
หาม"หมู"ธีรภัทร์ดารานำสามชุกส่งรพ.ตรวจหวัด
หาม "หมู"ธีรภัทร์ ดารานำ สามชุก ส่ง รพ.ตรวจหวัด 2009 เรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อมป้องกันไข้หวัด 2009 เต็มที่ติดตั้งเครื่องสแกนไข้ก่อนญาติเยี่ยมผู้ต้องขัง อธิบดีกรมราชทัณฑ์สั่งตรวจเข้มป้องกันหวัดระบาดทั่วคุก
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 ส.ค. นายธรรศกร แย้มศรี อายุ 40 ปี พานายธีรภัทร์ หรือหมู แย้มศรี อายุ 17 ปี นักเรียน ร.ร.กรรณสูตศึกษาลัย ดารานำภาพยนตร์เรื่อง สามชุก ลูกชาย ส่ง รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช จ.สุพรรณบุรี เพื่อให้แพทย์ตรวจ เนื่องจากหมู มีอาการปวดศรีษะ มีไข้ และไอ เกรงว่าจะเป็นไข้หวัด 2009
นพ.ชัชรินทร์ ปิ่นสุวรรณ ผอ.รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช เปิดเผยว่า แพทย์สามารถวัดไข้น้องหมูได้ 38 องศา ถือว่ามีไข้เล็กน้อย แต่อาการทั่วไปปกติ เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา เบื้องต้นจึงรักษาตามอาการ และสามารถให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม หากภายใน 1-3 วันอาการยังไม่ดีขึ้นให้รีบมาพบแพทย์ทันที
ด้านน้องหมู กล่าวว่า มีอาการไอ เจ็บคอ มา 2 วัน แต่ไม่ได้ไปหาหมอเนื่องจากติดสอบ แต่วันนี้มีอาการไม่ค่อยดี จึงให้พ่อพาไปหาหมอแต่ก็โล่งใจ ที่หมอบอกว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา น้องหมู กล่าว
สำหรับหมู ธีรภัทร์ เป็นดารานำในภาพยนตร์เรื่องสามชุก ซึ่งเป็นเรื่องแรกของเขา รับบทเป็น “วาล” เด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายที่ตกอยู่ในวังวนของยาบ้า เพราะต้องการทำงานพิเศษได้ทั้งวันทั้งคืนโดยไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระหนี้สินของแม่ แต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้ต้องถลำลึกเข้าไปในวังวนของการเสพยาบ้าที่เพิ่มมากขึ้นทุกที ซึ่งเป็นผลงานการกำกับของ ปื๊ด – ธนิตย์ จิตนุกุล ผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของวงการภาพยนตร์ไทย ที่สั่งสมประสบการณ์ทำงานมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 24 ปี โดยมีรางวัลต่างๆ การันตีคุณภาพ ปีนี้เขากลับมากำกับผลงานคุณภาพเรื่องล่าสุด “สามชุก” ซี่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรีที่มียาเสพติดเข้าไประบาดอย่างหนัก นอกจากเป็นอันตรายต่อผู้เสพแล้ว ยังทำให้เยาวชนอันเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของชาติที่นั่นตกอยู่ภายใต้ภัยอันร้ายแรงอีกด้วย เนื้อหาจึงมุ่งต่อต้านยาเสพติดที่กำลังระบาดหนักไปทั่วทุกท้องที่และทั่วภูมิภาคของประเทศไทย
พบผู้ต้องขังในเรือนจำกรุงเก่าป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบยัง รพ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ส.ค. หลังจากทราบว่า มีผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 และเดินทางมารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งแพทย์ได้รับตัวไว้ดูแลตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 กค ที่ผ่านมา ที่ห้องแยกผู้ป่วยพิเศษ ของโรงพยาบาล โดยพบว่าผู้ต้องขังมีอาการเหนื่อย หอบ ปอดบวม และมีไข้สูง จึงต้องให้อยู่ในความดูแลของแพทย์
นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องขังดังกล่าวยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับเบาหวาน และความดันโลหิต และไตวายเรื้อรัง ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงสูงในการติดเชื้อ ในด้านการรักษา นพ.วีรพล ธีระพันธ์เจริญ ผ.อ.โรงพยาบาลเปิดเผยว่าอาการด้านปอดและการหายใจดีขึ้น แต่ยังต้องดูเรื่องไตที่น่าเป็นห่วง และที่ปอดยังมีปริมาณน้ำมากอยู่ เป็นผลมาจากไต ทางโรงพยาบาลยังเป็นห่วงเรื่องโอกาสที่จะแพร่เชื้อมีมาก เนื่องจากโรงนอนมีปริมาณผู้ต้องขังที่อยู่รวมกันจำนวนมาก จึงมีโอกาสติดต่อได้มาก
ทางด้านเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายธนัช หริการบัญชร ผู้บัญชาการเรือนจำได้ให้ความสนใจการป้องกันไข้หวัด 2009 โดยมีการจัดเตรียมอ่างและน้ำยาสำหรับล้างมือเอาไว้ให้ญาติก่อนเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง พร้อมทั้งแจกแผ่นพับคำแนะนำการป้องกัน ที่สำคัญได้มีการติดตั้งเครื่องตรวจจับความร้อนหรือเครื่องเทอร์โมสแกน เพื่อตรวจญาติผู้ขังในห้องเยี่ยม ซึ่งหากว่าพบว่ามีความร้อนสูงก็จะไมได้รับอนุญาติให้เยี่ยม รวมทั้งมีการฆ่าเชื้อโทรศัพท์ที่ใช้พูดคุยกันในห้องเยี่ยมทุกวัน สำหรับผู้ต้องขังใหม่ เมื่อมาถึงเรือนจำก็จะมีการตรวจวัดไข้ หากพบก็จะมีการคัดแยกในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและพยาบาลมาคอยตรวจอย่างเข้มงวด ส่วนรายที่ติดเชื้อนั้น เชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอและติดจากญาติที่มาเยี่ยมนั่นเอง
เรือนจำสั่งตรวจเข้มป้องกันหวัด2009ระบาดทั่วคุก
นายนัทธี จิตสว่าง อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวภายหลังมีรายงานพบผู้ต้องขังป่วยเข้าข่ายสงสัยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในเรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา ว่า ผู้บัญชาการเรือนจำกลาง พระนครศรีอยุธยา รายงานว่า ผู้ต้องขังชายอายุประมาณ 50 ปี ป่วยเป็นหวัด มีไข้สูง 2-3 วัน มีอาการไอ จาม ด้วยระบบการคัดกรองตามมาตรการเฝ้าระวัง จึงแยกตัวผู้ป่วยออกจากผู้ต้องขังรายอื่น เมื่อแพทย์ในเรือนจำวินิจฉัยเห็นว่า มีอาการเข้าข่ายป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 จึงให้ยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์ทันที
ทั้งนี้ จากการสอบถามเบื้องต้น คาดว่า ผู้ต้องขังรายดังกล่าวติดเชื้อจากเจ้าหน้าที่ผู้คุม ที่เข้าไปปฏิบัติงานในเรือนจำ ขณะนี้ส่งตัวไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังให้ทางเรือนจำ ทำความสะอาดภายในเรือนจำ ส่วนผู้ต้องขังอื่น ๆ ให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบผู้ต้องขังรายอื่นแสดงอาการ
นายนัทธี กล่าวว่า เมื่อพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อรายแรกในเรือนจำ ได้สั่งกำชับไปยังทุกเรือนจำเพิ่มความระมัดระวังและป้องกันการแพร่ระบาดมากขึ้น โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้คุมทุกคนผ่านการวัดอุณหภูมิร่างกายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ส่วนระบบคัดกรองผู้ต้องขังป่วย ที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้เชื่อมั่นว่าได้ผลดี เพราะสามารถตรวจพบผู้ต้องขังป่วยด้วยระบบคัดกรองนี้ ให้ดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไป



