'ธรรมกาย'ขอขมา'พระพยอม'
โฆษก-รองโฆษกวัดพระธรรมกาย นำคณะศิษย์จำนวนหนึ่ง มาขอขมา 'พระพยอม' เผยเข้าใจผิดคิดว่าให้ข่าวทำลายวัด ชี้ เป็นลูกศิษย์วัดสวนแก้วเหมือนกัน
10 มิ.ย. 59 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่วัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายองอาจ ธรรมนิทา พร้อมด้วย ดร.กรรณิกา อยู่สุข โฆษกและรองโฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย และคณะศิษย์วัดพระธรรมกายจำนวนหนึ่ง ได้เดินทางมาที่วัดพร้อมนำพานพุ่มดอกไม้เพื่อมาขอขมาต่อ พระราชธรรมนิเทศ (พยอม กลฺยาโณ) หรือ พระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว หลังจากได้มีสื่อนำเสนอข่าวที่ทางคณะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ได้เข้าแจ้งความกล่าวโทษกับพระพยอม ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เนื่องจากเป็นการเข้าใจผิดคิดว่าพระพยอมให้ข่าวทำลายวัดพระธรรมกาย
จากนั้นทางพระพยอม ได้เดินออกมาจากห้องพักเพื่อรับพานขอขมา พร้อมกล่าวว่า ทุกข้อความที่ติติงไปไม่ได้มีเจตนาที่จะมุ่งร้ายกับทางวัดพระธรรมกายให้เกิดความเสียหาย เป็นเพียงการเตือนสติเท่านั้น ว่าจะทำอะไรต้องมีความรอบคอบอย่าทำไปด้วยความขาดสติ นอกจากนี้ยังได้ฝากไปยังศิษย์ที่เข้ามาพบว่า ขอให้ไปแก้ไขข้อความป้ายที่เขียนสนับสนุนหลวงพ่อธัมมชโย เสียใหม่ สำหรับบรรยากาศการเข้าขอขมาครั้งนี้เป็นไปด้วยความชื่นมื่นทั้งสองฝ่าย ไม่มีการว่ากล่าวหรือโต้เถียงแต่อย่างใด หลังจากใช้เวลาพูดคุยประมาณ 20 นาที คณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ก็ได้ลาหลวงพ่อพระพยอม เดินทางกลับ
โดยทางนายองอาจ ธรรมนิทา กล่าวว่า วันนี้ที่เข้ามาพบพระพยอม เนื่องจากหลังมีข่าววิพากษ์วิจารณ์ในทางร้ายว่าทางวัดพระธรรมกายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกล่าวโทษต่อพระพยอม ที่ สภ.คลองหลวง ซึ่งความจริงแล้วข้อความที่สื่อเสนอนั้นเป็นการคาดเคลื่อน ความเป็นจริงทางคณะศิษย์ได้ไปแจ้งให้ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น ไม่ได้มีการแจ้งความกล่าวโทษกับหลวงพ่อแต่อย่างใด เกรงว่าจะมีผู้ไม่หวังดีนำประเด็นดังกล่าวไปนำเสนอจนเกิดความแตกแยกกัน ซึ่งจริงๆ แล้วศิษย์วัดพระธรรมกายก็เป็นลูกศิษย์วัดสวนแก้วเหมือนกัน
'ดีเอสไอ' ปัดยังไม่ได้หนังสือร้องขอเปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวน
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการดำเนินคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร กับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า ไม่ได้มีการรายงานเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม กคพ. โดยขณะนี้การสอบสวนมีความคืบหน้าไปตามแผนการทำงาน ทั้งนี้ย้ำว่ายังไม่ได้รับหนังสือร้องขอให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวจากวัดพระธรรมกาย ซึ่งที่ผ่านมา ยืนยันว่าพนักงานสอบสวนในคดียึดทำงานตามกรอบกฎหมาย เพราะรู้ว่าเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ส่วนจำเป็นต้องเปลี่ยนพนักงานสอบสวนหรือไม่ต้องดูเหตุผลที่ร้องขอ เพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างกับคดีอื่น สำหรับการเจรจาทางสงฆ์ถือเป็นหนึ่งในแผนการทำงานเท่านั้น เพราะหากสรุปสำนวนแล้วเสร็จพนักงานสอบสวนสามารถลงความเห็นสั่งฟ้องได้เลย ไม่ต้องรอให้ได้ตัวก่อน โดยคดีดังกล่าวมีผู้ต้องหา 3 คน และออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 2 คน
อธิบดีดีเอสไอ ยังกล่าวถึงกรณีแพทย์ รพ.ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ออกใบรับรองแพทย์ให้พระธัมมชโย ว่า ขณะนี้ทราบว่า รพ.ค่ายภาณุรังสี ได้สอบข้อเท็จจริงแล้วเช่นเดียวกับแพทยสภาก็อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งดีเอสไอจะรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินคดีเร็วๆ นี้



