
โรคของคนชรา
03 มิ.ย. 2559
ไขปัญหาสุขภาพแผนจีน : โรคของคนชรา : โดย...หมอไพร
มีผู้ป่วยชาย อายุ 92 มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ หอบหืด เคยปอดอักเสบ เส้นเลือดดำขาอุดตัน ต้องกินยา พ่นยาเป็นประจำ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2558 มารักษาที่คลินิก ด้วยอาการหอบ เสมหะมาก เหนื่อยมาก พ่นยาก็ไม่ทุเลา เข้าโรงพยาบาลและรักษาด้วยทางเลือก ด้วยสเต็มเซลล์ระดับลึก อาการหลายอย่างดีขึ้น แต่เสมหะยังมีมาก ขาบวม หอบไม่ยอมหาย จึงลองมารักษาด้วยแผนจีนดู
ดูผลเลือดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2558
Fdp 5659 (ปกติ 0-500) เป็นค่าที่บ่งบอกถึงภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ปอดและขา
คริตินิน 2.24 (ปกติ 0.50-1.5) ค่าการกรองของเสียของไต
อีจีเอฟอาร์ 36.54 (ปกติต้อง 90 ขึ้นไป) ค่าการทำงานของไต
แสดงว่าผู้ป่วย นอกจากหอบหืด ลิ่มเลือดอุดตันที่ขา โรคหัวใจหลอดเลือดตีบแล้ว ยังมีภาวะไตวายเรื้อรังอีกด้วย ความเสื่อมของร่างกายลามไปในหลายอวัยวะ ความซับซ้อนของโรคจึงมีมากตามไปด้วย
ผู้เขียนเริ่มจับจุดจากผู้ป่วยเสมหะมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน ต้องไอเพื่อขับเสมหะออก ถึงจะกินยาลดเสมหะอย่างไร เสมหะก็ยังมาก ไอหอบหนักต้องพ่นยาตลอด หมอนหนุนต้องสูงไม่เช่นนั้นจะหายใจไม่ออก ขาและข้อเท้าทั้งสองบวมตุ่ย มีจ้ำเลือดดำๆ ลายเต็มตามขาเหนือตาตุ่มทั้งสอง ปัสสาวะมีฟองมาก
ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนหลี่ตงหยวน สอนว่า หากม้ามไม่แข็งแรง จะเกิดเสมหะ ม้ามเป็นตัวก่อเสมหะ ปอดเป็นตัวเก็บเสมหะ ด้วยคำสอนนี้จึงวางจุดหนักไว้ที่ทำอย่างไรให้ม้ามแข็งแรง เป็นการตัดต้นตอของเสมหะ เปรียบเหมือนเรือรั่ว น้ำเข้าเรือ เรามัวแต่วิดน้ำออก แต่ไม่อุดรูรั่ว วิดให้เมื่อยแค่ไหน น้ำก็ไม่มีวันหมด เช่นเดียวกัน หากเราไม่บำรุงม้ามอันเป็นตัวก่อเสมหะให้แข็งแรง มัวแต่ให้ยาขับเสมหะ จะไม่มีวันขับเสมหะให้หมดได้ การบำรุงม้ามให้แข็งแรงเท่ากับหยุดต้นตอของเสมหะ ดังนั้น จึงให้ยาต้มที่บำรุงม้ามขับชื้น บวกกับยาเม็ดแก้หอบที่ปรุงขึ้นเอง มีสรรพคุณช่วยบำรุงม้าม บำรุงปอด และบำรุงไตด้วย
กินยาไป 3 วัน เสมหะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด อาการหอบบรรเทาลง แต่ยังหอบ ปัสสาวะใสขึ้น ภรรยาดีใจมาก เพราะไม่เคยลดเสมหะได้เลยตั้งแต่รักษามา จึงกินยาเดิมต่อ
ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 อาการต่างๆ ทุเลาลงมาก ผลเลือด
Fdp 5513
คริตินิน 1.97
อีจีเอฟอาร์ 40
ยังฝังเข็มกินยาอย่างต่อเนื่อง เสมหะค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ หอบน้อยลง ไม่กลัวหนาวแล้ว พ่นยาห่างขึ้น เหนื่อยน้อยลง อั้นปัสสาวะดีขึ้น ในช่วงนี้อาการจะขึ้นๆ ลงๆ บ้างจากการกินอาหารไม่ระมัดระวัง แต่ก็ไปในทางดีขึ้นเรื่อยๆ
กินยาสูตรนี้ตั้งแต่ต้นจนถึงเดือนเมษายน 2559 ทางภรรยาบอกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ไม่ได้พ่นยา นอนราบได้ ปัสสาวะปกติ อาบน้ำเอง กินข้างเองได้ เดินออกกำลังกายรอบๆ บ้านได้ ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ยังไม่เข้าโรงพยาบาลเลย
ผลเลือด วันที่ 7 เมษา 2559 คริตินิน 1.36 อีจีเอฟอาร์ 51
ไม่น่าเชื่อว่า การเสริมให้ม้ามแข็งแรงและบำรุงปอด ไม่เพียงส่งผลดีต่อปอด หัวใจ ลดบวม ลดเสมหะ เท่านั้น ยังทำให้การทำงานของไตดีขึ้น ค่าของเสียในเลือดจากหน่วยกรองไตทำงานผิดปกติลดลงอย่างเห็นได้ชัด ค่าการทำงานของไตเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกันแม้จะยังน้อยอยู่ก็ตาม เป็นการช่วยให้ห่างไกลการฟอกไตได้มากขึ้น
แม้ร่างกายจะดีขึ้น แต่การกินยาต้มยังต้องกินต่อไป เพราะค่าของเสียในไตแม้จะลดลงมามากแล้ว แต่ยังไม่ถึงระดับปกติ ค่าการทำงานของไตก็ยังสูงไม่มากนัก ร่างกายของผู้ป่วยยังอ่อนแอมาก อายุมาก จึงยังจำเป็นต้องดูแลอย่างดีต่อเนื่องไปเรื่อย



