ไลฟ์สไตล์

'ทุเรียนศรีสะเกษ'มีโอกาสต้องลิ้มลอง

'ทุเรียนศรีสะเกษ'มีโอกาสต้องลิ้มลอง

31 พ.ค. 2559

'หมอนทอง' ของดีศรีสะเกษ จากแหล่งผลิตทุเรียนภูเขาไฟ

 
                แบรนด์ “ทุเรียนศรีสะเกษ” นอกจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่ทำให้ทุเรียนมีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอย่างกว้างขวางแล้วยังมีคุณสมบัติเด่นของแหล่งผลิตที่ปลูกในบริเวณพื้นที่ภูเขาไฟเก่า เต็มไปด้วยหินบะซอลต์ ธาตุอาหารเป็นที่ต้องการของทุเรียน ทำให้ทุเรียนที่นี่มีคุณสมบัติพิเศษหอม หวาน มัน ไส้แห้งและกลิ่นไม่ฉุนมากนัก จึงเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้บริโภคหากได้มีโอกาสลิ้มลอง
 
                รพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงการดำเนินการโครงการภายใต้ปรับโครงสร้างและระบบการผลิตทางการเกษตร (คปร.) ที่ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2537 โดยมีการเข้าไปแนะนำ ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่แนวชายแดน 5 อำเภอ ได้แก่ กันทรลักษ์ ไพรบึง ขุนหาญ ศรีรัตนะ และภูสิงห์ หันมาปลูกไม้ผลแทนการทำไร่ข้าวโพดและมันสำปะหลัง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและสร้างรายได้ดีกว่า โดยเริ่มต้นจากการนำต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทองจาก จ.จันทบุรี มาปลูกเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2531 โดยเกษตรกรแกนนำใน อ.ขุนหาญ ได้แก่ สุกรรณ ศรีสุข แสวง ศรียา และมีชัย ผิวบาง ซึ่งเดินทางไปทำงานที่ จ.จันทบุรี แล้วนำต้นพันธุ์ทุเรียนกลับมาทดลองปลูกยังบ้านเกิด 
 
                “อาจกล่าวได้ว่า อ.ขุนหาญ คือแหล่งกำเนิดการปลูกไม้ผล โดยเฉพาะทุเรียนของ จ.ศรีสะเกษ จากนั้นก็มีการปลูกไม้ผลชนิดอื่นๆ ตามมาไม่ว่าจะเป็นเงาะ มังคุด ลองกอง ฝรั่ง ลำไย ก่อนขยายพื้นที่ปลูกออกไปยัง อ.กันทรลักษ์ ไพรบึง ศรีรัตนะ และภูสิงห์ ในเวลาต่อมา”
 
                หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์ฯ เผยต่อว่า สำหรับจุดเด่นที่ทำให้ไม้ผลเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณนี้ ก็เพราะว่าส่วนหนึ่งมาจากสภาพดินที่ราบเชิงเขาพนมดงรัก โดยเฉพาะบริเวณเขต อ.กันทรลักษ์ และขุนหาญนั้น เป็นดินที่เกิดจากการสลายตัวของหินจากวัตถุกำเนิดพวกหินบะซอลต์ หินแอนดีไซต์ ซึ่งอยู่ในชุดดินโชคชัย มีลักษณะและคุณสมบัติพิเศษ ด้านบนเป็นดินเหนียวปนทรายแป้งหรือดินเหนียว มีสีน้ำตาลปนแดงเข้มมาก ส่วนด้านล่างเป็นดินเหนียว สีแดงหม่นหรือสีแดงหม่นเข็มมาก ปฏิกิริยาดินเป็นกรดปานกลางถึงเป็นกลาง (พีเอช 6.0-7.0) ในดินบนและเป็นกรดจัดถึงจัดมาก (พีเอช 4.5-5.5) ในดินล่าง มีคุณสมบัติเด่นในการปลูกไม้ผลและที่สำคัญมีปริมาณธาตุกำมะถันอยู่ในดินโดยธรรมชาติ จึงส่งผลให้ทุเรียนมีความมันมากกว่าความหวาน ซึ่งเป็นคุณลักษณะเดียวกับทุเรียนนนทบุรี
 
                “ตอนนี้ จ.ศรีสะเกษ ได้สร้างให้ทุเรียนกลายเป็นแบรนด์หรือตราสินค้าไปแล้ว ภายใต้คำว่าทุเรียนศรีสะเกษ ทุกวันนี้เรียกได้ว่าศรีสะเกษมีทุเรียนเป็นพระเอก ทุกคนจะเฝ้ารอกินทุเรียนกัน เพราะปีหนึ่งจะให้ผลผลิตเพียงครั้งเดียวเท่านั้น” รพีทัศน์ กล่าวย้ำ
 
                เสริม หาญชนะ เจ้าของสวนลุงเสริมแห่งบ้านหนองเก่า ต.พราน อ.ขุนหาญ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคััญของ อ.ขุนหาญ และ จ.ศรีสะเกษ ที่พลิกผืนดินจำนวน 18 ไร่ ปลูกไม้ผลแบบผสมผสานประกอบด้วยทุเรียน 10 ไร่ เงาะ 5 ไร่และมังคุดอีก 3 ไร่ ปัจจุบันสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทองที่ทำรายได้มากที่สุดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อปี โดยผลผลิตจะออกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี
 
                “ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเข้ามาในช่วงงานเทศกาลเงาะ ทุเรียนของดีศรีสะเกษ ซึ่งทางจังหวัดจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ช่วงนี้นอกจากเราจะเปิดสวนให้เข้าเยี่ยมชม ศึกษา เรียนรู้เกี่ยวกับการทำสวนและยังมีการเปิดให้ชิมผลไม้สดๆ จากสวนในราคาเป็นกันเองด้วย” เจ้าของสวนลุงเสริมกล่าวเชิญชวน
 
                ปัจจุบันพื้นที่ปลูกทุเรียนใน จ.ศรีสะเกษ มีทั้งหมด 3,221 ไร่ ให้ผลผลิตแล้วจำนวน 2,530 ไร่ มีปริมาณผลผลิตทั้งหมด 3,935 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,776 กิโลกรัมต่อไร่ โดยทุเรียนพันธุ์หมอนทองได้รับความนิยมจากเกษตรกรปลูกมากที่สุด ซึ่งจากผลการศึกษาของสำนักงานเกษตรจังหวัดศรีสะเกษ พบว่า ทุเรียนพันธุ์หมอนทองของศรีสะเกษมีลักษณะสีเนื้อทุเรียนเป็นสีเหลืองทอง น้ำหนักผลอยู่ระหว่าง 1.2-3.35 กิโลกรัมต่อผล มีจำนวน 5 พูต่อผลและเปอร์เซ็นต์เนื้อต่อเปอร์เซ็นต์เมล็ด 88.90:11.10 
 
                “ทุเรียนศรีสะเกษ” นับเป็นแบรนด์เด่นของจังหวัดที่นำมาจัดแสดงและจำหน่ายในงานเทศกาลเงาะ ทุเรียนและของดีศรีสะเกษ จัดขึ่้นระหว่างวันที่ 10-19 มิถุนายน  นี้ ณ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ สนใจผลิตภัณฑ์โทร.0-4561-6829, 08-7444-4908 หัวหน้ากลุ่มยินดีให้ข้อมูลอย่างละเอียด
 
 
 
-----------------------
 
('หมอนทอง' ของดีศรีสะเกษ จากแหล่งผลิตทุเรียนภูเขาไฟ : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)