
พิธีธรรมและพิธีกรรมความลงตัว ณ 'บ้านสวนธรรมนำชีวิต'
พิธีธรรมและพิธีกรรมความลงตัว ณ 'บ้านสวนธรรมนำชีวิต' : เรื่องไตรเทพ ไกรงู ภาพ กฤชนันท์ ธรรมไชย
“ผมตั้งใจสร้างสถานที่แห่งนี้เพื่อให้เป็นที่พักสงฆ์ที่เดินธุดงค์ผ่าน รวมทั้งเป็นที่ปฏิบัติธรรมทั้งพระและฆราวาส โดยมีพลังศรัทธาของลูกศิษย์ทั้งชาวไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ช่วยกันสร้าง เงินที่ได้มาจากการตั้งศาล อาบน้ำมนต์ รวมทั้งทำพิธีกรรมต่างๆ ได้มาเท่าไรก็สร้างไปเท่านั้น ไม่มีแผนว่าต้องให้แล้วเสร็จเมื่อใด แต่ระหว่างนี้สามารถรองรับผู้มาปฏิบัติธรรมได้บ้างแล้ว”
นี่เป็นความตั้งใจของนายพรพชรพรหม บุญอินทร์ ซึ่งถือบวชเป็นฤาษีและเจ้าของสถานปฏบัติธรรม “บ้านสวนธรรมนำชีวิต” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ ๑๙๖ หมู่ ๒๔ ต.แม่สิน อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย โดยมีเป็นเจ้าบ้าน ทั้งนี้ เมื่อปลายปี ๒๕๕๗ นายไมเคิล ลี ชาวสิงคโปร์ ซึ่งประกอบธุรกิจอยู่ในเมืองไทยมีศรัทธามอบเงินในการอุปถัมภ์ก่ออาคารปฏิบัติธรรม บนเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ริมแม่น้ำยม (ลำห้วยแม่ฉิม)
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา นายพรพชรพรหม จัดพิธีสืบชะตาหลวง พิธีไหว้ครู ครอบเศียรครูและชุมนุมร่างทรง ซึ่งมีร่างทรงใน จ.สุโขทัย และจังหวัดใกล้เคียงมาร่วมงานกว่า ๔๐ ร่างทรง เช่น ร่างทรงเจ้าเวสสันดร จ.สุโขทัย เจ้าพ่อขุนงำเมือง จ.พะเยา ร่างทรงเจ้าคำเมืองไจ๋ จ.แพร่ ร่างทรงเจ้ามหาเถร จ.แพร่ ร่างทรงเจ้าพ่ออาภาลักษณ์ จ.แพร่ ร่างทรงเจ้าพี่มะลิ จ.แพร่ ร่างทรงเจ้าแม่นางรองผมหอม จ.แพร่ ร่างทรงเจ้าพ่อโม่งคำ จ.แพร่ ร่างทรงเจ้ากู่เสี้ยว จ.น่าน ร่างทรงพ่อปู่สมิง ร่างทรงพ่อขุนด่าน ร่างทรงพ่อหลวงแก้ว จ.ลพบุรี ร่างทรงเจ้าพ่อผาเมือง จ.พะเยา ร่างทรงเจ้าพ่อต๋นหลวง จ.ลำปาง ร่างทรงเจ้าพ่อคำลือ จ.แพร่ เป็นต้น
ในการจัดพิธีไหว้ครูและครอบเศียรครูฤาษีครั้งนี้ มีการนิมนต์พระมาสวดมนต์เย็นในคืนก่อนวันงาน ในตอนเช้านิมนต์พระสงฆ์มาเจริญพุทธมนต์ จากนั้นก็เป็นพิธีไหว้ครูและครอบเศียรครู ทั้งนี้ นายพรพชรพรหม ใช้เงินจัดงานกว่า ๓๐๐,๐๐๐ บาท เฉพาะค่าจัดบายศรี และค่าโหรกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนเงินค่าขันครูที่ผู้ร่วมงานนำมาให้นั้นได้เงินประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาท โดยเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปสร้างพระ สร้างโบสถ์ สร้างศาลาวัดหลายแห่ง เช่น สร้างพระพุทธรูปรวมทั้งจัดงานทอดกฐินไปถวายวัดต่างๆ ที่ตกค้างโดยจะจัดไปในลักษณะกฐินโจร ซึ่งที่ผ่านมาได้สร้าง ศาลาวัดกู่เสี้ยวชัยชนะ อ.เมือง จ.น่าน สร้างศาลาการเปรียญ วัดเนินทอง จ.ลพบุรี สร้างพระพุทธขนาดหน้าตัก ๒๐ นิ้วถวายวัดจำปา จ.พะเยา ปูกระเบื้องห้องครัว วัดแม่เทินเหนือ จ.สุโขทัย เป็นต้น
นายพรพชรพรหม บอกว่า การดำเนินชีวิตของประชาชนชาวไทยปัจจุบันส่วนหนึ่งยังมีการผูกพันกับความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ และมักจะหาสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นๆ ซึ่งในแต่ละปีจะต้องมีการบวงสรวงเพื่ออัญเชิญให้เหล่าเทพทั้งหลายมาชุมนุมกัน เพื่อรับการเคารพสักการะของมวลสานุศิษย์ ซึ่งถือเป็นที่สุดของพิธีกรรม (ความเชื่อ) ที่จะต้องแสดงและปฏิบัติอย่างถูกต้องเต็มใจและบริสุทธิ์
อย่างไรก็ตามในการประกอบพิธีครอบเศียรครูคนมักมองว่าไม่เกี่ยวกับพุทธศาสนา แต่ความจริงแล้วในทุกๆ พิธีกรรมจะต้องเริ่มพิธีสงฆ์ก่อนเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธเจ้าก่อนทุกครั้ง ดังนั้นการจัดสถานที่จึงนิยมตั้งที่บูชาพระพุทธรูปไว้ส่วนหนึ่ง หรือถ้าต้องการที่จะอัญเชิญพระพุทธรูปมาตั้งรวมก็ให้ตั้งพระพุทธไว้สูงสุดในมณฑลพิธี แม้จะไม่อัญเชิญพระพุทธรูปออกตั้งเป็นประธานในการประกอบพิธีก็จะต้องเริ่มต้นกล่าวนมัสการคุณพระรัตนตรัยก่อนเสมอ
“พิธีครอบเศียรครูถือเป็นที่สุดของพิธีกรรม เป็นการแสดงมุทิตาจิตต่อครูบาอาจารย์ ในส่วนของร่างทรงนั้นแม้จะจับต้องไม่ได้และยากที่จะพิสูจน์แต่คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามีอยู่จริงการนับถือผีและร่างทรงมีอยู่ทุกภูมิภาคของประเทศไทย ขึ้นอยู่กับศรัทธาและความเชื่อของคนท้องถิ่นนั้นๆ ว่าจะนับถือใคร ถ้ามองจากคนภายนอกอาจจะเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ถ้าเป็นคนในพื้นที่จะมองเป็นเรื่องของความศรัทธา” นายพรพชรพรหม กล่าว
พร้อมกันนี้ นายพรพชรพรหม พูดทิ้งไว้อย่างน่าคิดว่า “พิธีไหว้ครูและชุมนุมร่างทรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบพิธีกรรมทุกคนเป็นผู้ที่ให้ความเคารพบูชาพระสงฆ์องค์เจ้าและเป็นชาวพุทธที่มั่นคงทั้งสิ้น การประทับร่างทรงมีสาระสำคัญที่เป็นจุดเน้น คือ ให้มนุษย์ทุกคนละเว้นจากกิเลส สิ่งชั่วร้ายทั้งหลาย เพื่อขจัดความสับสนวุ่นวาย ความเสื่อมของสังคมให้หมดไป เพื่อมนุษย์จะได้อยู่อย่างสงบสุข ให้ทุกคนทำความดีช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ศรัทธาในพุทธศาสนาเพื่อความสุขในชีวิต”



