
ครม.เห็นชอบประกาศทศวรรษแห่งการอ่านตั้งแต่ปี52-61
ครม.เห็นชอบประกาศทศวรรษแห่งการอ่านตั้งแต่ปี 2552-2561 พร้อมดันเรื่องรักการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ จัดกิจกรรมรณรงค์ตลอด ตั้งเป้าหมายภายในปี 2555 คนไทยต้องอ่านหนังสือเพิ่มขึ้นเป็นปีละ 10 เล่ม จากปัจจุบันแค่ 5 เล่ม พร้อมมีแหล่งการอ่านมีคุณภาพทั่วถึงทุกตำบล
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2552 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอประกาศให้ปี 2552 ถึง 2561 เป็นทศวรรษแห่งการอ่านของประเทศ พร้อมประกาศให้วันที่ 2 เม.ย.ของทุกปีซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นวันรักการอ่าน อีกทั้งกำหนดให้เรื่องการส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ โดยให้คณะกรรมการส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตซึ่งมีรมว.ศธ.เป็นประธาน เป็นหลักในการขับเคลื่อนเรื่องนี้
"การรณรงค์ส่งเสริมการอ่านครั้งใหญ่นี้ ต้องการให้คนไทยทุกวัยพัฒนาความสามารถในการอ่านและการรู้หนังสือ โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2555 ประชากรวัยแรงงานจะต้องรู้หนังสือในระดับใช้งานได้ในชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็น ร้อยละ 99 ขณะที่ประชากรไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปที่สามารถอ่านออกเขียนได้จะต้องเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 92.64 เป็น ร้อยละ 95 ค่าเฉลี่ยในการอ่านหนังสือของคนไทยต้องเพิ่มจากปีละ 5 เล่ม เป็น 10 เล่ม รวมทั้งต้องมีการพัฒนาและเพิ่มแหล่งการอ่านที่มีคุณภาพให้ทั่วถึงทุกตำบล/ชุมชน สร้างภาคีเครือข่ายการอ่านเพื่อปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน"รมว.ศธ. กล่าว
นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า คณะกรรมการส่งเสริมการอ่านฯที่มีรมว.ศธ.เป็นประธานนั้น จะเร่งประชุมในเร็ว ๆ นี้ เพื่อกำหนดกิจกรรม ยุทธศาสตร์สำหรับเพิ่มขีดความสามารถในการอ่านและสร้างนิสัยให้คนไทยทุกวัยอ่านหนังสือเพิ่มชึ้น รวมทั้งสร้างบรรยากาศ สิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริมการอ่านให้เกิดขึ้น โดยประกาศชัดเจนว่า ในแต่ละปีจะมีการจัดกิจกรรมใดบ้าง และจะพยายามดึงองค์กรอื่น ๆ มาร่วมเป็นกรรมการส่งเสริมการอ่านฯเพิ่มขึ้น



