
เปิดใจ'บอร์ดนก'อดีตกรรมการ สกสค.หลังปฏิรูปการศึกษาม.44
เปิดใจ'บอร์ดนก'อดีตกรรมการ สกสค.หลังปฏิรูปการศึกษาม.44 : กมลทิพย์ ใบเงินรายงาน
เย็นวันนั้นผู้เขียนฝ่าจราจรเมืองหลวงที่คับคั่ง เพื่อมีนัดสัมภาษณ์กับ “บอร์ดนก” นางปิยธิดา พลน้ำเที่ยง อดีตกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่เดอะพรอเมอนาด ย่านถนนรามอินทรา กรุงเทพฯ เธอปรากฏตัวในชุดสีแดงเพลิงขับผิวขาวเนียน แววตาแฝงด้วยความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ฉาบด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าอยู่เสมอ ด้วยบุคลิกและเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเธอ ทำให้เรานึกย้อนถึงอดีตที่ได้สัมภาษณ์เธอเมื่อครั้งได้รับเลือกตั้งจากเพื่อนครูเอกชนกว่า 1.4 แสนคนทั่วประเทศ ที่พร้อมใจ “เลือกเธอ” เข้ามาเป็นตัวแทนของครูเอกชน ด้วยหวังว่าเธอจะเป็นปากเป็นเสียง ผดุงสิทธิประโยชน์ของเพื่อนครูเอกชนโดยแท้จริง
“สวัสดีค่ะพี่ สบายดีนะคะ นกสบายดีค่ะ” เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยอำนาจของสาวอีสานคนนี้ ทำให้เราอดอมยิ้มไม่ได้ “ตามจริงชีวิตนกก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากมายนะพี่ คนอื่นๆ เขามีอะไรที่มีความสามารถและทำประโยชน์เพื่อสังคมมากกว่านกเยอะแยะเลย" เธอเคยบ่ายเบี่ยงเมื่อเราขอให้เธอออกมาพูดอะไรๆ บ้าง หลังจากบอร์ด สกสค.และฝ่ายบริหารถูกมาตรา 44 ให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่
“จำได้ค่ะพี่ว่าวันนั้นเป็นวันศุกร์ที่ 17 เมษายน 2558 นกและพี่ๆ ที่เป็นบอร์ดผู้แทนครูด้วยกันเข้ามาประชุมและปรึกษาหารือถึงโครงการต่างๆ ที่จะทำเพื่อสมาชิกและเพื่อนครู ยังได้ถ่ายรูปร่วมกันทั้งฝ่ายบริหารและ
ฝ่ายคณะกรรมการ สกสค. ก็ไม่เคยคาดคิดค่ะว่าจะเป็นภาพสุดท้าย เสร็จภารกิจต่างก็แยกย้ายกลับบ้าน บังเอิญนกและบอร์ดพี่ๆ ทางอีสาน อาทิ พี่ประวิทย์ บึงไสย์ พี่วาสนา ไชยศึก พี่วัฒนา ไตรยราช (คนหลังเป็นบอร์ดผู้แทนครูคุรุสภา) นั่งเครื่องบินกลับบ้านไฟลท์เดียวกัน
ยังได้พูดคุยกันว่า ทำไมข่าว สกสค. และข่าวของคุรุสภา ดังมาก มีกระแสข่าวออกมาเยอะแยะมากมาย บางเรื่องได้มีข้อยุติไปแล้ว ยังคิดกันว่า น่าจะให้ฝ่ายบริหารของ สกสค.และคุรุสภา ออกมาชี้แจงแถลงข่าวในส่วนไหนบ้าง ที่ข้อมูลอาจจะเกิดการเข้าใจผิดหรือคลางแคลงใจจากเพื่อนครูและสังคม แต่ก็ได้แต่คิดค่ะพี่ พอลงเครื่องมาเท่านั้นแหละ โทรศัพท์ของบอร์ดสกสค.และบอร์ดคุรุสภาไม่มีว่างเว้น (เธอหัวเราะลั่น) ทุกคนต่างได้รับการส่งข่าว/ส่งไลน์ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 7/2558 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และคณะกรรมการบริหารงานองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา มาให้นก
ถามว่าตกใจมั้ย ก็คงต้องตอบว่า ตกใจค่ะ เพราะถือว่าเป็นคำสั่งฉบับแรกๆ ของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แต่เมื่ออ่านถึงสาเหตุที่มีคำสั่งว่าเป็นการปฏิรูปการศึกษาและบริหารราชการกระทรวงศึกษาฯ ให้มีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่เป็นการทุจริต
“นก” และบอร์ด สกสค.ทุกท่านเคารพในการเปลี่ยนแปลงของ ศธ. ยังแซวกันเองในหมู่พวกว่า "การโดนปลดกลางอากาศเป็นแบบนี้นี่เอง” (เธอยิ้มน้อยๆ) และสิ่งที่นกจะต้องทำต่อไปหลังจากทราบเรื่องก็คือ จะทำอย่างไรให้ครอบครัวและสังคมเล็กๆ ของนก เข้าใจ ไม่ตกใจ ไม่กังวลใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะนกเองช่วงลงเลือกตั้งเป็นผู้แทนครู เมื่อปี 2555
“ไม่คิดว่าเพื่อนครูเอกชนจะให้โอกาสผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีอายุและมีประสบการณ์ไม่ได้มากมายเลย การที่ผู้หญิงคนหนึ่ง อายุขณะนั้น 37 ปี มีเวลาลงพื้นที่แค่ 10 เดือน ก็อาจหาญลงแข่งขันเลือกตั้ง โดยบอกทุกคนว่า นกขอโอกาสจากพี่น้องเอกชนทำงานโดยให้คำมั่นสัญญาว่า พี่น้องเอกชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น บอกตรงๆ ว่า ไม่คาดคิดว่าจะได้รับการเลือกตั้งมาเป็นตัวแทนพี่น้องเพื่อนครูเอกชนค่ะ"
จากวันที่ 17 สิงหาคม 2555-17 เมษายน 2558 ระยะเวลา 2 ปี 8 เดือน นกพยายามพิสูจน์ให้เพื่อนครูได้เห็นว่า “ไม่มีคำว่าเด็กเกินไปที่จะประสบผลสำเร็จ และไม่มีคำว่าแก่เกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่” นกขอบพระคุณในโอกาสที่นกได้รับและตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ นกถือว่า “นกทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ในการผดุงสิทธิประโยชน์และดูแลคุณภาพชีวิตครู"
ผลงานที่ “นก” ภาคภูมิใจ ช่วงก่อนการหยุดการปฏิบัติหน้าที่เพียง 2 เดือนก็คือ การลงนามสัญญาระหว่างธนาคารอาคารสงเคราะห์กับสถานศึกษาเอกชน เพื่อให้ครูเอกชนมีที่อยู่อาศัยในอัตราดอกเบี้ยต่ำ นำร่องโดยสถานศึกษาเอกชนภาคอีสาน จำนวน 20 จังหวัด 242 โรงเรียน ครูเข้าร่วมโครงการ 675 คน จำนวนเงิน 1,900 กว่าล้านบาท ซึ่งต้องขอขอบพระคุณผู้ใหญ่ใจดี “คุณดนัย แสงศรีจันทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ “คุณรัศมี ชาคริตานนท์” ผู้จัดการเขตธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานเขต 3 นครราชสีมา และคณะผู้บริหารของธนาคารอาคารสงเคราะห์ ที่ได้เห็นความสาคัญและความเดือดร้อนของเพื่อนครูเอกชนในสิทธิสวัสดิการต่างๆ ที่เพื่อนครูไม่เคยได้รับทราบ
ขอกราบขอบพระคุณท่านอดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ดร.บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร, ดร.พีรศักดิ์ รัตนะ รองเลขาธิการ กช. คุณบำรุง แก้วจันดี คุณมาโนช จุลสุคนธ์ และ ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล ซึ่งต่างร่วมแรงร่วมใจเป็นพลังในการขับเคลื่อนให้ครูเอกชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าไม่มีท่านเหล่านี้ ลำพังบอร์ด สกสค. ผู้หญิงตัวเล็กๆคงไม่สามารถทำให้โครงการต่างๆ ประสบผลสำเร็จได้อย่างที่ใจหวัง (เธอหัวเราะร่วน)
กราบขอบพระคุณครอบครัวและสังคมเล็กๆ ของนก โดยเฉพาะเพื่อนครูชาวการศึกษาจังหวัดสกลนครบ้านเกิด ที่ให้กำลังใจเสมอว่า “ยังเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของบอร์ดนกเสมอ” ขอขอบพระคุณในทุกๆ กำลังใจที่มอบให้ค่ะ
ก่อนจะจบการสนทนา ผู้เขียนขอให้เธอพูดถึงผลที่ตามมาหลังจาก มาตรา 44 (เธอนิ่งไปสักพัก) “อืม ว่าอย่างไรดีล่ะพี่ อย่างที่บอกแต่ต้นว่า นกและคณะบอร์ดผู้แทนครู รวมไปถึงฝ่ายบริหาร ไม่ว่าจะเป็นคุรุสภาหรือสกสค. พวกเราต่างเคารพในการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ แต่หลังจากนั้นอีก 1 วัน ตั้งแต่ 18 เมษายน 2558 ก็เริ่มมีข่าวเผยแพร่ รวมไปถึงกระแสโจมตีผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางไลน์หรือว่านกและคณะบอร์ดกองทุนส่งเสริมความมั่นคงฯ และฝ่ายบริหารของสกสค. โดนกองปราบฯ ออกหมายจับ ซึ่งข่าวดังกล่าวไม่ทราบว่าเกิดจากใคร หรือกลุ่มไหนเป็นคนที่ทำ ทำเพื่ออะไร มีวัตถุประสงค์ใด นำข่าวไม่ใช่ความจริง ออกมาส่งต่อกันไปทั่ว ซึ่งบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเหล่านั้น เขาคงไม่ทราบว่าเขาได้ทำร้าย ทำลาย ไม่เพียงแต่เฉพาะนกและองค์กร สกสค.เท่านั้น ยังได้ทำร้าย ทำลาย ครอบครัวและสังคมของทุกๆ คนที่มีชื่อปรากฏในไลน์ด้วย
"เวลาผ่านมา 1 ปี 2 เดือน นกและคณะที่มีชื่อก็ยังไม่มีใครถูกกองปราบฯ ออกหมายจับแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ได้จับไปแล้วก็คือ ความน่าเชื่อถือ ความเชื่อมั่น ความศรัทธา จากสังคมและบุคคลต่างๆ คงไม่เฉพาะในแวดวงการศึกษาเท่านั้น หมายถึงแวดวงอื่นๆ ที่เขาเคยศรัทธาเรา"
ถ้าพูดถึงตัวนกเอง นกแคร์ที่สุดก็คือครอบครัว เพราะไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของพ่อบ้าน ที่ดำเนินธุรกิจเป็นดีลเลอร์บริษัทสยามคูโบต้า ที่ จ.อุดรธานี และธุรกิจอีกหลายพี้นที่ในแถบภาคอีสานตอนบน รวมไปถึงธุรกิจทางการศึกษาเอกชนของทางบ้านนกเองคือ กลุ่มวิทยาลัยในเครือ N-TECH INTER GROUP ซึ่งเป็นวิทยาลัยระดับอาชีวศึกษาอีกหลายแห่งในแถบลุ่มน้ำโขง
“จนถึงทุกวันนี้ ถือว่าเป็นความเจ็บปวดที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ และโทษตัวเองเสมอว่า เราทำให้ครอบครัวเดือดร้อน (พูดถึงตรงนี้เราแอบเห็นน้ำตาของผู้หญิงแกร่งและเก่งคนนี้) นกเคารพในการตัดสินของกฎหมายคือศาลสถิตยุติธรรม คงต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ความจริงต่างๆ”
นกอยากจะขอให้พี่น้องเพื่อนครูทั่วประเทศให้โอกาส ให้เวลา แก่องค์กรวิชาชีพครู ไม่ว่าจะเป็นคุรุสภา หรือ สกสค. ที่สร้างมาจากเลือดเนื้อและวิญญาณของบรรพบุรุษของครู สิ่งไหนที่ดีและเป็นประโยชน์ผดุงในเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูก็อยากจะให้ทุกคนช่วยกันรักษาเอาไว้ เพราะในการทำงานของคณะกรรมการคุรุสภา และคณะกรรมการ สกสค. ถือเป็นองค์คณะ มีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และจะลงมติทุกครั้งในการอนุมัติโครงการ หรืองบประมาณต่างๆ ไม่มีบอร์ดชุดไหนที่จะกระทำการฝ่าฝืนระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ เพื่อประโยชน์ตนเองได้ ยิ่งนกมาจากการเลือกตั้ง จากความไว้วางใจของเพื่อนครู นกยิ่งต้องระมัดระวังตัวในการทำงาน เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ เราต้องคำนึงและรักษาวิชาชีพของเราคือ วิชาชีพที่มีเกียรติและวิชาชีพที่ทุกคนยกย่องคือ “ครู” ค่ะ



