ไลฟ์สไตล์

'เณรคำ'ตบหน้า!อยู่สบายดี

'เณรคำ'ตบหน้า!อยู่สบายดี

28 พ.ค. 2559

เฟซดังแฉพิกัดผู้ต้องหาโผล่วัดที่ฮาวาย แจ้งญาติโยมอยู่สบายดี ตบหน้าหน่วยงานไทยตามจับไม่ได้ ดีเอสไอประสานทางการอเมริกาให้จับกุมส่งกลับมาดำเนินคดี

 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม ว่า ในหน้าเพจเฟซบุ๊กซีเอสไอ แอลเอ มีการโพสต์รูปของนายวิรพล สุขผล อดีตพระภิกษุชื่อ พระวิรพล ฉัตติโก ที่เรียกตนเองว่า หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก และเป็นที่รู้จักในชื่อ เณรคำ ทั้งเคยเป็นประธานสงฆ์สำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม และมีชื่อเสียงจากความสามารถในการสั่งสอน แต่ภายหลังถูกถอดจากสมณเพศ เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลายประการ และตกเป็นผู้ต้องหาในหลายคดี อาทิ เลี่ยงภาษีรถหรู, กระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, ฟอกเงิน 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรูปภาพดังกล่าวพบว่าเป็นภาพของอดีตเณรคำ แต่งกายคล้ายพระสงฆ์ และที่แตกต่างไปคือสวมเสื้อและด้านล่างสวมคล้ายสบง กำลังนั่งคู่กับพระสงฆ์ โดยอดีตเณรคำดูมีรูปร่างอวบอิ่มขึ้น นอกจากนี้เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “หลวงปู่เณรคำได้มาเยี่ยมวัดพุทธศักดิ์สิทธิ์ ที่ Hawaii อยากให้ญาติโยมรู้ว่าหลวงปู่ยังสบายดี DSI ทำอะไรหลวงปู่ไม่ได้” 
 
                    ต่อมามีการนำภาพดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลและมีการแชร์กันเป็นจำนวนมาก 
 
                    ขณะที่แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุถึงการดำเนินคดีกับนายวิรพลว่า ในส่วนของดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องไปยังอัยการครบถ้วนทุกคดีแล้ว ทั้งความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเพศ และความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน โดยทุกข้อหาอัยการมีความเห็นส่งฟ้องศาลทุกคดี แต่ยังไม่สามารถฟ้องคดีได้ เนื่องจากตามกฎหมายต้องส่งผู้ต้องหาพร้อมสำนวนฟ้อง ดังนั้น ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างรอการประสานกับต่างประเทศเพื่อขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดี ซึ่งการพิจารณาเรื่องการส่งตัวขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางด้วย 
 
                    “ดีเอสไอติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดีดังกล่าวเป็นระยะ เพราะถือเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจมาก แต่กฎหมายมีขั้นตอนการทำงาน ย้ำว่าทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่ ซึ่งทุกคดีที่สั่งฟ้องยังไม่มีคดีใดที่ขาดอายุความ” แหล่งข่าวคนเดิมยืนยัน 
 
                    สำหรับนายวิรพล หรือเณรคำ ถูกสื่อและคนเคยศรัทธา เปิดเผยถึงพฤติกรรมอื้อฉาวมากมาย และถูกดีเอสไอตั้งข้อกล่าวหาร้ายแรงถึง 8 กระทง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตหรูหรา (นั่งเครื่องบินส่วนตัว, ใช้สินค้าแบรนด์เนม) ถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินและหลีกเลี่ยงภาษีรถหรู ข้อหากระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ ข้อหาเสพยาเสพติด ข้อหาใช้วุฒิการศึกษาระดับเท็จว่าจบดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก รวมไปถึงพฤติกรรมอวดอุตริ แสดงอภินิหาร (เข้าเฝ้าพระอินทร์) เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคม 2556 ทำให้คณะสงฆ์ใน จ.ศรีสะเกษ ลงมติให้ปาราชิกขาดจากความเป็นพระ
 
                    ตลอด 2 ปีหลังถูกดำเนินคดี นายวิรพลได้หลบหนีคดีไปลงหลักปักฐานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยยังแต่งกายและดำเนินชีวิตแบบพระสงฆ์ เปลี่ยนชื่อจากหลวงปู่เณรคำ เป็น “หลวงปู่วิมุติญาณ” จัดตั้งสำนักสงฆ์ที่เมืองซานดิเอโก แคลิฟอเนียร์ ชื่อ “วัดป่าขันติบารมี” ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มีเนื้อที่ประมาณ 2 เอเคอร์
 
                    นายวิรพล หรือเณรคำ เคยให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมือง ได้รับกรีนการ์ด ทำให้สามารถใช้ชีวิตในสหรัฐอเมริกาได้อย่างถูกต้อง และเตรียมพัฒนาสำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นนิกายใหม่ ร่วมกับพระปานขาวจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นนิกายแยกออกจากคณะสงฆ์ในประเทศไทย โดยจะเปิดอย่างเป็นทางการในปีหน้า และจดทะเบียนในรูปแบบมูลนิธิที่ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกา  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานจัดตั้ง และการสร้างมวลชนผู้มีจิตศรัทธา ซึ่งเณรคำบอกว่า มีอยู่หลายรัฐ ในยุโรป ก็มี รวมทั้งในประเทศไทยด้วย
 
                    ส่วนประเด็นทรัพย์สิน เช่น รถยนต์หรู เครื่องบินเจ็ต หรือเงินสด ที่ก่อนนี้ดีเอสไออายัดไปราว 380 ล้านบาท เณรคำระบุว่า สามารถนำทรัพย์สินส่วนใหญ่ออกนอกประเทศได้ ขณะที่รถหรูส่วนหนึ่งใช้ชื่อคนอื่นถือครองแทน ส่วนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวยังคงถือครองอยู่ และได้ใช้จ่ายขณะอยู่ในอเมริกาไม่ต่ำกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ