ไลฟ์สไตล์

ธรรมะจากข่าว - หยุด!...กัดกัน

ธรรมะจากข่าว - หยุด!...กัดกัน

06 ก.พ. 2552

“หยุดกัดกันเสียทีได้ไหม" หรือ "กัดกันยังกะหมา” คำนี้เป็นคำพูดที่ประชาชนที่เขาพูดกันมานานแสนนาน เมื่อเห็นว่า ลูกหลานทะเลาะกัน ไม่มีที่สิ้นสุด

พ่อแม่ซึ่งรักลูก เห็นโทษภัยของการทะเลาะกัน ก็มักจะตวาดลูกหลานดังๆ ว่า “หยุดกัดกันยังกะหมาเสียทีได้ไหม” กัดกัน มีความหมายอย่างไร ทำไมจึงต้องกัดกัน มีผลเสียหายเลวร้ายอย่างไร คำตอบก็คือ กัดกัน เป็นการกระทำของสัตว์ (หมา) กัดกัน เป็นความวิบัติของทั้งสองฝ่าย กัดกัน เป็นความวุ่นวายของสังคม กัดกัน เป็นความขื่นขมของประเทศชาติ กัดกัน เป็นฉากบังหน้า ที่มีผลประโยชน์อยู่ด้านหลัง เหตุของการกัดกัน มาจากพวกแหย่ ยั่ว ยุ เย้ว คนปากอยู่ไม่สุขก็แหย่ ยั่ว อย่างไม่มีที่สิ้นสุด คนอารมณ์ร้อน โกรธค้างอยู่แล้วก็ยั่ว พวกที่อยากเห็นความวุ่นวายภายในสังคมประเทศก็ยุ่ง พวกของทั้งสองฝ่ายก็เย้วกันเข้าไป แล้วอย่างนี้ จะอยู่กันอย่างไร ประเทศชาติจึงจะสงบสุข อันที่จริง สังคมไทย เป็นสังคมชาวพุทธ ก็ควรยึดแบบอย่างตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าเอาไว้ มิใช่เพียงแต่ให้หยุดเหล้าเมื่อเข้าพรรษา จะให้ดีต้อง “หยุดเหล้าเข้าพรรษา หยุดด่าหยุดการโต้ตอบ อยู่ในกรอบของศีลธรรม” จึงจะเป็นสังคมที่ดีงาม และมีความสงบสุข ความสามัคคีก็จะเกิดขึ้น ประโยชน์ของความสามัคคีอย่างน้อยมี ๔ ประการ ก็เกิดตามมา คือ “สร้างสรรค์ความเจริญ เผชิญอุปสรรค หาญหักศัตรู อยู่กันด้วยความผาสุก” แต่สภาพของสังคมไทยวันนี้ คือ “ทุกข์ยาก มากปัญหา ขาดความสามัคคี เป็นหนี้สิน ทำมาหากินฝืด การเมืองถึงทางตัน ฟาดฟันกันย่อยยับ ผู้ใหญ่สับปลับ เด็กสับสน พระสงฆ์ไม่ดำรงตนให้เป็นที่ศรัทธา” ...แล้วยังจะกัดกันเอาอะไรอีกเล่า ท่ามกลางความสงบนิ่ง ที่ไม่นิ่งนัก เราต้องไม่ลืมว่า การเมืองมาจากความแตกแยก ใครกำส่วนแตกแยกไว้ชิ้นใหญ่สุด คนผู้นั้น หรือพรรคการเมืองนั้น ได้เป็นรัฐบาล บนความแตกแยกได้ “ประชาธิปไตย แบบไทยไทย สลายแหลก มีแต่ความ แตกแยก ไปทุกที่ แล้งน้ำใจ ไร้รัก สามัคคี ต่างฝ่ายบี้ บีฑากัน จนบรรลัย” ดังนั้น ทันทีที่ได้เข้าบริหารต้องประสานความสามัคคีโดยเร็วพลัน จึงบริหารบ้านเมืองนำพาชาติให้พ้นภัยวิกฤติเศรษฐกิจได้ "พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"