
ชงสพฐ.ใช้โอเน็ตแทนการสอบปลายภาคเรียนแบบExit Exam
มณฑลเสนอ สพฐ.พิจารณาใช้โอเน็ต แทนการสอบปลายภาคเรียน ในลักษณะคล้ายกับ Exit Exam ชี้ข้อดีลดความเครียด เด็กต้องตั้งใจสอบ ส่งผลการสอบโอเน็ตของเด็กม.6 ทั่วประเทศสะท้อนความเป็นจริง ด้านอาจารย์จุฬาฯหนุนแนวคิด เหตุข้อสอบโอเน็ตพัฒนาอยู่ในระดับน่าเชื่อถือได้มาตรฐ
เมื่อวันที่ 5 ส.ค.2552 รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาแอดมิชชั่นส์ฟอรั่ม ปี 2553 ของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการปรับรายละเอียดองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ ประจำปี 2554-2555 ซึ่งเป็นการปรับเล็ก ว่า คณะวิชาและกลุ่มวิชา ของมหาวิทยาลัยต่างๆ ส่งข้อเสนอการปรับรายละเอียดองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์เข้ามาหมดแล้ว ยกเว้นกลุ่มคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่บอกว่าจะส่งมาภายในวันที่ 7ส.ค. จะประชุมคณะทำงานแอดมิชชั่นส์ฟอรั่มฯ วันที่ 10 ส.ค.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสรุปข้อเสนอแนะดังกล่าวทั้งหมด รวมถึงประมวลความเห็นและข้อเสนอจากที่ประชุมทปอ.วิชาการ เพื่อนำเสนอทปอ. วันที่ 22 สิงหาคมด้วย พร้อมกันนั้นจะส่งข้อเสนอการปรับองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ ให้สภาวิชาชีพ สภาวิชาชีพ กลุ่มวิชา คณะวิชาต่างๆ ให้ความเห็นด้วย จากนั้นจึงจะนำมาปรับและนำขึ้นเว็บไซต์เพื่อสอบถามความเห็นจากสาธารณชนประมาณ 1 เดือน แล้วจึงนำมาสรุปประมวลผลและเสนอทปอ.อีกครั้ง
รศ.ดร.มณฑล กล่าวอีกว่า จากที่นักเรียนม.6 ต้องสอบปลายภาคเรียนและแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ในเดือนก.พ.และสอบ GAT และ PAT ในเดือนมี.ค. ดังนั้น เพื่อให้เด็กเครียดและกดดันน้อยลงจากการที่ต้องสอบข้อสอบหลายประเภทในเวลาที่ไล่ๆ กันทั้งข้อสอบปลายภาค โอเน็ต GATและPAT จึงขอเสนอแนะให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) พิจารณาให้นำข้อสอบโอเน็ต มาใช้แทนการสอบปลายภาคเรียน ในลักษณะคล้ายกับ Exit Exam โดยนักเรียนจะมีคะแนนเก็บ 80-90% อยู่แล้ว ส่วนที่เหลือก็ใช้ผลสอบโอเน็ตมาตัดเกรด ซึ่งช่วงแรกของการนำร่อง อาจเริ่มต้นที่ 10-20% ตามความพร้อมของโรงเรียน และอนาคตเมื่อมีความพร้อมมากขึ้นก็ค่อยขยับขึ้นไปจนถึง 50% ซึ่งอยากเสนอให้เริ่มนำร่องตั้งแต่ปี 2553
"การใช้โอเน็ตแทนการสอบไล่ นอกจากจะลดความเครียดของเด็กจากการต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบปลายภาคและสอบโอเน็ตในจังหวะไล่ๆ กันแล้ว ยังจะทำให้ผลสอบโอเน็ตของเด็กม.6 ทั่วประเทศสะท้อนความเป็นจริง เพราะเด็กต้องตั้งใจสอบเนื่องจากผลสอบนำมาใช้ในการตัดเกรดเพื่อจบม.6 ขณะที่ในอดีต เด็กม.6 บางคนที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยในระบบรับตรงได้แล้ว ก็จะไม่ตั้งใจทำข้อสอบโอเน็ตแล้ว เพราะเห็นว่าไม่มีผลต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีก แต่เข้าสอบโอเน็ตตามที่โรงเรียนสั่งเท่านั้น ผลสอบโอเน็ตจึงไม่สะท้อนความเป็นจริง" รศ.ดร.มณฑล กล่าว
รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อสอบโอเน็ตพัฒนามาจนถึงระดับที่มีความน่าเชื่อถือเรื่องมาตรฐานได้แล้ว ซึ่งคิดว่าหากโรงเรียนยอมใช้การสอบโอเน็ตแทนการสอบไล่ม.6 ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องมาตรฐานข้อสอบ อีกทั้งยังลดความกดดันให้เด็ก ไม่ต้องสอบหลายที่ และจะได้ตั้งใจสอบเพียงที่เดียวครั้งเดียว และการสอบโอเน็ตแทนสอบไล่ม.6 จะทำให้แก้ปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมของคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรหรือ GPAX หรือเรื่องโรงเรียนกดเกรด ปล่อยเกรด เพราะใช้ข้อสอบที่ได้มาตรฐานเดียวกัน เป็นทางแก้ปัญหา เชื่อว่าทุกฝ่ายน่าจะรับได้



