
หนุนใช้ม.44อุดมแจงราชภัฏ 8 ก.ค.นี้
อธิการบดีมทร.-มรภ. เห็นพ้องใช้มาตรา44จี้ระบุรายชื่อมหาวิทยาลัย พร้อมเหตุให้ชัดเจน ไม่ควรใช้หว่านกับมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ประธานทปอ.มรภ.เตรียมแจงในที่ประชุม 8 ก.ค.
รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ มีการเสนอขอใช้อำนาจหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอุดมศึกษานั้น ว่าเห็นด้วยที่จะใช้มาตรา 44 ในการแก้ไขปัญหาอุดมศึกษา เพราะต้องยอมรับว่าขณะนี้ มีบางมหาวิทยาลัยที่ไม่สามารถใช้กลไกบริหารจัดการภายในของมหาวิทยาลัยตัวเองได้ และมีปัญหาเรื้อรังมาหลายปี
อีกทั้งกลไกกฎหมายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยแก้ไขได้ ดังนั้นมาตรา 44 ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการช่วยคลี่คลายปัญหาอุดมศึกษา แต่การใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาอุดมศึกษา ควรระบุรายชื่อมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจนว่ามีที่ไหนบ้าง และควรเข้าไปช่วยวางรากฐานใหม่ ทั้งกลไกบริหารงานมหาวิทยาลัย กลไกสภามหาวิทยาลัย โดยเฉพาะการได้มาซึ่งนายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัย เนื่องจากหากการสรรหานายกสภา กรรมการสภามหาวิทยาลัยมาจากกระบวนการที่ถูกต้อง มีหลักธรรมาภิบาลก็จะนำไปสู่การสรรหาผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่มีประสิทธิภาพ มีหลักธรรมาภิบาลด้วย
อย่างไรก็ตาม กลุ่ม มทร.นั้น ได้มีการเน้นย้ำเรื่องการบริหารงานด้วยหลักธรรมาภิบาล และหากมทร.ใดมีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไข อย่าง มทร.ตะวันออก ที่ก่อนหน้านี้อาจมีปัญหาระหว่างสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหาร แต่ขณะนี้ปัญหาก็ได้รับการแก้ไข และมีการเดินหน้ากระบวนการสรรหาผู้บริหาร ซึ่งเชื่อว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไรเพิ่มเติม
รศ.ดร.สมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎ (ทปอ.มรภ.) กล่าวว่า ในการประชุมทปอ.มรภ.วันที่ 8 ก.ค.2559 นี้ จะรายงานถึงแนวทางในการใช้มาตรา 44 แก้ไขปัญหาอุดมศึกษา ที่ได้มีการหารือร่วมกับรมว.ศึกษาธิการ รวมถึงเหตุผลที่ต้องใช้มาตรา 44 กับอุดมศึกษาเพื่อให้ที่ประชุมได้รับทราบ อีกทั้งจะขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยราชภัฎทุกแห่ง ให้คำนึงถึง จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน และเป็นไปตามเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)หรือสภาวิชาชีพกำหนด รวมถึงเน้นย้ำเรื่องการบริหารงานการจัดการต่างๆ โดยยึดหลักธรรมาภิบาลที่ดี
“โดยส่วนตัว ไม่อยากให้มีการใช้มาตรา 44 กับอุดมศึกษา เพราะตอนนี้มีเพียงบางแห่งเท่านั้น ที่มีปัญหาจริงๆ แต่เข้าใจเหตุผลของกระทรวงศึกษาธิการที่ต้องใช้มาตรา 44 เนื่องจากมหาวิทยาลัยบางแห่งมีปัญหาเรื้อรัง การใช้มาตรา 44 ควรใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น ไม่ควรหว่านใช้หมดกับทุกมหาวิทยาลัย เพราะเชื่อว่าสภามหาวิทยาลัย ผู้บริหาร เป็นตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไม่มีใครอยากกระทำผิด ทุกคนเข้ามาเพื่อบริหารงานอุดมศึกษา พัฒนามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้า”ประธานทปอ.มรภ.กล่าว
ด้านรศ.ดร.ฤาเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มร.สส.) กล่าวว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในอุดมศึกษาตอนนี้ มีมากมาย และแต่ละที่ก็ประสบปัญหาไม่เหมือนกัน การใช้มาตรา 44 เพื่อแก้ไขปัญหาในอุดมศึกษา จึงควรใช้เฉพาะมหาวิทยาลัยบางแห่งที่มีปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล อีกทั้งควรระบุรายชื่อมหาวิทยาลัย พร้อมเหตุผล ที่ต้องใช้มาตรา 44 เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา เพราะหากประกาศเหมารวมว่าจะใช้มาตรา44กับอุดมศึกษา อาจจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอุดมศึกษาไทยว่ามีปัญหาทั้งหมด และเมื่อใช้มาตรา 44 แก้ปัญหามหาวิทยาลัยแล้ว ควรมีการสรุปอย่างชัดเจนว่าช่วยแก้ปัญหาได้จริง เกิดการเปลี่ยนในมหาวิทยาลัย
ผศ.ดร.นิวัตกลิ่นงาม อธิการบดีมรภ.เพชรบุรีกล่าวว่า หากปัญหาไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ด้วยกฏหมายปกติ จะใช้ม.44มาช่วยแก้ปัญหาก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ก่อนที่จะใช้ต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องและพิจารณาให้รอบคอบ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหายตามมา และผู้ใช้อำนาจจะต้องรับผิดชอบกับการตัดสินใจด้วย



