
รมว.สธ.ระบุปรับรูปแบบทำงานยาเสพติดอาจให้ผลดีขึ้น
รมว.สธ.ระบุปรับรูปแบบทำงานยาเสพติด อาจเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น เผยปี58 นำผู้ติดยาเข้ารับการบำบัดในโรงพยาบาลกว่า 2 แสนคน
ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกรณีพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติด รวมทั้งเตรียมหารือกับกระทรวงสาธารณสุข ศาล อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางที่เป็นไปได้ในการยกเลิกเมทแอมเฟตามีนจากบัญชียาเสพติดนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้บูรณาการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง ด้วยนโยบายสำคัญ 3 ด้าน คือ ปราบปราม ป้องกัน และบำบัด ในประเด็นที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับยาบ้านั้น น่าจะเป็นความพยายามที่จะลดจำนวนผู้ติดยาเสพติด ด้วยการเข้าไปช่วยผู้ติดยาเสพติดนำเข้าสู่ระบบบำบัด เช่นเดียวกับที่มีการดำเนินการในหลายประเทศ
“ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง การแก้ไขปัญหาก็ทำได้ในระดับหนึ่ง แต่หากมีการปรับการทำงาน ไปช่วยให้ผู้ป่วยมารักษา มาดูแลกันมากกว่าที่จะเป็นอาชญากร อันนี้คือเพื่อลด ไม่ใช่เพื่อเพิ่ม ก็น่าจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ต้องติดตามดูกันต่อไป ทุกอย่างต้องเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ ทั้งนี้ สธ. มีระบบรองรับผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดอยู่แล้ว โดยมีโรงพยาบาลรองรับจำนวน 800 กว่าแห่ง ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เพื่อลดจำนวนผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติดให้ได้มากที่สุด”ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกลกล่าว
สำหรับผลการดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติด สธ.ได้บูรณาการการทำงานในเรื่องการบำบัดรักษา โดยนำผู้เสพ/ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดในระบบสมัครใจ ระบบบังคับบำบัดและระบบต้องโทษ โดยในปีงบประมาณ 2558 ได้รับกำหนดให้มีการนำผู้เสพผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดจำนวน 220,000 คน แบ่งเป็นระบบสมัครใจ จำนวน 69,700 คน ค่ายบำบัด 55,300 คน บังคับบำบัด 77,500 คน และต้องโทษ 17,500 คน



