
ผอ.การท่าฯรู้จริงเปล่า
ตามที่หนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก" ฉบับวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ได้มีผู้ใช้นามว่า "ผู้โดยสาร" ร้องเรียนเรื่องกระเป๋าเดินทางถูกเปิดและห่วงซิปหักหลายอัน ซึ่งนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผอ.การท่าอากาศยาน ได้ออกมาชี้แจงข้อข้องใจของผู้โดยสารท่านนั้น แต่ดูเหมือนว่าท่าน
ในความเป็นจริงขั้นตอนการลำเลียงกระเป๋าไม่ใช่มีแค่นั้น มีหลายขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่สนามบินที่ดูแลระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง หากมีความไม่ปกติกับกระเป๋าเดินทางใบนั้น เช่น ถ้ามีสิ่งต้องสงสัยเมื่อผ่านเครื่องซีทีเอ็กซ์ กระเป๋าจะถูกส่งไปยังห้องตรวจสอบ ซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่เปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบ หรือถ้าหากมีข้อขัดข้องในการอ่านบาร์โค้ดและกระเป๋าวนอยู่ในระบบเกิน 3 รอบ จะต้องใช้เครื่องอ่านบาร์โค้ดที่ใช้มือถือ ก็ต้องเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของสนามบิน
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าท่าน ผอ.ชี้แจงไม่ละเอียดอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะที่บอกว่า "ทุกขั้นตอนจะอยู่ภายใต้การดูแลของสายการบิน กระเป๋าของผู้โดยสารจะไม่ผ่านมือเจ้าหน้าที่ของสนามบิน" แสดงให้เห็นว่าท่าน ผอ.ไม่ได้รู้จริงหรืออาจไม่รู้เลย แต่มีคนให้ข้อมูลเพื่อหาทางออกให้จะได้ไม่ต้องรับผิดชอบ
การลักทรัพย์สินในกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารมีหลายครั้งที่จับได้ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของสนามบิน แต่ก็ไม่เคยเป็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ มีแต่ข่าวลูกจ้างรายวันของสายการบินที่ถูกจับได้เท่านั้นที่เป็นข่าว
อย่างไรก็ตาม การชี้แจงนี้ไม่ได้ต้องการโต้ตอบเพียงแต่ต้องการให้เข้าใจในทุกๆ ขั้นตอนเท่านั้น เพราะความรับผิดชอบต้องตกอยู่กับสายการบินอยู่แล้ว การท่าอากาศยานเคยรับรู้อะไร ขนาดระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าขัดข้องทำให้กระเป๋าตกค้างยังไม่เคยรับผิดชอบอะไรเลย ทั้งๆ ที่เป็นผู้ดูแลระบบทุกขั้นตอน มีแต่สายการบินเท่านั้นที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านค่าชดเชยให้ผู้โดยสาร เนื่องจากได้รับกระเป๋าล่าช้า อีกทั้งชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของการให้บริการต้องเสียไป
บอกได้เลยว่า ไม่เคยมีใครรู้หรอกว่าแท้ที่จริงแล้วสายการบินต่างๆ เป็นเพียงผู้ใช้บริการเท่านั้น
ผู้แทนพนักงานสายการบิน



