
40 ปีขึ้นไป...เริ่มวัยทอง
"วัยทอง" เป็นวัยหนึ่งของชีวิต วัยทองรังไข่สร้างฮอร์โมนเอกมาทำให้สร้างฮอร์โมนออกมาน้อยลง บางท่านอาจจะมีประจำเดือนน้อยลง บางท่านจะมีประจำเดือนห่างออกไปจนถึงหมดประจำเดือนไปเลย ฮอร์โมนนี้จะช่วยในการมีประจำเดือน การตั้งครรภ์ ความแข็งแรงของกระดูก ลดระดับคอเลสเต
วัยทองจะเริ่มในหญิงอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป สามารถเกิดวัยทองได้โดยเฉลี่ยคืออายุ 50 ปี ผู้ที่สูบบุหรี่จะเกิดวัยทองได้เร็วกว่าผู้ไม่สูบบุหรี่ ผู้ที่ตัดรังไข่ก็สามารถเกิดวัยทองได้ทันทีหลังตัดรังไข่
การปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่วัยทอง ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ลดไขมัน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์ ใช้สารหล่อลื่นก่อนร่วมเพศ และตรวจมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกทุกปี
อาการเตือนของวัยทอง
1.ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ เช่น มาเร็ว มาช้า มามาก มาน้อย
2.ร้อนวูบวาบตามตัว ผู้ป่วยมีร้อนโดยเฉพาะส่วนบนของร่างกาย แก้ม คอ หลังจะแดง หลังจากนั้นจะตามด้วยเหงื่อออกและหนาวสั่นในเวลากลางคืน อาการนี้จะเป็นนาน 1-5 นาที
3.ปัญหาเกี่ยวกับช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะเนื่องจากระดับเอสโตรเจนลดลง ทำให้เยื่อบุช่องคลอดแห้งและบางลง ผู้ป่วยจะมีอาการแสบร้อนในช่องคลอดปวดขณะร่วมเพศ และมีการติดเชื้อในช่องคลอดบ่อยขึ้น นอกจากนั้นยังมีเรื่องกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะเล็ด เวลาจามหรือไอ
4.มีปัญหาเรื่องการนอน นอนหลับยาก ตื่นเร็ว อาจจะตื่นกลางคืนและเหงื่อออกมาก ผู้ป่วยจะบ่นเรื่องเหนื่อย
5.มีอารมณ์ผันผวนโกรธง่าย ไม่ค่อยมีสมาธิ
6.การเปลี่ยนแปลงทางรูปร่าง เอวจะเริ่มหายไป มันที่เคยเกาะบริเวณขาจะเปลี่ยนไป เกาะบริเวณเอวกล้ามเนื้อลดลง มีไขมันเพิ่ม ผิดหนังเริ่มเหี่ยว
7.ปัญหาอื่น เช่น ปวดศีรษะ ความจำลดลง ปวดตามตัว
อาการร้อนวูบวาบ (วัยทอง) ควรปฏิบัติตัวดังนี้
- เมื่อเริ่มเกิดอาการร้อนให้ไปอยู่ที่เย็นๆ นอนในห้องที่เย็น และดื่มน้ำเย็นเมื่อเริ่มรู้สึกร้อน ถ้าหนาวให้ใส่เสื้อหลายชั้น
- หลีกเลี่ยงอาหารเผ็ดๆ และร้อน อาหารที่มีถั่วเหลืองจะช่วยลดอาการร้อนตามตัว และควรหลีกเลี่ยงสุรา
- หลีกเลี่ยงความเครียด หายใจออกยาวๆ ช้า และใจเย็นๆ
- แพทย์บางท่านแนะนำให้ใช้วิตามินซี ลดอาหารได้ร้อยละ 40 Clonidine และยาลดอาการซึมเศร้า กลุ่ม SSRI
ผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทองบางรายที่มีอาการรุนแรง เครียด หรือซึมเศร้า กระดูกบางหรือพรุนอย่างรวดเร็ว แพทย์อาจจะพิจารณาให้ฮอร์โมนที่มีส่วนประกอบของเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน (ในกรณีที่เคยได้รับการผ่าตัดเอามดลูกออกไปแล้ว จะใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนอย่างเดียว) ผลดีของการให้คือ ลดอาการต่างๆ ที่เกิดจากการที่ฮอร์โมนน้อยลง ป้องกันกระดูกพรุน และอาจจะป้องกับโรคหัวใจ และต้องระวังโรคแทรกซ้อนคือ โรคตับอักเสบ ไขมันไตรกลีเซอไรด์สูง เส้นเลือดดำอุดตัน และโรคมะเร็งเต้านม
โรงพยาบาลวิภาวดี
โทร.0-2561-111



