ไลฟ์สไตล์

รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อคูณ วรปญฺโญรุ่น อรหังสตางค์มา (รุ่นแรก)

รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อคูณ วรปญฺโญรุ่น อรหังสตางค์มา (รุ่นแรก)

07 มิ.ย. 2559

รูปหล่อลอยองค์หลวงพ่อคูณ วรปญฺโญรุ่น อรหังสตางค์มา (รุ่นแรก) วัดบัลลังก์ แห่งเมืองโคราช : พระองค์ครู  :  เรื่องไตรเทพ ไกรงู ภาพ กฤชนันท์ ธรรมไชย

           พระครูประโชติปัญญากร หรือหลวงพ่อคูณ วรปญฺโญ วัดบัลลังก์ ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ศิษย์กรรมฐานสายครูบาพรหมมา จ.ลำพูน หลวงปู่โง่น จ.พิจิตร หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ฯลฯ หนึ่งในพระวิปัสสนาจารย์มีความเชี่ยวชาญเป็นที่เลื่องลือจนได้รับการยกย่องว่าเป็นพระเกจิอาจารย์ระดับแนวหน้าแห่งเมืองโคราช

           อุปสมบท เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ.๒๕๒๑ ณ อุโบสถวัดหนองกระธาตุ ต.โคกสะอาด อ.หนองแซง จ.สระบุรี มีพระครูผาสุกิจโสภณ เจ้าคณะอำเภอหนองแซง เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอธิการขันธ์ อินฺทโชโต เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายาว่า “วรปญฺโญ” จำพรรษาแรกที่วัดหนองกระธาตุ ก็พยายามท่องหนังสือสวดมนต์จนจบแล้วเกิดสนใจใคร่จะท่องหนังสือพระปาฏิโมกข์ดูบ้าง เขาว่าเป็นหนังสือที่ท่องยากที่สุด จึงอธิษฐานจิตขอท่องดู ใช้เวลาท่องอยู่สี่เดือนจึงท่องได้จบ

           ด้านการศึกษาพระธรรมวินัยและภาคปฏิบัติภาวนา และธุดงค์พรรษาที่ ๑ สอบนักธรรมตรีได้ที่วัดหนองกระธาตุ จ.สระบุรี พรรษาที่ ๒ ไม่ได้สอบนักธรรม หันไปปฏิบัติพระกรรมฐาน (จำพรรษาที่วัดสุวรรณประสิทธิ์) พรรษาที่ ๓ สอบนักธรรมชั้นโทได้ที่วัดสุวรรณประสิทธิ์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พ.ศ.๒๕๒๓ พรรษาที่ ๔ สอบนักธรรมชั้นเอกได้ที่วัดเกาะสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา พ.ศ.๒๕๒๔

           หลังออกพรรษาที่สองแล้ว เข้าอบรมเป็นพระวิปัสสนาจารย์ประจำศูนย์วิปัสสนาเคลื่อนที่แห่งประเทศไทย (รุ่นที่ ๘) เมื่ออบรมแล้วถูกส่งไปเผยแผ่ที่วัดสำโรงพลัน อ.ไพรบึง จ.ศรีสะเกษ และคราวออกพรรษาที่ ๔ ก็ไปสอนวิปัสสนาที่วัดป่าเขาเหิบ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เมื่อมีเวลาก็ออกธุดงค์ไปในที่ต่างๆ เพื่อออกป่าหาความวิเวกพร้อมทั้งแสวงหาพระอาจารย์ที่ทรงคุณธรรมที่สูงขึ้นไป

           เส้นทางเดินธุดงค์ ภาคตะวันออก ตั้งแต่จันทบุรี ระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายกมาทาง อ.ปากพลี ขึ้นเขาใหญ่ ทะลุออกมา อ.ปากช่อง โดยถือธุดงควัตรคืออยู่โคนไม้ ถือผ้าสามผืน ฉันมื้อเดียว ฉันรวมในบาตร และบิณฑบาตเป็นวัตร ทางภาคเหนือ ตั้งแต่เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง ลงมาจนถึงเพชรบูรณ์ และชัยภูมิ ทางภาคใต้ ถึง จ.นครศรีธรรมราช ระหว่าง พ.ศ.๒๕๒๒-๒๕๒๓ แถว อ.ร่อนพิบูล อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

           เหตุที่หลวงพ่อคูณมาจำพรรษาที่วัดนี้ก็ด้วยเวลานั้นเดินธุดงค์จาก จ.บุรีรัมย์ กับเพื่อนภิกษุผ่านมาทาง อ.โนนไทย ซึ่งเป็นถิ่นเกิด จากกันมานานไม่เคยมาเยี่ยมญาติโยมเลย เมื่อญาติโยมเห็นก็ดีใจและนิมนต์ให้อยู่ช่วยพัฒนาวัดที่ใกล้จะร้าง มีเพียงพระหลวงตาอยู่เฝ้าวัดไปวันๆ องค์หรือสององค์เท่านั้น เป็นวัดเก่าแก่ สร้างมานานแต่ไม่มีใครคิดจะพัฒนาจึงตัดสินใจรับนิมนต์อยู่เพื่อพัฒนาวัดบัลลังก์ ตั้งแต่กลางปี ๒๕๒๕

           หลวงพ่อคูณได้นำศรัทธาญาติโยมเริ่มปรับปรุงศาลาการเปรียญ สร้างกุฏิสงฆ์ ซื้อที่ขยายวัด ขุดลอกสระวัดเพื่อให้มีน้ำใช้ได้ตลอดปี สร้างกำแพงวัด สร้างซุ้มประตูวัด สร้างพระพุทธรูป สร้างพิพิธภัณฑ์เก็บของโบราณที่ขุดพบได้บริเวณวัดและที่ต่างๆ จนกลายเป็นวัดที่สมบูรณ์ด้วนศาสนาสถาน และศาสนทายาท

           อย่างไรก็ตามก่อนที่หลวงพ่อคูณจะคิดสร้างพระเครื่องนั้น ท่านได้ไปฝึกสมาธิที่ก่อนที่จะคิดสร้างพระ ได้ไปฝึกสมาธิกับหลวงพ่อฤๅษีลิงดำถึง ๒ หน ท่านสอนได้ครบกรรมฐานทั้งสี่แบบ ทั้งสุกขวิปัสสโก เตวิชโช ฉฬภิญโญ และปฏิสัมภิทัปปัตโต ที่ชอบมากคือ มโนมยิทธิ ที่ท่านสอน จึงนำแนวทางนั้นมาปฏิบัติจนถึงทุกวันนี้ โดยในวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๕๙ จะมีพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลรูปหล่อลอยองค์ รุ่น อรหังสตางค์มา (รุ่นแรก) และปลุกเสกเหรียญแสตมป์หลักเมืองกระบี่ รุ่น แพ้ไม่เป็น

           ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก “กบ จตุคาม”