ไลฟ์สไตล์

สายตรวจระวังภัย13ก.ค.59

สายตรวจระวังภัย13ก.ค.59

13 ก.ค. 2559

ถอดบทเรียนแนวทางหาเด็กหาย ตร.ภาค4 ให้ความสำคัญเร่งช่วยเหลือ : โดย กวินทรา ใจซื่อ

               ปัญหาเด็กหายยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง บางรายตามตัวเจอ บางรายยังคงตามหาตัว อย่างเช่นรายของ ด.ช.ธนวรรชน์ แก้วตา หรือน้องอั้ม อายุ 5 ปี นักเรียนชั้นอนุบาล 1 จ.ขอนแก่น หายออกจากบ้านไปตั้งแต่เย็นวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2559 ทุกฝ่ายระดมค้นหาแม้ว่าผ่านไป 2 เดือนแล้ว แต่การติดตามค้นหายังมีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากความร่วมมือของผู้ปกครอง ตำรวจ ครูอาจารย์และเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิกระจกเงา นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือมูลนิธิกระจกเงา ได้มีการถอดบทเรียนการติดตามอย่างเป็นระบบกับตำรวจภูธรภาค 4 อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นต้นแบบในการติดตามคนหาย และนำไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ ได้
               “พื้นที่รับผิดชอบสภ.เปือยน้อย จ.ขอนแก่น เป็นอำเภอเล็ก แต่สิ่งสำคัญคือเจ้าหน้าที่ใช้หัวใจนำในการทำงาน ให้ความสำคัญทันทีที่ญาติเข้าแจ้งความไม่ต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง ถือเป็นเคสแรกที่ี่ตำรวจใช้ เพจ สภ.เปือยน้อย ติดต่อมาทางเพจของมูลนิธิ และยังเปิดให้หน่วยงานอื่นเข้ามาเสนอช่องทางการค้นหาเพิ่มเติม เมื่อทางมูลนิธินำประสบการณ์ การตั้งสมมุติฐานเด็กหายมาแลกเปลี่ยน ตำรวจไม่รอช้าที่จะติดตาม พร้อมทั้งประชุมสรุปการทำงานร่วมกันทุกวัน ต่างจากที่ผ่านมาที่จะให้ความสำคัญในการติดตามหลังจากที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้ว” นายเอกลักษณ์ กล่าว
               สำหรับมาตรการที่่ พ.ต.อ.สุภากร คำสิงห์นอก รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ในฐานะโฆษกตำรวจภูธรภาค 4 ให้ความสำคัญ ถือเป็นวาระสำคัญต้องแจ้งความคืบหน้าทุกครั้งในที่ประชุม  ขั้นตอนการทำงานเมื่อมีผู้ปกครองเข้าแจ้งความ ทางพนักงานสอบสวนจะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นแจ้งไปยังศูนย์บริหารจัดการเรื่องคนหาย แล้วมาพูดคุยกับผู้ปกครอง เพื่อหาเบาะแส รวบรวมข้อมูล ตั้งสมมุติฐานสาเหตุการหายตัว ลงพื้นที่ สืบสวนหาหลักฐาน ติดตามหาตามเส้นทางที่ได้รับแจ้งจากพยาน จนกว่าจะเจอตัว
               “ในกรณีนี้ได้ประสานส่งภาพเด็กไปยังทุกสภ.ในพื้นที่ภาคอีสาน ถึงแม้ว่าเบาะแสจะไม่ชัดเจน การสืบหาจากการตั้งสมมุติฐาน ติดตามเส้นทางที่คาดว่าเด็กจะไป ผ่านมา 2 เดือนจะยังไม่เจอตัวเด็ก แต่ได้กำชับให้ตำรวจติดตาม และให้เป็นคดีสำคัญไม่ต่างจากคดีอื่นๆ ตำรวจทั้งชุดสืบสวน สอบสวน ทำงานประสานกันทั้งสภ.เปือยน้อย จังหวัดและภาค 4 เป็นกรณีีศึกษาที่ตำรวจวางกระบวนการการติดตามอย่างต่อเนื่องกับมูลนิธิกระจกเงา รวมถึงชาวบ้านในชุมชนที่ช่วยกันค้นหาตั้งแต่เด็กหายไปได้ไม่นาน” พ.ต.อ.สุภากรระบุ
               พ.ต.อ.สุภากร ยอมรับว่าในบางกรณี ตำรวจเองไม่มีความเข้าใจในสถานการณ์ บางครั้งไม่ให้ความสนใจที่จะรับแจ้งความทันที  เกิดคำถามว่าทำไมต้องรอให้ครบ 24 ชั่วโมง เรื่องนี้กำชับให้ตำรวจภาค 4 เห็นความทุกข์ของผู้เสียหาย เป็นความทุกข์ของตัวเอง คิดว่าเด็กที่หายเป็นลูกเราเอง เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชน และเห็นว่าตำรวจทำอย่างจริงจัง จุดใดที่ยังมีคำถาม มีความเคลือบแคลงสงสัย การทำงานในแต่ละวันจึงมีการถอดและสรุปบทเรียนร่วมกัน พร้อมทั้งทำเป็นเส้นทางการค้นหาตามที่ได้ตั้งสมมุติฐาน