
ห้องรับแขกแห่งอาเซียน!
05 มิ.ย. 2559
จากเชียงของสู่สิบสองปันนา R3A เชื่อมปั้นท่องเที่ยวไทย-จีน
นับตั้งแต่ปลายปี 2556 เป็นต้นมา หลังจากสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 4 ซึ่งเชื่อมระหว่าง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ของไทย เข้ากับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ของลาว เปิดใช้เป็นทางการ ประกอบกับเส้นทาง R3A หรือถนนหมายเลข 3 สายตะวันออก ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 3 ประเทศ คือ ไทย ลาว และจีน สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปมาหาสู่กัน ทำให้ทุกวันนี้นักท่องเที่ยวทั้งจากไทยที่เดินทางไปยังตอนใต้ของจีน โดยเฉพาะสิบสองปันนา มีจำนวนไม่น้อย ซึ่งมีทั้งที่เดินทางไปท่องเที่ยวในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ และเดินทางไปท่องเที่ยวกันเองโดยการขับรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์แบบหมู่คณะ
เช่นเดียวกับที่ชาวจีนอีกจำนวนไม่น้อย ที่ใช้เส้นทางนี้เดินทางจากทางตอนใต้ของจีนเข้ามายังประเทศไทย โดยเลือกที่จะผ่านเข้าประเทศไทยทาง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ทำให้เชียงของทุกวันนี้เปรียบเสมือนเป็นประตูสู่ประเทศไทยของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากจีน และเป็นเสมือนประตูสู่ลาวและจีนของนักท่องเที่ยวที่เดินทางสู่ไทย
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกำลังปลุกให้เมืองชายแดนริมแม่น้ำโขงอันเงียบสงบแห่งนี้มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะในภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ใครที่มีโอกาสเดินทางไปสัมผัสกลิ่นอายบรรยากาศของเชียงของในเวลานี้ก็จะพบกับความเปลี่ยนแปลง เพราะมีโรงแรมใหม่เปิดตัวขึ้นให้เห็น ขณะที่โรงแรมเก่ามีการปรับปรุงใหม่ และนี่ยังไม่นับรวมธุรกิจที่พักขนาดเล็กที่เปิดตัวให้บริการเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ธนัญภรณ์ เกิดผล ผู้จัดการโรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ วิว เชียงของ สถานประกอบการที่พักน้องใหม่ล่าสุดของเชียงของ ให้ข้อมูลว่า เชียงของทุกวันนี้เป็นเหมือนห้องรับแขกของอาเซียน 3-4 ปีหลังมานี้มีชาวจีนจากคุนหมิง และกวางโจว ซึ่งมีประชากรรวมกันมากกว่า 100 ล้านคน มีความสนใจท่องเที่ยวในเส้นทางวัฒนธรรม เดินทางเข้ามาในพื้นที่จำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ขับรถมาเอง ที่ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง เป็นโอกาสให้ธุรกิจสถานที่พักได้ขยายตัว
“ปี 57 มีชาวจีนขับรถเข้ามาผ่านเชียงของราว 5,000 คัน ปี 58 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และปี 59 มีตัวเลขที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงตรุษจีน ที่ชาวจีนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ชาวจีนมีความสนใจการท่องเที่ยวในเส้นทางที่มีกลิ่นอายของวัฒนธรรมค่อนข้างมาก จึงนิยมเดินทางมายังไทย ปลายทางคือเชียงใหม่และสุโขทัย แต่เส้นทางที่เขาใช้หลักคือ R3A ผ่านเข้าไทยทางเชียงของ ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะต่อการเข้าพักเพื่อเดินทางต่อ ทำให้ธุรกิจที่พักที่นี่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง” ผู้จัดการโรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์ วิว เชียงของ ให้ข้อมูล
นอกจากชาวจีนแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่นิยมท่องเที่ยวแนวผจญภัยซึมซับวัฒนธรรมชนเผ่า โดยเฉพาะกลุ่มจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ นิยมใช้เส้นทางนี้ เดินทางจากไทยไปยังตอนใต้ของจีนด้วย เช่นเดียวกับกลุ่มชาวยุโรปที่สนใจในวัฒนธรรมล้านนา และล้านช้าง เข้ามาใช้เส้นทางเชียงของ-ห้วยทราย-แขวงบ่อแก้ว-หลวงน้ำทา-บ่อเต็น-บ่อหาน-เมืองหล้า-เชียงรุ้ง เช่นกัน จึงกลายเป็นโอกาสให้แก่นักลงทุน
“ชาวจีนสนใจท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมาก โดยเฉพาะชนเผ่าไต ตั้งแต่สิบสองปันนาลงมาถึงตอนเหนือของไทยมีวัฒนธรรมที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะของไตลื้อ หรือไทลื้อ หลายพื้นที่มีร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษา โดยเฉพาะศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ทางตอนเหนือของไทยเป็นที่สนใจของคนจีนค่อนข้างมาก ทางการจีนเองคงรู้ในเรื่องนี้ จึงมีความพยายามสร้างวัด ส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของไตลื้อที่อยู่ในจีน ซึ่งมองว่านั่นคือสิ่งที่เขาต้องการดึงคนจีนให้ท่องเที่ยวอยู่ในสิบสองปันนา และดึงคนไทยหรือนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นให้ไปเที่ยวที่นั่นด้วย” ธนัญภรณ์ ตั้งข้อสังเกต
สอดคล้องกับ สุรนาถ ทวีทรัพย์ ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยว ที่ยืนยันว่า เดิมทีการท่องเที่ยวในบริเวณตอนเหนือของไทยไปยังจีนตอนล่างจะอาศัยเส้นทางตามลำน้ำโขงเป็นหลัก แต่หลังถนน R3A เปิดใช้ ทำให้การเดินทางไปมาง่ายขึ้นการท่องเที่ยวบริเวณนี้จึงเปลี่ยนไป ธุรกิจนำเที่ยวหันมาใช้การเดินทางทางบกเป็นหลัก แต่หากเทียบสัดส่วนจะพบว่าคนไทยจะเดินทางไปยังจีนมากกว่า เพราะคนจีนจะท่องเที่ยวกันเฉพาะในช่วงเทศกาลเช่น ตรุษจีน วันชาติจีน และสงกรานต์ เป็นหลัก โดยเดิมทีนักท่องเที่ยวจากจีนจะมีปลายทางที่สิบสองปันนา
“เชียงรุ้งเมืองเอกของสิบสองปันนาเป็นคนจีนที่พูดไทย วัฒนธรรม ประเพณีใกล้เคียงกับคนไทยมาก คนจีนที่นิยมในศิลปวัฒนธรรมอย่างไทยจึงนิยมมาเที่ยว แต่หลังจากเออีซีเริ่มต้นการเดินทางมาไทยโดยผ่านประเทศลาวของคนจีนทำได้ง่ายขึ้น เขาสามารถขับรถเข้ามาในไทยได้เลย โดยสามารถทำเรื่องผ่านแดนได้ที่หน้าด่าน ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงจ่ายเงินค่าธรรมเนียมไม่มากก็สามารถเดินทางได้เลย ระยะหลังมานี้คนจีนจึงเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยเยอะขึ้น เพราะเขามาเที่ยวที่สิบสองปันนาแล้วเกิดปัญหาสถานที่รองรับไม่เพียงพอ ซึ่งนี่กำลังเป็นโอกาสให้ไทยที่น่าจะมีมาตรการส่งเสริมเพื่อยกระดับมูลค่าการท่องเที่ยวของไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ” นายสุรนาถ กล่าว
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย พบว่า นักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่เมื่อเดินทางถึงด่านพรมแดน อ.เชียงของ และ อ.เชียงแสน แล้ว จะมีเอกชนนำเที่ยวจากต่างพื้นที่รับเดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ หรือพื้นที่ท่องเที่ยวอื่นๆ โดยเฉพาะทะเลทางภาคกลางและภาคตะวันออก สาเหตุเพราะนักท่องเที่ยวจีนไม่รู้ว่าจะประสานงานด้านการท่องเที่ยวกับหน่วยงานใดในพื้นที่ จ.เชียงราย ขณะที่ จ.เชียงใหม่ มีสถานกงสุลใหญ่ตั้งอยู่ ทำให้การประสานงานกับคนจีนได้ง่าย
แต่การเดินทางนักท่องเที่ยวจากจีนจะต้องผ่านเข้าไทยทางอำเภอชายแดนของ จ.เชียงราย เป็นหลัก จึงมีความพยายามจากภาคธุรกิจ ฝ่ายปกครอง และการท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย ประสานกับหน่วยงานและผู้ประกอบการในมณฑลหยุนหนาน (ยูนนาน) แลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวไทยเชียงราย-มณฑลหยุนหนาน โดยชูนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นสำคัญ
วัฒนธรรมประเพณีไตลื้อถูกหยิบยกมาเป็นจุดเด่นในการเชื้อเชิญนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสกลิ่นอายชนเผ่าในอดีต โดยในจีนที่เชียงรุ้งมีการสร้างวัดที่มีกลิ่นอายของศิลปกรรมเดียวกันกับทางภาคเหนือของไทยขึ้นหลายแห่ง ชุมชนไตลื้อเก่าแก่ถูกอนุรักษ์และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ขณะที่รายทางจากสิบสองปันนาเข้ามาในพื้นที่ของประเทศลาว โดยเฉพาะเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่หลายเชื้อชาติ เช่น ไตลื้อ ขมุ มูเซอ แม้ว เย้า ซึ่งมีวัฒนธรรมประเพณีไม่แตกต่างจากทางตอนใต้ของจีน ส่วนในเชียงของว่ากันว่ามีไตลื้ออพยพมาจากสิบสองปันนาอาศัยอยู่ที่บ้านห้วยเม็ง และบ้านศรีดอนชัย ชนเผ่าเชื้อชาติขมุอยู่ที่บ้านห้วยกอก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ของชนเผ่า โดยเฉพาะไทลื้อใน อ.เชียงของ มีการอนุรักษ์ไว้และถูกรื้อฟื้นขึ้นมาให้ชนรุ่นหลังได้สืบสาน เช่น ผ้าทอศรีดอนชัย ที่มีการสืบทอดมาแต่โบราณจากบรรพบุรุษของชนชาวไตลื้อ สามารถแวะชมได้ที่ศูนย์ผ้าทอไทลื้อ ต.ศรีดอนชัย และสินค้าหัตถกรรมบ้านสถาน ศูนย์หัตถกรรมบ้านสถาน ผนวกกับความงดงามทางธรรมชาติในพื้นที่ ป่า เขา และบริเวณเลียบแม่น้ำโขงที่สงบเงียบ เป็นมนต์เสน่ห์ของเชียงของ ทำให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
เชียงของในวันนี้กำลังผันไป จากเมืองเล็กๆ ริมแม่น้ำโขง กลายเป็นเมืองต้นทางสายวัฒนธรรมชนเผ่าเก่าแก่ โดยเฉพาะ “ไตลื้อ” ที่ทิ้งร่องรอยไว้ให้ค้นหาตลอด 405 กิโลเมตรจากเชียงของสู่สิบสองปันนา น่าติดตามเมืองเล็กๆ ชายแดนแห่งนี้จะกลายเป็น “ห้องรับแขกแห่งอาเซียน” ได้จริงหรือไม่
----------------------
(เรื่องเล่าข่าวดัง : จากเชียงของสู่สิบสองปันนา R3A เชื่อมปั้นท่องเที่ยวไทย-จีน : โดย...ทัศชยันต์ วาหะรักษ์)



