
รองอธิการบดีชงห้ามขายเหล้าสถานศึกษา500 ม.
รองอธิการบดี 79 สถาบันชงประกาศห้ามขายเหล้ารอบสถานศึกษา 500 เมตร มท.ไฟเขียว สธ.เสนอคณะกรรมการควบคุมเหล้าพิจารณาภายใน ส.ค.นี้
นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ในฐานะประธานคณะทำงานแก้ปัญหาการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษา กล่าวว่า รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา 79 สถาบัน เคยเสนอต่อ รมว.การคลัง เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2549 โดยขอให้ระยะ 500 เมตร เป็นเขตควบคุมการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มี พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 แต่ขณะนี้กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว จึงนำมาเสนอต่อกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อนำสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง
“ในเนื้อหาประกาศระบุว่า ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่อยู่ห่าง 500 เมตรจากบริเวณสถานศึกษา นอกจากนี้ให้คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จังหวัดพิจารณาร่วมกับสถานศึกษาในการกำหนดเขตยกเว้นหรือผ่อนผันให้สามารถจำหน่ายได้ และประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้หลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 180 วัน” นายปริญญา กล่าว
นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยเห็นด้วยในการดำเนินการออกประกาศดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการให้นักเรียนนักศึกษาดื่มแอลกอฮอล์ และมั่วสุมกันใกล้กับสถานศึกษา พร้อมมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับจังหวัด ประสานกับผู้อำนวยการสถานศึกษาในการหารือยกเว้นสถานที่ เพราะแต่ละสถานศึกษาก็มีภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน
นพ.สมาน ฟูตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาสูบ กล่าวว่า หลังจากนี้จะนำร่างเข้าสู่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มี รมว.สาธารณสุข เป็นประธานภายในเดือนสิงหาคมนี้ จากนั้นในเดือนกันยายนจะนำเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการนโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มี พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน หากมีมติเห็นชอบก็เสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามได้ทันที
“หลังจากที่กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ กระทรวงสาธารณสุขได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อให้ปฏิบัติตาม และตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคมเป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุขจะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มข้นขึ้น โดยไม่มีการผ่อนผันอีกต่อไป” นพ.สมาน กล่าว



