
แฉเงื่อนไข'ธัมมชโย'มอบตัว
04 มิ.ย. 2559
ดีเอสไอเผยธรรมกายยื่นเงื่อนไข 'ธัมมชโย' มอบตัว ยันผลเจรจายังไม่ยุติ คุยอีกรอบ 6 มิ.ย. 'สุวพันธุ์' ชี้ พศ.-มหาเถระช่วยแก้ปัญหา แนวโน้มดีขึ้น คาดสัปดาห์หน้าชัดเจน
4 มิ.ย. 59 ความคืบหน้าการประชุม 4 ฝ่าย ที่วัดเขียนเขต ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โดยมี พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตัวแทนวัดพระธรรมกาย และพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง 30 นาที ได้ข้อสรุปว่า ดีเอสไอทำข้อตกลงกำหนดตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับคดีทางด้านของกฎหมายเป็นข้อๆ โดยมอบหมายให้ทนายความวัดพระธรรมกายนำเงื่อนไขไปหารือพระธัมมชโย เพื่อให้การเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันหลายฝ่าย ส่วนรายละเอียดและเงื่อนไขเตรียมแถลงให้ทราบเป็นทางการในการประชุมอีกครั้งวันที่ 6 มิถุนายนนั้น
ล่าสุด พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยผลการหารือร่วม 4 ฝ่าย เพื่อประสานกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มอบตัวและรับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ภายในวัดพระธรรมกาย ว่า ตัวแทนพระธัมมชโยยื่นเงื่อนไขให้มีการประกันตัวทันที ส่วนแพทย์ที่จะเข้าตรวจอาการอาพาธขอให้ใช้แพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า โดยการแจ้งข้อกล่าวหาทางเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีจะต้องเข้าร่วมในการแจ้งข้อกล่าวหาด้วย ทั้งนี้ ตัวแทนพระธัมมชโยจะนำเงื่อนไขทั้งหมดไปเสนอต่อพระธัมมชโย ขณะนี้การหารือจึงยังไม่ได้ข้อยุติ โดยนัดหารือร่วมกันอีกครั้งในวันจันทร์ที่จะถึงนี้
ด้าน นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย เปิดเผยกรณีหลังการประชุม 4 ฝ่าย มีกระแสข่าวว่าพระธัมมชโยจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งเชื่อว่ายังไม่ใช่เร็วๆ นี้ เพราะอยากให้มีการพูดคุยให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน ประกอบกับอาการอาพาธของพระธัมมชโยก็ยังคงน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด ซึ่งแพทย์ไม่แนะนำให้ออกไปพบเจ้าหน้าที่ในช่วงนี้
“การประชุมเพื่อหาทางยุติเรื่องวัดพระธรรมกายอยากจะให้ถึงจุดที่ดีที่สุดเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย เป็นไปเพื่อพระพุทธศาสนาโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเจ้าคณะปกครองของวัดพระธรรมกาย คณะศิษย์วัดพระธรรมกายเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจและบารมีของท่าน ที่ท่านได้บริหารคณะสงฆ์ ซึ่งช่วงนี้คณะศิษย์ขอไม่ไปก้าวล่วง ให้ผู้ใหญ่ได้สนทนาพูดคุยกัน” นายองอาจ กล่าว
โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย กล่าวอีกว่า การประชุมหารือจะมีอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ หากคณะศิษย์ให้ข่าวหรือข้อมูลที่สับสนจะทำให้บรรยากาศที่ได้พูดคุยกันคลาดเคลื่อนได้ ซึ่งที่ผ่านมาคณะพระปกครองก็เข้ามาเยี่ยมอาการของพระธัมมชโย คณะศิษย์จึงมีความเชื่อว่าจะประสานทั้งสองฝ่ายให้เข้าใจกันได้เป็นอย่างดี และมีทิศทางที่ดีที่สุด เป็นไปตามพระธรรมวินัยและเป็นไปตามหลักกฎหมายชอบธรรม ส่วนการที่แพทยสภาจะส่งทีมแพทย์เข้าตรวจสอบอาการอาพาธของพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายนั้น ต้องให้ทีมแพทย์ที่ตรวจรักษาเป็นผู้พิจารณาว่าจะอนุมัติหรือไม่ แพทยสภาที่เป็นที่พึ่งของคณะศิษยานุศิษย์พร้อมยินยอมให้มาตรวจอาการ แต่ต้องรอเอกสารแจ้งเป็นทางการก่อน
'พศ.-มหาเถระ' ช่วยแก้ปัญหา แนวโน้มดีขึ้น คาดสัปดาห์หน้าชัดเจน
นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีปัญหาวัดพระธรรมกายว่า ได้มอบให้ พศ.ทำงานร่วมกับคณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะต้องการให้ปัญหาได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุดบนพื้นฐานของกฎหมายและข้อเท็จจริง และไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งเข้าใจผิดเพิ่มเติม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ยึดหลักกฎหมายไม่มีอคติต่อฝ่ายใด
“เรื่องนี้ยิ่งปล่อยให้เนิ่นนานออกไปก็จะส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ การแสวงประโยชน์ จะไม่สิ้นสุด ไม่อยากเห็นผลกระทบขยายตัวไปมากกว่านี้ ที่ผ่านมาได้หารือกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอยู่เป็นประจำ แนะนำอะไรได้ก็แนะนำไปตลอด ส่วนตัวเห็นว่า เรื่องนี้ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี ละเอียดรอบคอบ ดูทุกปัจจัยเกี่ยวข้อง ซึ่งทราบว่าแนวโน้มการแก้ไขปัญหาดีขึ้นพอสมควร และหวังว่าสัปดาห์หน้าจะมีความชัดเจน” นายสุวพันธุ์ กล่าว
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า คณะสงฆ์โดยเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีได้เมตตาเข้ามาช่วยพูดคุยและลดความไม่เชื่อใจระหว่างกัน ส่วนพระมหาเถระก็ให้คำปรึกษา ดังนั้นจะเห็นว่าทุกฝ่ายกำลังทำงานกันอยู่ เมื่อวานนี้ก็มีการประชุมหารือกัน ซึ่งรายละเอียดอยากให้ทุกฝ่ายไปทำงานกันต่อ อย่าเพิ่งให้พูดอะไร ประเด็นสำคัญที่เห็นในขณะนี้อยู่ที่ความไม่ไว้วางใจต่อกัน ทั้งนี้รัฐบาลยืนยันได้ว่า ยึดหลักความถูกต้อง ข้อกฎหมาย ไม่มีอคติในการดำเนินการ ทุกฝ่ายก็ควรลดท่าทีที่ไม่วางใจกัน ทำให้ทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติ ลดมาตรการ ลดกิจกรรม ที่อาจทำให้เกิดคำถาม ถ้าทำได้ หนทางแก้ไขปัญหาที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็น่าจะเกิดขึ้นได้ อาจถูกใจหรือไม่ถูกใจของแต่ละฝ่าย แต่ทุกฝ่ายได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สิ่งนี้สำคัญต่อสังคมเรา
“ไม่ได้มองว่าเรื่องนี้เป็นวิกฤติเพียงด้านเดียว แต่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นโอกาส เพราะเกิดบทเรียนสำคัญแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะในเรื่องการบริหารจัดการผลประโยชน์ของวัด ทำอย่างไรจะให้ถูกข้อกฎหมาย เป็นไปตามหลักพระธรรมวินัย และทำให้ญาติโยมเกิดความเลื่อมใสศรัทธา ถ้าเราเห็นตรงกันว่าหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันนำมาซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์ทางลบ ถ้าเห็นว่าไม่ควรให้เกิดขึ้นต่อไปก็ต้องสร้างระบบใหม่ที่ถูกต้องเหมาะสมขึ้นมา พศ.ต้องขับเคลื่อนต่อไป การปฏิรูปทุกเรื่องจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลสัมฤทธิ์ได้เร็ว จะต้องเกิดจากภายในองค์กรนั้นเป็นหลัก สมาชิกขององค์กรพร้อมใจกัน ทุกอย่างก็จะเดินหน้าไปได้ แรงกดดันจากภายนอกไม่อาจทำให้การปฏิรูปสัมฤทธิผลได้อย่างสมบูรณ์ ก็หวังว่าเมื่อมรสุมผ่านไป สิ่งดีๆ จะถูกนำกลับมาให้สังคมได้เห็นมากขึ้นๆ” นายสุวพันธุ์ กล่าว



