ไลฟ์สไตล์

จวกเพิ่มแพตไม่คำนึงถึงเด็ก

จวกเพิ่มแพตไม่คำนึงถึงเด็ก

04 ส.ค. 2552

รศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ข้อเสนอให้เพิ่มแพตหลายวิชานี้ สะท้อนให้เห็นว่า มหาวิทยาลัย คณะ ภาควิชา ยึดความต้องการของตนเองเป็นหลัก โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อเด็ก ซึ่งจะทำให้เด็กไม่มีความสุขในการเรียนรู้ ยิ่งสอบแพตจำนวนมากเท่าไร นักเรียนมุ่งกวดวิชามากขึ้น จ่ายเงินสูงตามไปด้วย ขณะที่คณะวิชาต่างๆ แยกทดสอบแพตย่อยๆ เป็นการกดดันให้เด็กสอบหลายวิชา ผิดหลักการของ ทปอ. ซึ่งประกาศมาตลอดว่า จะลดการสอบลงให้เหลือจำนวนวิชาน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เด็กต้องเครียด

 “คณะ-ภาควิชาอยากสอบแพตมากๆ เพราะต้องการเปิดโรงเรียนกวดวิชาสอบแพตหรือไม่ ขณะเดียวกันคณะต่างๆ ก็หนีไปรับตรงมากขึ้น เพื่อทำมาหากินกับค่าสมัครสอบ และทำให้เด็กที่มีโอกาสมากอยู่แล้ววิ่งสอบหลายคณะ ได้สิทธิการเรียนหลายแห่ง” รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว

 รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนข้อซักถามถึงอำนาจของรัฐมนตรีที่ดูแลงานการศึกษา มักจะระบุว่าไม่มีอำนาจที่จะบังคับการรับนิสิตนักศึกษาของมหาวิทยาลัยได้นั้น รมว.ศึกษาธิการ และ รมช.ศึกษาธิการ ถือว่าเป็นผู้แทนประชาชน ต้องหาจุดเหมาะสมในการรับนิสิตนักศึกษา  ปัญหาการสอบที่มากเกินไป และการกวดวิชา หากตอบว่าไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรี ก็เท่ากับไม่ใส่ใจปัญหาของเด็กและเยาวชน และปล่อยให้มหาวิทยาลัยตักตวงผลประโยชน์จากเด็ก ซึ่งใครที่ตอบเช่นนั้นก็ไม่สมควรมาเป็นรัฐมนตรี

 "ขณะนี้มีผู้ปกครองส่งเรื่องร้องเรียนถึง ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่า มีนักศึกษาแพทย์ปี 1 คณะแพทยศาสตร์ รพ.พระมงกุฎ ซึ่งผ่านระบบรับตรงของกสพท. และยังสอบตรงเข้าเรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้อีก และใช้สิทธิเรียนทั้ง 2 แห่ง ซึ่งเป็นการผิดระเบียบต้องถูกปรับออกทั้ง 2 คณะ จึงอยากให้ดร.สุเมธ เร่งแก้ไขให้เด็กเลือกเรียนในคณะใดคณะหนึ่ง ซึ่งกรณีนี้ต้องเร่งป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในปีหน้า เพราะจะเป็นการปิดกั้นคนอื่น" รศ.ดร.สมพงษ์ กล่าว