ไลฟ์สไตล์

เผย 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติสกอ.ยันไม่ปรับเกณฑ์คัดเลือกใหม่

เผย 9 มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติสกอ.ยันไม่ปรับเกณฑ์คัดเลือกใหม่

05 ส.ค. 2552

สกอ.เผยรายชื่อ 9 ม.วิจัยแห่งชาติ ยันไม่ปรับเกณฑ์คัดเลือก แจงมหาวิทยาลัยด้านเทคโนโลยีอยู่กลุ่มเฉพาะทางได้รับงบเหมือนกัน ชี้อยากเข้า ม.วิจัย ต้องเร่งพัฒนาให้มีคุณสมบัติตรงตามที่ สกอ.กำหนด ด้าน สจล.เสนอจัดเกณฑ์ใหม่ แบ่งตามคณะเพื่อความเท่าเทียมกัน

 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2552 ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า กรณีที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เรียกร้องขอให้ปรับเกณฑ์มหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ เนื่องจาก 2 มหาวิทยาลัยมีความพร้อม ยกเว้นเรื่องจำนวนอาจารย์จบปริญญาเอกไม่ถึง 40% ซึ่งเรื่องนี้ไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากกลุ่มของมหาวิทยาลัยทางด้านเทคโนโลยีทั้งหมดอยู่ในกลุ่มที่ 2 คือ มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง หรือมหาวิทยาลัยสมบูรณ์แบบ ที่ต้องมุ่งตอบสนองการพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตระดับประเทศ ซึ่งมีงบประมาณในการพัฒนาทุกๆ ด้าน เช่น เดียวกับมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ

 “มหาวิทยาลัยที่สนใจจะยกระดับเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย ต้องพัฒนาตนเองทั้งด้านบุคลากร งานวิจัยให้ตรงตามเกณฑ์การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ หากขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่ง ไว้ปีหน้ามีความพร้อมค่อยเข้าก็ได้ เพราะ สกอ.จะคัดเลือกมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติทุกปี และในปีนี้มี 9 มหาวิทยาลัยที่ผ่านเกณฑ์จากเป้าหมาย 15 มหาวิทยาลัย ได้แก่ 1.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 2.ม.ธรรมศาสตร์ 3.ม.เกษตรศาสตร์ 4.ม.มหิดล 5.ม.พระจอมเกล้าธนบุรี 6.ม.สุรนารี 7.ม.เชียงใหม่ 8.ม.ขอนแก่น และ 9.ม.สงขลานครินทร์ ซึ่ง สกอ.จะนำเสนอคณะกรรมการอำนวยการคัดเลือก โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาต่อไป" ดร.สุเมธ กล่าว

   รศ.ดร.กิตติ ตีรเศรษฐ อธิการบดี สจล. กล่าวว่า สจล.อยู่กลุ่มมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง แต่งบประมาณในการทำงานวิจัยเหมือนที่มหาวิทยาลัยวิจัยจะได้รับนั้น สจล.จะไม่ได้รับ ทั้งๆ งานวิจัยถือเป็นการพัฒนานวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา อีกทั้งการกำหนดเกณฑ์ไม่เปิดกว้าง ทั้งที่มหาวิทยาลัยไทยมีความหลากหลาย จึงอยากให้ สกอ.ทบทวนเกณฑ์ในการพิจารณามหาวิทยาลัยวิจัยใหม่ อาจแบ่งเป็นคณะวิจัยที่มีเกณฑ์ตรงตามที่ สกอ.กำหนด เพื่อความเท่าเทียมกัน ไม่เช่นนั้นอนาคตมหาวิทยาลัยที่โตอยู่แล้วจะยิ่งโตมากขึ้น ส่วนมหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชมงคล คงเล็กลงเรื่อยๆ เพราะไม่มีงบวิจัยต่อยอดองค์ความรู้