ไลฟ์สไตล์

กรุ่นกลิ่นแห่งรักฉบับ "คุณหญิงหญิง" ม.ร.ว.สุภาณี ดิศกุล

กรุ่นกลิ่นแห่งรักฉบับ "คุณหญิงหญิง" ม.ร.ว.สุภาณี ดิศกุล

08 ส.ค. 2552

"แม่" ผู้หญิงที่เสียสละทั้งความรัก ความสุขสบายมากที่สุดเพื่อลูกน้อย เริ่มจากรู้ว่าเจ้าตัวน้อยอยู่ในครรภ์ ผู้เป็นแม่ก็ต้องคอยเฝ้าดูแลระมัดระวัง และสรรหาสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อบำรุงครรภ์ให้แข็งแรงสมบูรณ์ และเมื่อลูกน้อยลืมตาออกมาดูโลก แม่ก็เฝ้าคอยเลี้ยงดู อบร

 ยิ่งใกล้เทศกาลวันแม่ 12 สิงหาคม ทีมงานก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณแม่คนสวย "คุณหญิงหญิง" ม.ร.ว.สุภาณี ดิศกุล พร้อมลูกทั้งสองคน แพร และ ภูมิ สารสิน สองศรีพี่น้อง โดยคุณแม่จูงมือลูกสาว ลูกชาย เข้าครัวปรุงเมนูยอดฮิตที่คุณแม่ติดอกติดใจ ถึงกับเอื้อนเอ่ยว่ารับสั่งทำตามคำเรียกร้องกับเมนู "กะหรี่ปั๊บ" สูตรคุณยายนั่นเอง

 และไม่น่าเชื่อเมื่อไปถึงบ้าน สาววัยใส "แพร" กลับเป็นคนแรกที่แต่งตัวเสร็จลงมาก่อนใคร ต่อด้วยหนุ่มหล่อของบ้าน "ภูมิ" ที่เกิดใจตรงกับคุณแม่เป๊ะ กับการเลือกหยิบเสื้อเชิ้ตลายหมากรุกมาสวมใส่...ต่างเพียงสีที่คุณแม่หญิงเลือกสีเหลืองสด ในขณะที่ชายหนุ่มของบ้านเลือกสีฟ้าอ่อนแสนเรียบ ระหว่างรอคุณแม่คนสวยแต่งตัว ลูกทั้งสองก็เปิดใจถึงความผูกพันระหว่างแม่กับลูกอย่างออกรสออกชาติ

 "คุณแม่เป็นเหมือนเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษาในทุกๆ เรื่อง เป็นคนที่ยอมรับฟังมากที่สุด อย่างภูมินี่คุยกับแม่ได้หมดทุกเรื่องเลย แต่เวลาแม่ดูละครจะชอบไล่ลูกๆ ออกจากห้อง" หนุ่มภูมิเล่าพร้อมหัวเราะร่วน พี่สาวได้ยินน้องชายคุยจึงเสริมขึ้นว่า

 "แพรจะคุยกับแม่แค่ 98 เปอร์เซ็นต์ คือ ส่วนมากแพรจะคุยกับน้องมากกว่า เพราะวัยไล่เลี่ยกันคุยแล้วจะเข้าใจ แต่คุณแม่จะห่วงเรื่องเรียน เรื่องการใช้ชีวิตมากเป็นพิเศษ แม่อยากจะให้พวกเรามีอนาคตที่ดี มีงานทำ หาเงินได้เอง แต่แม่ไม่เคยดุเลยนะคะ ปล่อยให้พวกเราเรียนรู้เอง ถ้าสิ่งไหนไม่ควรก็จะเตือนว่าไม่ควรทำนะ คือ ส่วนมากแม่จะไม่ได้บอกไม่ได้สอนอะไรโดยตรง แต่แม่จะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง" ลูกสาวคนสวยเปรย

 พอดีกับจังหวะที่คุณหญิงหญิงเดินเข้ามาในวงสนทนาด้วยสีหน้าสดใส เมื่อเห็นลูกทั้งสองกำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน จึงถามขึ้นทันทีว่า ทั้งสองคนนี้เม้าท์อะไรหญิงหรือเปล่าคะ พานให้ทุกคนในวงสนทนาอมยิ้มไปตามๆ กัน แต่เมื่อคุณหญิงทราบถึงคำถามที่เราถามลูกๆ จึงเผยว่า

 "ลูกๆ ชอบบอกแม่ไม่สอน จริงๆ แม่สอนแต่ไม่ได้นั่งบอกแบบนั้น เราไม่ดุกันด้วยเนอะ (หันไปมองลูกทั้งสองคน) ไม่เคยทำโทษลูกด้วย หญิงเป็นคนตามใจลูก ลูกเองก็ไม่เคยทำอะไรผิดมากมาย ถ้าผิดก็จะคุยกัน เวลาทะเลาะกันโวยวายใส่กันหญิงก็จะแยกกับลูกไปก่อน รอให้อารมณ์เย็นๆ แล้วค่อยมาคุยกันว่า ลูกพูดแบบนี้กับแม่ไม่ได้นะ แพรจะเป็นคนอารมณ์ร้อน หงุดหงิดโวยวาย แต่ภูมิจะดื้อเงียบ บอกอะไรไม่เคยเถียงเลย คร้าบตลอดแต่ไม่ทำ (หัวเราะ) แต่เราเลี้ยงกันมาแบบนี้ลูกก็จะเกรงใจหญิงนะ" พูดจบคุณหญิงก็หันไปหาลูกพร้อมกับถามว่า เกรงใจแม่หรือเปล่า ลูกที่ดีต้องเกรงใจพ่อแม่นะ ก่อนจะโปรยยิ้มให้ลูกทั้งสองคน

 ด้วยความเป็นแม่จึงอดไม่ได้ที่จะห่วงอนาคตของลูกทั้งสองคน ซึ่งคุณหญิงบอกกับเราว่า ทุกวันนี้ห่วงเรื่องเรียนของเขาทั้งสอง ลูกสาวเรียนจบปริญญาตรีแล้วก็อยากจะให้หางานทำก่อน เพื่อจะได้รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แล้วค่อยเรียนต่อปริญญาโท ถึงจะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว แต่เธอก็จะบอกลูกเสมอว่า ยังไงก็ต้องเรียนต่อปริญญาโทถึงจะเรียกว่าเรียนจบแบบสมบูรณ์

 "หญิงห่วงทั้งคู่ อย่างภูมิเป็นผู้ชายก็อยากจะให้มีอนาคตที่ดี มีงานทำที่ดี หญิงไม่ได้บังคับว่าเขาจะต้องทำงานกับคุณพ่อหรือจะมีกิจการของตัวเอง หญิงก็รู้ว่าลูกเกร็งพอสมควร อย่างเวลาภูมิสอบเสร็จเกรดออก เขาก็จะบอกเราว่าแม่ภูมิทำดีที่สุดแล้ว เราก็โอเคดีแล้วแต่ครั้งหน้าก็หวังว่าน่าจะดีกว่านี้นะ (ยิ้ม) หญิงรู้ว่าทั้งคู่ตั้งใจเรียนมาก ส่วนเรื่องอื่นๆ หญิงไม่ห่วงเลย อย่างแพรยังไม่มีแฟนก็ไม่ค่อยจะห่วงมาก ส่วนภูมิแฟนเขาก็น่ารักก็เลยไม่ห่วงอะไร แต่ก็จะช่วยดูลูกอยู่ห่างๆ เวลาลูกมีปัญหา แต่หญิงจะไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับลูก (หัวเราะ) ชอบไล่ลูกออกจากห้องเวลาดูโทรทัศน์ ก็ลูกชอบมาเปลี่ยนช่อง แล้วก็ชอบถามโน่นถามนี่เราก็รำคาญ แต่ลูกจะใช้เวลากับคุณพ่อ (พรวุฒิ สารสิน) เป็นส่วนใหญ่ มีกิจกรรมร่วมกันบ่อยจนลูกเวียนหัว ไปโน่นมานี่กันประจำ แต่หญิงจะชอบอยู่บ้านทำขนมเป็นกิจกรรมยามว่าง" คุณแม่คนเก่งเล่า

 แม้คุณหญิงหญิงจะเป็นคนหงุดหงิดง่าย แต่ลูกทั้งสองก็ไม่เคยกลัวคุณแม่เลยสักนิด โดยเฉพาะสาวแพรที่มักจะแหย่คุณแม่ประจำว่า อย่าทำหน้าหงิกเดี๋ยวแก่นะ อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นยามเครียดคุณหญิงจะปล่อยวางแล้วหากิจกรรมอย่างอื่นทำเพื่อผ่อนคลาย สาวแพรได้ยินคุณแม่พูดจึงเปรยว่า เธอเป็นคนปล่อยวางไม่ค่อยได้ แต่ถ้าเครียดเมื่อไรเธอจะหยิบหนังสือการ์ตูนธรรมะขึ้นมาอ่านทันที หรือไม่ก็เล่นกับสุนัขตัวโปรดอย่างเจ้าโชยุ ก็ผ่อนคลายได้ไม่น้อย ส่วนหนุ่มภูมินั้นเลือกที่จะพูดทำนองบ่นจนหมดเปลือก เพราะเจ้าตัวบอกเป็นวิธีผ่อนคลายที่ดีที่สุดแล้ว

 คุยกันมาพักใหญ่คุณหญิงหญิงจึกชักชวนทุกคนให้เข้าครัว เพื่อเธอจะได้โชว์ฝีมือการทำกะหรี่ปั๊บให้เห็นกันสักที ร้อนวิชาขนาดนี้เห็นทีจะต้องรีบสักหน่อยแล้ว เริ่มด้วยการผัดไส้กะหรี่ปั๊บก่อนเป็นอย่างแรก ซึ่งวันนั้นเธอเลือกทำไส้ไก่แสนอร่อย แล้วหันมาตวงแป้ง นวดแป้งให้เข้าที่ จากนั้นจึงนำไส้มาใส่บนแป้ง ก่อนจะนำมาจับจีบอย่างสวยงาม ซึ่งลูกทั้งสองก็ลงมือช่วยคุณแม่ทำกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับบอกด้วยว่า กะหรี่ปั๊บของแต่ละคนจะมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง โดยเฉพาะมุมจับจีบที่ไม่เหมือนกัน มองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าฝีมือใคร

 ได้กะหรี่ปั๊บมาพอสมควร คุณหญิงหญิงก็ใส่ลงในน้ำมันที่กำลังร้อน เพื่อทอดเจ้าแป้งห่อไส้แสนอร่อยสีขาวให้เหลืองกรอบ ไม่นานนักก็ได้กะหรี่ปั๊บสีเหลืองน่ารับประทานมาวางบนจานรอเสิร์ฟ และเพื่อพิสูจน์ว่าฝีมือคุณแม่อร่อยเกินใคร ทั้งคุณแม่และคุณลูกเลยผลัดกันป้อนอย่างสนุกสนาน ฉายแววให้เห็นเลยว่า ถึงแม้คุณหญิงหญิงจะไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับลูกมากอย่างที่เธอเอื้อนเอ่ย แต่สานสัมพันธ์แห่งความรักและความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ไม่เคยมีคำว่าเลือนห่างและจางหายแม้แต่วินาทีเดียว