ไลฟ์สไตล์

สระแก้วตื่นกาฬโรคปอดกทม.ไม่ห่วงมั่นใจไม่ระบาด

สระแก้วตื่นกาฬโรคปอดกทม.ไม่ห่วงมั่นใจไม่ระบาด

05 ส.ค. 2552

“ฮู”มั่นใจจีนคุมกาฬโรคปอดได้เชื่อไม่แพร่ระหว่างประเทศ ด่านศุลกากรเชียงแสน คุมเข้มการตรวจเรือสินค้าทุกลำที่มาจากจีน ป้องกันกาฬโรค ด้านสาธารณสุขจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อเนื่องบริเวณท่าเรือป้องกันโรคหลุดเข้ามาในไทย ชายแดนอรัญประเทศตื่นเชื้อกาฬโรคปอด “มาลิน

 (5ส.ค.) พญ.มัวรีน เบอร์มิ่งแฮม ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวถึงการระบาดของโรคกาฬโรคปอดในประเทศจีนว่า องค์การอนามัยโลกได้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคกาฬโรคปอดในจีน โดยมีการประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขของจีนอย่างใกล้ชิด  ซึ่งขณะนี้จีนได้ดำเนินการในการควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี และยังไม่มีระบาดออกไปยังนอกพื้นที่ที่ควบคุม ดังนั้นความเสี่ยงที่การแพร่ระบาดกระจายไปยังประเทศอื่นจึงเป็นไปได้ยาก ซึ่งกาฬโรคปอดแม้จะมีความรุนแรง แต่เป็นโรคที่มีการแพร่ระบาดยาก

จีนคุมเข้มเมืองที่กาฬโรคปอดระบาดคนเริ่มอพยพหนี

ทางการจีนยังคงคุมเข้มปิดเมืองจือเข่อตันที่มีประชากรราว 1 หมื่นคน ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยทิเบต เพื่อป้องกันการระบาดของโรคมรณะที่สามารถคร่าชีวิตผู้ที่ได้รับเชื้อในเวลาเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที  โดยตำรวจได้ตั้งจุดตรวจโดยรอบเมืองในรัศมี 28 กิโลเมตร  และสั่งห้ามรถโดยสารทุกคันวิ่ง นอกจากนี้ยังมีการวางกำลังตำรวจในบริเวณโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยอยู่ และมีตำรวจลาดตระเวณไปตามถนนในเมือง รวมทั้งมีคำสั่งให้บรรดาร้านรวง
ปิดร้าน ทำให้บรรยากาศในเมืองเป็นอย่างเงียบเหงาแทบไม่มีผู้คนสัญจรไปมา

มีรายงานด้วยว่ามีคนพยายามฝ่าด่านเจ้าหน้าที่ เพื่อหนีออกจากเมืองด้วยความตื่นกลัวว่าจะติดโรค โดยส่วนใหญ่เป็นคนจากมณฑลอื่นที่มาทำมาหากินอยู่ที่เมืองแห่งนี้  บางคนพยายามหลบหนีด้วยการเดินเท้าออกจากเขตกักกันโรคเมื่อค่ำวันจันทร์ หลังทราบข่าวว่ามีคนเสียชีวิตเพิ่มเป็นรายที่ 3 แต่ไม่ทราบว่าคนเหล่านี้สามารถผ่านด่านไปได้หรือไม่

ขณะที่สำนักงานสาธารณสุขในมณฑลชิงไห่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ระบุว่า ผู้ป่วยรายหนึ่งที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลด้วยอาการปอดติดเชื้ออย่างรุนแรง อาการโคม่าใกล้จะเสียชีวิตแล้ว ผู้ป่วยอีกรายหนึ่งก็อาการสาหัส ส่วนผู้ป่วยติดเชื้ออีก 7 คน อาการทรงตัว

คุมเข้มการตรวจเรือสินค้าทุกลำที่มาจากจีน ป้องกันกาฬโรค

 นายวินัย ฉินทองประเสริฐ นายด่านศุลกากรเชียงแสน จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากกรณีการระบาดของโรคกาฬโรคในเมืองจื่อเคอถาน มณฑลชิงไห่ อยู่ทางภาคตะวันตกของจีน ส่งผลทำให้ต้องเข้มงวดกับเรือที่นำเข้าสินค้าของจีนมากขึ้น ซึ่งจุดที่พบเชื้อในประเทศจีน ถือว่าอยู่ห่างไกลจากชายแดนเชียงแสนของไทยมาก ทำให้ไม่น่าจะเชื่อมต่อถึงกันได้ และไม่น่าจะเข้ามาในฝั่งไทยได้ง่าย

 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากท่าเรือเชียงแสน มีการค้ากับจีนตอนใต้ทางเรือ ในแม่น้ำโขงโดยตรงมาโดยตลอด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเฝ้าระวังและเข้มงวดมากขึ้น โดยหน่วยงานหลักที่เข้ามาตรวจสอบเรือสินค้าและผู้ที่มากับเรือทุกคน คือ สำนักงานสาธารณสุข ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำที่ด่านศุลกากรเชียงแสนแล้ว

 ทั้งนี้ ยอมรับว่าเชื้อโรคที่มากับหนู นั้นตรวจสอบค่อนข้างยากอยู่บ้าง เนื่องจากเรือสินค้ามีขนาดใหญ่ แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีเชื้อโรคเข้ามาได้ เพราะเรือไม่ได้เข้าเทียบฝั่งโดยตรงแต่อยู่ที่ท่าเรือ รวมทั้งสินค้าที่นำเข้าทางท่าเรือเชียงแสนส่วนใหญ่จะมีการบรรจุเป็นกล่องๆ ซึ่งหากมีหนูหรือสัตว์แทะซึ่งเป็นพาหะนำโรคกาฬโรคปอดก็จะมีร่องรอยการแทะกัดกล่องจนเป็นรู ทำให้เจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจสอบสินค้าสามารถพบเห็นได้ง่ายเพราะยังมีการใช้ขนด้วยแรงงานขึ้นจากเรือทีละกล่องจนหมดลำเรือทำให้สามารถสังเกตเห็นสินค้าได้ทุกกล่อง รวมทั้งมีการสุ่มตรวจสินค้าบางกลุ่มด้วยการเปิดออกดูด้วยหากมีหนูติดมาก็สามารถตรวจสอบได้แน่นอนไม่เหมือนท่าเรือทางทะเลที่เป็นคอนเทนเนอร์ใหญ่ซึ่งตรวจสอบได้ยากกว่า

 “เบื้องต้นทางจีนเอง ก็ได้กักตัวผู้ที่ป่วยและได้รับเชื้อไว้แล้ว อีกทั้งทางด่านเราก็ไม่ได้ทำการค้าขายกับเมืองจื่อเคอถาน จึงไม่น่าจะเป็นที่วิตกกังวลต่อผู้ประกอบการที่ค้าขายหรือขนส่งทางเรือจากจีน และโรคดังกล่าวจะไม่แพร่เชื้อจากคนสู่คน เหมือนไข้หวัด 2009 จึงอยากขอให้ประชาชนอย่าวิตกกังวลมากนัก เพราะทางด่านเราก็ได้เตรียมพร้อมและตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อปิดโอกาสการแพร่กระจายและการนำเข้าเชื้อโรคจากจีน เนื่องจากเชื้อโรคดังกล่าวสามารถเจริญเติบโตได้เร็ว จึงต้องมีการสกัดกั้นอย่างจริงจัง”นายวินัย กล่าว

ชายแดนอรัญประเทศตื่นเชื้อกาฬโรคปอด
 
 นายวิบูลย์ ศรีมั่นคงธรรม หัวหน้าด่านกักกันสัตว์จังหวัดสระแก้ว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว นำอุปกรณ์พ่นยาฆ่าเชื้อโรคยานพาหนะ มาติดตั้งบริเวณจุดตรวจฯหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เพื่อฉีดฆ่าเชื้อโรคที่อาจติดมากับรถเข็นของชาวกัมพูชา ที่เข็นรถเข็นเข้ามารับจ้างในตลาดโรงเกลือ วันละกว่า 2 ,000 คัน  โดยกรรมกรชาวกัมพูชาที่เข็นรถเข็นข้ามเข้ามาจากฝั่งกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา ต้องเข็นรถเข็นผ่านเครื่องพ่นยาฆ่าเชื้อโรคทุกคันเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคที่อาจติดมากับล้อรถเข็น  โดยเฉพาะโรคกาฬโรคปอด ซึ่งกำลังระบาดในประเทศจีน

 ส่วนทางด้าน สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เช้าวันนี้ พ.ต.อ.ศักดิ์รพี เพียวพนิช ผกก.สภ.อรัญประเทศ ได้เรียกระดมกำลัง  เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดสภ.อรัญประเทศ เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคต่างๆ  และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาติดต่อราชการ 

รองผู้ว่าฯกทม. ไม่ห่วงกาฬโรคปอดในจีนระบาดเข้ากทม.

 ที่ศาลาว่าการ กทม.  พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวถึงกรณีเกิดโรคระบาดกาฬโรคปอดในสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ในส่วนของ กทม.ยังจะเข้มข้นเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างเต็มที่ก่อน แต่จะครอบคลุมถึงโรคกาฬโรคปอดด้วย ส่วนที่กรมควบคุมโรคสั่งด่านควบคุมโรคทั่วประเทศดำเนินการไล่จับหนูเพื่อตรวจหาดัชนีหมัดของกรมควบคุมโรคนั้น ในส่วนของ กทม.คงไม่จำเป็นต้องจับหนูมาตรวจ เพราะกาฬโรคปอดหายไปจากประเทศไทย 45 ปีแล้ว อีกทั้งกาฬโรคปอดเป็นเชื้อแบคทีเรียจากหมัดหนู ซึ่งถึงแม้จะมีความรุนแรง แต่หมัดก็ไม่สามารปลิวง่ายเหมือนไวรัสเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ดังนั้นจึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง

 นางวันทนีย์ วัฒนะ รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กล่าวว่า จากสถิติของประชาชนที่ป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในพื้นที่กทม. ตั้งแต่วันที่28 เม.ย.-4 ส.ค. พบว่ามีผู้ป่วยทั้งหมด 3,607 ราย ยอดของผู้เสียชีวิตยังคงที่คือ 18 ราย ซึ่งหากพิจารณาจากตัวเลขดังกล่าวสามารถประเมินได้ว่าในพื้นที่กทม. อัตราของผู้ป่วยนั้นคงที่และมีแนวโน้มที่จะลดลง ทั้งนี้ทางคณะทำงานตรวจและติดตามผลการแพร่ระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่โดยตลอด ทั้งนี้ในการประชุมของคณะทำงานตรวจและติดตามผลฯ วันที่ 6 ส.ค.นี้ ที่มีพญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เป็นประธานจะได้มีการหารือถึงมาตรการป้องกัน และมีการปรับการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาดของโรค รวมไปถึงการระบาดของโรคกาฬโรค ที่มีแนวโน้มว่าจะแพร่เข้ามาในประเทศเร็วๆ นี้ด้วย

รองอธิบดีควบคุมโรคยืนยันป้องกันกาฬโรคปอดเข้าไทย

 ที่โรงแรมท็อปแลนด์พลาซ่า จ.พิษณุโลก นายแพทย์สมชัย นิจพานิช รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ได้เดินทางมาเป็นประธานในการประชุมวิชาการสาธารณสุขการป้องกันควบคุมโรคและส่งเสริมสุขภาพ ประจำปี 2552 “ สุขภาพดี...วิถีพอเพียง ” ขึ้นตามเป้าหมายของแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับ ที่ 10 คือการพัฒนาสุขภาพไทยไปสู่ระบบสุขภาพพอเพียงสอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ ที่สำคัญ ในการพัฒนาองค์ความรู้ความสามารถทางการแพทย์ เพื่อแก้ไขและสามารถรักษาต่อโรคต่างๆได้

 ในการประชุมครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งทางด้านวิชาการ รูปแบบในการปฏิบัติ และความร่วมมือในการดำเนินงานที่ดีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสื่อมวลชน 5 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สุโขทัยและตาก

 นายแพทย์สมชัย นิจพานิช รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงสถานการณ์โรคต่างในจังหวัดพิษณุโลกว่า ขณะนี้การเกิดโรคต่างๆในประเทศและต่างประเทศมากมายและส่งผลกระทบต่อประชาชนชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรคไข้หวัด 2009 นั้นขณะนี้พบผู้ป่วยเฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่ 2009 ในประเทศแล้ว 8,879 ราย และเสียชีวิตแล้ว 65 ราย ซึ่งถือว่าเป็นการระบาดของโรคที่ทางกระทรวงสาธารณสุข ต้องเร่งหามาตรการควบคุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการติดเชื้อจนเสียชีวิตไปมากกว่านี้

 ขณะนี้ ได้มีการกระจายยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ไป ตามโรงพยาบาล และคลินิกที่รักษาโรคทั่วไป ไม่รวมถึงคลินิกเฉพาะพร้อมทาง พร้อมทั้ง ได้กำชับให้สำนักงานสาธารณสุขทุกจังหวัด ประชุมทำความเข้าใจแนวทางการให้ยาต้านไวรัสกับคลินิกที่เข้าร่วมโครงการให้ชัดเจน ก่อนจะดำเนินการจ่ายยาให้สำรองที่คลินิกแห่งละ 50 เม็ด ซึ่งสามารถรักษาผู้ป่วยได้ 5 คน เพื่อให้ทุกแห่งปฏิบัติตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุขได้อย่างถูกต้อง และขณะนี้พบว่าคลินิกต่างๆ ยังไม่เข้าใจจึงไม่ค่อยเข้าร่วมโครงการดังกล่าวและจะขอศึกษารายละเอียดของข้อตกลงให้ชัดเจนก่อน

 สำหรับที่จังหวัดพิษณุโลก นั้น ทางสำนักงานสาธารณสุข ได้ประชุมคลินิกในจังหวัดพิษณุโลกแล้ว เพื่อสำรวจว่ามีคลินิกใดบ้างที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ ซึ่งล่าสุดนั้นมีคลินิกเข้าร่วมโครงการแล้ว 1 ราย และยังขอศึกษารายละเอียดก่อน อีก 16 แห่ง และจะแจ้งให้กับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก ทราบอีกครั้งก่อนวันศุกร์ นี้

 นายแพทย์สมชัย กล่าวอีกว่า  สำหรับโรคกาฬโรคปอด ที่กำลังระบาดในประเทศจีนขณะนี้ ทำให้ประเทศไทยต้องหามาตรการอย่างเข้มงวดอีกครั้ง เพื่อป้องกันโรคดังกล่าวเข้ามายังประเทศไทย โดยตามแนวชายแดนต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะเข้าไปตรวจสอบอย่างเคร่งครัด ทั้งตรวจพิสูจน์สัตว์ต่างๆ หากมีหมัด เห็บ มาก ก็จะมีการกำจัด ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรค และต้องตรวจสอบเรือขนส่งสินค้าจากประเทศจีนอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ป้องกันผู้ติดเชื้อเข้ามาในประเทศได้ ส่วนมาตรการการรักษานั้น ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมยาปฏิชีวนะ ที่สามารถรักษาโรคกาฬโรคปอดไว้แล้ว ซึ่งสามารถรองรับได้คนทั้งประเทศหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าวภายในประเทศจริง