตเมนต์ไม่บานในรูปแบบต่างๆ แบบรู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อย (หนึ่ง) ครั้ง”  ที่ผมได้จัดขึ้นร่วมกับสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชลแนล ในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 22, 23 และ 29, 30  สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ก็ไม่ต้องโทรมาสำรองจองที่นั่งกันแล้วครับ เพราะเต็มจนล้นทะลัก เสริมแล้วเสริมอีก

 สำหรับท่านที่ผิดหวัง พลาดโอกาสที่จะได้ฟังการสัมมนาของผมในครั้งนี้ ท่านสามารถลงชื่อเพื่อสำรองจองที่นั่งของการสัมมนาในครั้งหน้า น่าจะอีกประมาณ 5-6 เดือนข้างหน้าครับ ในระหว่างนี้หากแฟนๆ ชาวอพาร์ตเมนต์ไม่บานท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทุนทำอพาร์ตเมนต์ก็สามารถโทรมาสอบถามได้ ทุกปัญหาเกี่ยวกับการลงทุนทำอพาร์ตเมนต์ไม่บานกันได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่หมายเลขโทรศัพท์ 08-1421-8323 ในสัปดาห์นี้ก็คงมีสาระน่ารู้กันเพียงแค่นี้  แล้วพบกันใหม่ในสัปดาห์หน้า    สวัสดีครับ