บุกศูนย์บัญชาการซัมซุง ดิจิตอล ซิตี้
ซัมซุง เปิดบ้านให้คณะสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม ศูนย์กลางการออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า-ไอที ต้นกำเนิดของสมาร์ทโฟนยอดนิยมหลากรุ่น รวมทั้ง กาแลกซี่ เอส 7
ในสายตาของผู้คนทั่วไป สาธารณรัฐเกาหลี หรือที่เรียกกันติดปากว่า “เกาหลีใต้” อาจจะเป็นจุดหมายแห่งการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่ต้องการไปสัมผัสความงดงามของภูมิประเทศ หรือไปซึมซับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกดังที่ปรากฏในละครซีรี่ส์ของเกาหลีใต้ หรือไปตามรอยดาราดังในละคร รวมทั้งไปช็อปปิ้งสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ดังที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย
แต่ในอีกมุมมองหนึ่งเกาหลีใต้ เป็นดินแดนแห่งการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และ ธุรกิจในประเทศ จนทำให้เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย
ส่วนหนึ่งของแรงขับเคลื่อนดังกล่าว มาจากการสร้างนวัตกรรมของซัมซุง อิเลกทรอนิคส์ หนึ่งในบริษัทในเครือซัมซุง ที่เป็นเครือบริษัทขนาดใหญ่มีผลิตภัณฑ์มากมายตั้งแต่โทรศัพท์มือถือ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน จนถึงรถยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อู่ต่อเรือ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
และเมื่อเร็วๆนี้ ซัมซุง อิเลกทรอนิคส์ ยินดีเปิดศูนย์บัญชาการการสร้างนวัตกรรม ให้สื่อมวลชนจากประเทศไทยเข้าไปเยือน เพื่อรับรู้ รับทราบถึงแนวทางการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆของบริษัทและทิศทางของผลิตภัณฑ์ที่กำลังจะออกสู่ตลาดในช่วงอนาคตอันใกล้นี้
ศูนย์บัญชาการด้านการสร้างนวัตกรรมของซัมซุง อิเลกทรอนิคส์ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “ซัมซุง ดิจิตอล ซิตี้” ตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน ห่างจากกรุงโซลราว 40 นาที เป็นศูนย์กลางของการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆสำหรับสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า จอภาพ โทรคมนาคมและไอที โดยจะทำงานร่วมกันกับศูนย์วิจัยและพัฒนา 36 แห่ง ศูนย์การออกแบบ 6 แห่งของซัมซุงที่กระจายอยู่ในแทบทุกทวีปของโลก
ในครั้งนี้ผู้สื่อข่าวที่เดินทางเข้าร่วมทริป "Samsung Familiarization Trip” ที่เจ้าหน้าที่ของซัมซุง กระซิบมาว่าไม่ได้จัดขึ้นมาหลายปีแล้วนั้น ได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ๆของซัมซุงในส่วนของ 3 ธุรกิจ หลัก ได้แก่ นวัตกรรมในกลุ่มธุรกิจจอภาพ นวัตกรรมในกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน และนวัตกรรมในกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที
คณะผู้สื่อข่าวเริ่มต้นเรียนรู้นวัตกรรมของซัมซุงกันที่ กลุ่มธุรกิจจอภาพของซัมซุง อิเลกทรอนิคส์ ที่ในปีนี้ชูจุดเด่นหลักคือการนำควอนตัม ดอท (Quantum Dot) ที่ซัมวุงพัฒนาขึ้นมาใช้กับจอภาพของตนเอง และต่อยอดมาใช้ในผลิตภัณฑ์จอภาพรุ่นใหม่ๆ โดยควอนตัม ดอท คือ เซมิคอนดักเตอร์ที่รวมตัวกันอยุู่ในสภาพของเหลวที่จะทำปฏิกิริยาต่อแสงในคลื่นความถี่ที่มากระทบ ควอนตัม ดอท แต่ละขนาดจะให้แสงที่แตกต่างกันออกไป เช่นขนาด 7 นาโนเมตรจะให้แสงสีแดง ส่วนขนาด 3 นาโนเมตรจะให้แสงสีเขียว ซึ่งเป็นแม่สีในโทรทัศน์จอแบนความละเอียดสูงระดับ SUHD(Super Ultra High Definition) ที่เป็นจุดขายหลักของผลิตภัณฑ์โทรทัศน์จากซัมซุงในช่วงที่ผ่านมาและในอนาคต
นอกจากนั้นทีมออกแบบผลิตภัณฑ์จอภาพของซัมซุง ยังเปิดเผยด้วยว่าได้เพิ่มจุดเด่นของโทรทัศน์ซัมซุง ด้วยเทคโนโลยีHDR Conversion และ HDR Calibrationที่จะทำให้ความต่างของสีโทนมืดและสีโทนสว่างนั้นชัดเจน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในกล้องถ่ายภาพคุณภาพสูงที่ให้ความแตกต่างของโทนสีที่แตกต่างกันแม้เพียงนิดเดียวได้อย่างชัดเจน อีกทั้งมีการเพิ่มเทคโนโลยี Smart Hub รุ่นใหม่ ที่อ้างอิงการทำงานบนระบบปฏิบัตการไทเซน (Tizen) ที่ซัมซุงออกแบบขึ้นมาเองเพื่อเป็นมาตรฐานในการพัฒนาแอปลิเคชั่นออกมาสนับสนุน ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้ในการเสพเนื้อหาบันเทิงได้อย่างง่ายดายในจุดเดียว
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ของซัมซุงก็พาไปยังอาคารของกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟ้าภายในบ้าน ซึ่งในที่นี่ ผู้สื่อข่าวได้สัมผัสกับแนวคิดการสร้างสรรนวัตกรรมใหม่ๆของซัมซุง ตั้งแต่ ตู้เย็นซัมซุง ทวิน คูลลิ่ง พลัส, เครื่องปรับอากาศดีไซน์สามเหลี่ยม Samsung The Triangle รุ่นใหม่ เครื่องซักผ้าซัมซุง แอคทีฟ ดูอัล วอช เครื่องซักผ้าซัมซุง แอด วอช และหุ่นยนต์ดูดฝุ่น PowerBot รวมทั้งนอกจากนี้ยังมี ตู้เย็นซัมซุงแฟมิลี่ฮับ ตู้เย็นรุ่นใหม่ที่รองรับระบบ อินเตอร์เน็ตออฟธิง (IoT) โดยตู้เย็นรุ่นนี้สามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตไปยังโลกภายนอก เพื่อสั่งซื้ออาหารที่มีปริมาณลดลงไปจากร้านค้าให้นำมาส่งยังบ้านได้โดยอัตโนมัติ และติดต่อกับเจ้าของผ่านทางอุปกรณ์สื่อสารต่างๆเพื่อแจ้งถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นกับตู้เย็น
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีพื้นฐานมาจากการศึกษาและวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้บริโภคให้ดีขึ้น
ซัมซุงยังเน้นการสร้างผลิตภัณฑ์ที่รองรับการทำงานบน Internet of Things เพื่อสร้างระบบนิเวศของเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่สามารถสื่อสารกันเองได้เพื่อทำงานตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยรายบุคคลอีกด้วย ซึ่งซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้นำที่รวบรวมเหล่าพันธมิตรในวงการเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีต่างๆ มากมายเพื่อร่วมกันพัฒนาสมาร์ทโฮมให้เกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้
หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวก็ได้รับเชิญไปยังอาคารของกลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและไอที เพื่อรับฟังการบรรยายจากมิส ยอง ฮี ลี รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดระดับโลก ธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีซัมซุงอิเลคโทรนิคส์ ถึงสถานะและอนาคตของทิศทางการตลาดของซัมซุง ในส่วนของสมาร์ทโฟน หลังจากที่ซัมซุง กาแลคซี่ เอส 7 และ กาแลคซี่ เอส 7 เอดจ์ ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดโลก ทำให้ซัมซุงมีกำไรเติบโตได้ถึงร้อยละ 10 คิดเป็น 5,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม จากการพัฒนาในส่วนของกล้อง ความสามารถในการกันฝุ่นกันน้ำ ช่อง Hybrid Slot รองรับการใส่ซิมที่ 2 หรือ SD Card รวมไปถึงดีไซน์ที่เป็นขอบจอโค้งสองด้านในรุ่นเอดจ์ และความสามารถอื่นๆโดยมิส ลี กล่าวว่าสิ่งเหล่านั้นเกิดจากการรับฟังเสียงของผู้บริโภคทั้งนั้น
นอกจากนั้นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองในปีนี้ คือ เทคโนโลยีอัจฉริยะสวมใส่ได้ที่ซัมซุงได้เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มเทคโนโลยีนี้ให้เกิดขึ้นบนโลก ไม่ว่าจะเป็น Gear VR แว่นตาอัจฉริยะที่จะพาผู้ใช้เข้าสู่โลกแห่งความบันเทิงแบบ 4 มิติ โดยล่าสุดในประเทศไทยเองได้มีการจัด Gear VR 4D Theater โรงภาพยนตร์แบบ 4D ที่จำลองขึ้นเพื่อเพิ่มอรรถรสในการรับชมเนื้อหาต่างๆ ด้วยประสบการณ์เสมือนจริง พร้อมที่นั่งที่เคลื่อนไหวได้ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในโอกาสเดียวกันนี้เจ้าหน้าที่ของซัมซุงยังได้แนะนำให้ผู้สื่อข่าวรู้จักกับการทำงานของ Samsung Pay บริการจ่ายเงินผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ ที่ทำให้ประสบการณ์จับจ่ายซื้อสินค้าเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยผสานรวมเทคโนโลยีการส่งสัญญาณคลื่นแม่เหล็กเพื่อความปลอดภัย (Magnetic Secure Transmission หรือ MST) และเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายระยะสั้น (Near Field Communication หรือ NFC) ช่วยให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้อย่างง่ายดาย ปลอดภัยและแทบจะที่ไหนก็ได้ผ่านระบบจุดจำหน่าย ซึ่งมีการเปิดให้บริการแล้วที่เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา และ ล่าสุดในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ซึ่งเกิดจากการผสานความร่วมมือระหว่างธนาคารผู้ออกบัตรเครดิต และ ร้านค้า รวมทั้งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ ที่ต้องร่วมกันสร้างระบบนี้ขึ้นมา โดยสำหรับประเทศไทยนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่
คณะสื่อมวลชนยังได้มีโอกาสเยี่ยมชม Samsung Innovation Museum ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ทางด้านนวัตกรรมที่จัดทำขึ้นเพื่อแบ่งปันความรู้และประวัติศาสตร์ความเป็นมาของสิ่งประดิษฐ์ที่มี ประดิษฐกรรมชิ้นแรกของโลก หลากหลายชนิดมาจัดแสดง เช่นวิทยุ โทรทัศน์ เครื่องดูดฝุ่น โทรศัพท์มือถือที่มีเทคโนโลยีต่างๆ พร้อมทั้งแสดงถึงทิศทางของอนาคตนวัตกรรมที่จะเข้ามายังชีวิตผู้คนบนโลกใบนี้ต่อไปอีกด้วย



