
สหายเฟสสีน้ำ
สหายเฟสสีน้ำ : ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดยศักดิ์สิริ มีสมสืบ
ผมเพิ่งได้รับของขวัญล้ำค่าจากเพื่อนผู้หนึ่งซึ่งชอบศิลปะ เธอส่ง “กระดาษสีน้ำ” อย่างดีมาให้ ผมก็เลยได้วาดรูปสีน้ำต่อไปอีกหลายวัน
สมัยเป็นเด็กหนุ่ม นักเรียนศิลปะ ร.ร.เพาะช่าง ผมและเพื่อนร่วมกันจัดตั้งกลุ่มคนบ้าวาดรูป ตั้งชื่อว่า “กลุ่ม 10” ตามจำนวนสมาชิก สร้างงานและจัดกิจกรรมศิลปะในสถาบันของเรา แต่ละคนต่างสำแดงอิทธิปาฏิหาริย์ทางศิลปะกันเต็มที่ สมัยนั้น กระดาษและสีราคาต่ำกว่าปัจจุบันมาก แต่ก็ยังรู้สึกว่า “โคตรแพง” แต่พวกเรายังยอมอดๆ อยากๆ เอาเงินไปซื้ออุปกรณ์เขียนรูป ประมาณว่า อดข้าวดอกนะเจ้าชีวาวาย แต่ตายเป็นตายขอให้ได้วาดรูป
เมื่อเรียนจบเพาะช่าง ผมหันเหเหินห่างทางจิตรกรรมมาเดินบนถนนสายวรรณกรรมอย่างมุ่งมั่น จนวันนี้หัวใจผมได้หวนกลับสู่เส้นทางสายเดิม มาวาดรูปอย่างเอาเป็นเอาตายกลับมาเป็นคน “บ้าวาดรูป” คนเดิม
ช่วงนี้กำลังอยู่ในโหมด “สีน้ำ” ครับ เริ่มจากลักสีของลูกชายมาวาดเล่น จากนั้นก็ค่อยๆ หยอดกระปุกเก็บเงินไว้ซื้อสี ไม่มีสีน้ำก็ใช้สีผสมอาหาร และสีบาติกซึ่งราคาถูกกว่า
พอวาดได้สักสี่ห้าสิบรูปก็เริ่มมีกำลังใจโพสต์รูปลงเฟสบุ๊ค... และในเฟสบุ๊คนี่เองที่ผมได้พบเจ้า “สหายเฟส” ที่ชื่นชอบสีน้ำเหมือนกัน แล้วก็แอบเข้า “กลุ่มสีน้ำ” แบบย่องเข้าไป ได้ชมภาพวาดสีน้ำของเพื่อนๆ แล้วก็ครึ้มใจ พาให้ขยันวาดๆๆๆๆ แล้วก็โพสต์ลงแบ่งปันกันชม
ผมเคยบ่นเรื่องกระดาษแพงอยู่บ่อยครั้ง วันนี้ก็บ่นอีก บ่นดังไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนแซวว่าบ่นหาพระแสงอะไร กระดาษราคาถูกๆ ก็มีนั่นๆ
งั้นผมไม่บ่นเรื่องกระดาษแพง ไม่บ่นเรื่องสีแพง แต่บ่นเรื่องพู่กันแพงจะได้ไหม ผมเพิ่งไปซื้อพู่กันสีน้ำมาชุดหนึ่ง เฉลี่ยด้ามละ 100 บาท บ่นไปทำไมมี อันที่จริงผมก็ทำพู่กันใช้เองยังได้ ยังเคยเอากิ่งข่อยขนาดเท่านิ้วก้อยมาทุบปลายทำพู่กันใช้เอง
คนบ้าวาดรูปนั้น วันๆ วาดเป็นสิบเป็นร้อยรูปนะครับ ความแตกต่างของราคาแม้เพียงน้อยนิดก็มีความหมาย
สัปดาห์นี้มาชมภาพสีน้ำของ “สหายเฟส” ของผมให้ชื่นฉ่ำหัวใจกันนะครับ สุกิจ ศุกระกาญจน์, ชัยโรจน์ กิมเห และ สมาน แสงทอง
(ขออนุญาตเพื่อนๆ นำภาพมาอวดแฟนคอลัมน์นะครับ)



