‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’
‘ราชมงคลพระนคร’ทูตวัฒนธรรมเนรมิตทำเนียบต้อนรับ‘ออง ซาน ซูจี’ : กองสื่อสารองค์กรราชมงคลพระนคร เรื่อง/ภาพ
ผ่านไปไม่นาน ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.พระนคร) หรือราชมงคลพระนคร ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคณะต้อนรับนางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในการเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2559 ในฐานะแขกของรัฐบาลไทย พร้อมจัดคณะ “นักการทูตทางวัฒนธรรม” เสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทย ผ่านการจัดแสดงงานหัตถกรรม ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
การเป็นหนึ่งในคณะผู้ต้อนรับ นางออง ซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ในครั้งนี้ กล่าวได้ว่าไม่ใช่ “ครั้งแรก” ของราชมงคลพระนครที่ได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดตกแต่งสถานที่และจัดแสดงงานด้านวัฒนธรรมระดับประเทศ หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2547 ที่ครั้งนั้น “ราชมงคลพระนคร” ได้รับเกียรติจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการจัดตกแต่งสถานที่และจัดแสดงงานหัตกรรมไทย ในงานประชุมเอเปก เป็นงานแรก และถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นส่วนหนึ่งของการต้อนรับแขกของรัฐบาลไทยจวบจนถึงปัจจุบัน
ล่าสุด กับการเตรียมงานต้อนรับ นางออง ซาน ซูจี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ที่ผ่านมา คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มีโอกาสต้อนรับแขกระดับประเทศอีกครั้ง โดยผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ได้ร่วมกันวางแผนและจัดเตรียมงานอย่างพิถีพิถัน โดยคงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยผสมผสานกับกลิ่นอายของความเป็นเมียนมาร์มากที่สุด เพื่อให้บรรยากาศภายในทำเนียบรัฐบาลมีความสวยงามสมเกียรติของผู้มาเยือน
รศ.สุภัทรา โกไศยกานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เผยต่อ “คม ชัด ลึก” ว่า มหาวิทยาลัยรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจมาก ที่ได้รับโอกาสจากสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในการจัดเตรียมการตกแต่งตึกไทยคู่ฟ้าและตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล การจัดแสดง และการสาธิตงานด้านหัตถกรรมไทย ซึ่งได้นำเสนอความเป็นไทย เพื่อต้อนรับแขกของประเทศอยู่เสมอ โดยในครั้งนี้ราชมงคลพระนครได้มีการวางแผนการต้อนรับที่ปรึกษาแห่งรัฐสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์โดยสอดแทรกความหมาย ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเมียนมาร์
“ผลงานที่นำเสนอ บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาเป็นไป (Story Telling) ผสานอัตลักษณ์ของทั้ง 2 ประเทศเข้าไว้ด้วยกัน ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ราชมงคลพระนครได้จัดนักการทูตทางวัฒนธรรม ซึ่งเป็นนักศึกษาของราชมงคลพระนคร เป็นตัวแทนในการนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย โดยแสดงทักษะวิชาชีพผ่านผลงานและสามารถพัฒนาศักยภาพ นำความรู้ที่ได้เรียนมาใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์จากการทำงานในเวทีระดับชาติ ซึ่งก็ตรงกับเจตนารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้สถานศึกษาและนักศึกษาได้แสดงฝีมือและมีส่วนร่วมในการจัดงานครั้งนี้” รศ.สุภัทรา กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ ผศ.อภิรัติ โสฬศ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลภาพรวมของการจัดตกแต่งสถานที่และการนำเสนองานหัตถกรรมไทย เล่าว่า การออกแบบเน้นความประณีตแบบไทยผสมผสานกับความเป็นเมียนมาร์ เช่น การเลือกใช้ดอกไม้สดชนิดต่างๆ เน้นไปที่สีเขียว สีเหลือง และสีแดง ซึ่งเป็นสีของธงชาติเมียนมาร์เป็นสีหลักในการจัดงาน การจัดแสดงตั่งงานดอกไม้สดและพวงมาลัย มีการทำปิ่นปักผมแบบไทย จากดอกไม้สดด้วยวิธีการเย็บ การกรอง การมัดดอกไม้ ด้วยเห็นว่าสิ่งที่เห็นจนชินตาคือนางออง ซาน ซูจี ใช้ดอกไม้มาประดับตกแต่งมวยผมอยู่เป็นประจำ จึงคิดประดิษฐ์ปิ่นปักผมดอกไม้สดขึ้น
“สร้างความประทับใจแก่แขกของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง สำหรับตั่งแกะสลักผักผลไม้จุดเด่นอยู่ที่การแกะสลักมะละกอสดเป็นนกยูงสีขาว มีความสวยงามประณีตตามแบบฉบับความเป็นไทย ซึ่งนกยูงถือเป็นสัญลักษณ์ของพรรคเอ็นแอลดี ที่นางออง ซาน ซูจี เป็นประธานนั่นเอง รวมถึงการแกะสลักฟักทองเป็นตัวปัญจรูป ซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติเมียนมาร์ได้อย่างวิจิตรบรรจง และตั่งสุดท้ายที่ได้จัดแสดง คือตั่งขนมไทยชุดเครื่องทองทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมเบื้อง เพื่อนำเสนอถึงความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมของทั้งไทยและเมียนมาร์”
น.ส.สมฤทัย สร้อยโสม หนึ่งในนักศึกษาที่ได้เข้าร่วมสาธิตและการจัดแสดงงาน บอกว่า ภาคภูมิใจมากที่ได้มีโอกาสในการร่วมจัดแสดงผลงานด้านคหกรรมศาสตร์ของราชมงคลพระนคร มาเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด ช่วยสร้างความมั่นใจ ในการประกอบอาชีพในอนาคต
“นอกจาก นางออง ซาน ซูจี ที่ได้กล่าวชื่นชมถึงความงดงามของงานฝีมือและขนมไทยแล้ว ท่านทูตจากประเทศฟิลิปปินส์และประเทศกัมพูชายังกล่าวชื่นชมถึงความประณีต งดงาม และความสามารถในการจัดแสดงผลงานแบบไทย แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพของอาจารย์และนักศึกษาราชมงคลพระนครผ่านการจัดแสดงงานในครั้งนี้อีกด้วย แสดงให้เห็นว่าราชมงคลพระนครประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน ตามค่านิยมหลักขององค์กรที่ว่า คิดอย่างสรรค์ ทำอย่างมืออาชีพ” อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กล่าวทิ้งท้าย



